 (D)

เป็นองค์ครูและเป็นกรณีศึกษา เพื่อใช้เปรียบเทียบระหว่างคนที่ไม่รู้จักและเริ่มสะสม ผมไม่ได้อวดรู้และจำอวด แต่ทุกอย่างมีที่มาที่ไป และมีเอกสารเปรียบเทียบอ้างอิง เพื่อนสมาชิกท่านใดที่ศึกษามาก่อนและมีข้อมูลที่แน่นอน ต้องช่วยกันครับ เพื่อที่หลายๆท่านจะได้ไม่หลงทาง และจ่ายเงินฟรี เชิญติชมได้แล้วครับ พระนางพญา วัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก
พระนางพญา หรือพระพิมพ์นางพญา นิยมเรียกกันว่า เป็นราชินีแห่งพระเครื่อง เป็นพระเครื่องที่พบอยู่ในพระเจดีย์ บริเวณวัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก สร้างขึ้นในสมัย กรุงศีรอยุธยา ราวปี พ.ศ. ๒๑๐๖ โดยสมเด็จพระวิสุทธิกษัตรี (พระมารดาของสมเด็จพระนเรศวร) เป็นผู้ทรงสร้าง ในเวลาใกล้เคียงกับการสร้างวัดนางพญา มีอายุถึงปัจจุบันประมาณ ๔๔๕ ปี เป็นที่นิยมและถือว่าทรงคุณวิเศษมากทั้งทางเมตตามหานิยม ลาภผล แคล้วคลาด และคงกระพัน
ตำนานการสร้างพระนางพญา
ปี พ.ศ. ๒๑๐๖ พระมหาธรรมราชาผู้ครองเมืองพิษณุโลก ทรงอภิเษกสมรสกับพระวิสุทธิกษัตริย์ พระราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ กับสมเด็จพระสุริโยทัย ผู้ซึ่งมีเลือดเนื้อเชื้อไขเป็นนักรบอย่างแท้จริง พระวิสุทธิกษัตรี มีพระราชโอรส ๒ พระองค์คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ พระธิดา ๑ องค์ คือพระสุพรรณกัลยา พระมหาธรรมราชา ทรงครองหัวเมืองฝ่ายเหนือและเมืองพิษณุโลก พระองค์ทรงทะนุบำรุงเบ้านเมืองตลอดจนพระศาสนา โดยเฉพาะ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดใหญ่ อันเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราช ส่วนพระวิสุทธิกษัตริ์ พระชายา ทรงทะนุบำรุงและปฏิสังขรณ์ วัดนางพญา ซึ่งเป็นวัดเคียงข้างวัดใหญ่ เพียงแต่มีถนนกั้นกลางเท่านั้น เหตุที่วัดนี้มีชื่อวัดนางพญานั้นมีเหตุผลคือ พระวิสุทธิกษัตริ์สร้างถวายเป็นพุทธบูชาอุทิศแด่พระมารดา คือสมเด็จพระสุริโยทัย และผู้สร้างเป็นถึงนางพญามหากษัตริย์ และเข้าใจว่าคงจะสร้างไว้มีจำนวนถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ ครบถ้วนตามจำนวนพระธรรมขันธ์ ซึ่งเป็นคตินิยมของท่านโบราณาจารย์ที่ต้องสร้างให้ได้จำนวนเท่านั้น พระนางพญาเป็นพระเนื้อดินธรรมดานี่เองเรื่องวัสดุจึงหาได้ง่ายมีอยู่ทั่วไป เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้ผ่านพิธีกรรมพุทธาภิเษกดีแล้ว จึงได้บรรจุในพระมหาเจดีย์ที่วัดนางพญา พระนางพญาเป็นพระพุทธปฏิมากรรมขนาดเล็กเป็นรูปสามเหลี่ยม สร้างจากดินนำมาเผาให้สุกเสร็จแล้วนำบรรจุเก็บไว้ในกรุเจดีย์ด้านหลังโบสถ์วัดนางพญา จ.พิษณุโลก วัดนางพญาเป็นวัดที่ค่อนข้างเล็กมาก แต่ชื่อเสียงและความศักดิ์เป็นที่เลื่องลือมาก ต่อมาภายหลังเจดีย์ได้ชำรุดและหักล้มลง จึงปรากฎพระนางพญากระจัดกระจายอยู่เต็มวัด บรรดาเด็กวัดได้นำองค์พระนางพญามาเล่นทอยแก่นกัน พระภิกษุรูปหนึ่งเห็นเป็นการไม่สมควร จึงรวบรวมเก็บพระนางพญาแล้วบรรจุไว้ในพระเจดีย์ซึ่งปัจจุบัน เป็นเจดีย์อยู่ริมถนนหน้าวัดนางพญา
การแตกกรุ
สืบเนื่องมาจากการขุดหลุมเพื่อที่จะสร้างศาลาวัด พอขุดลงไปก็พบพระจำนวนมาก ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๔๔๔ นั้นเองพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาเมืองพิษณุโลกเพื่อทรงหล่อพระพุทธชินราชจำลอง เพื่อนำไปเป็นพระประธานที่วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ ทางจังหวัดจึงได้นำพระนางพญาที่เพิ่งพบทูลเกล้าถวายพระองค์และผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง ได้นำกลับไปยังกรุงเทพฯ จึงเป็นการเริ่มต้น แพร่พระนางพญา ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง นอกจากการพบพระนางพญาที่พิษณุโลกแล้ว ยังมีการพบพระที่วัดอินทรวิหาร โดยใส่ไว้ในบาตรพระ ภายหลังได้ขุดกรุเจดีย์ จึงพบพระนางพญาที่มีสนิมเหล็กของบาตรเคือบอยู่บนผิวพระ ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๑๕ ที่พิษณุโลกได้ขุดพบพระนางพญาอีก ๑ กรุเป็นกรุที่เปียกชื้นเรียกว่าเกือบจะแช่อยู่ในน้ำ จึงเรียกพระพิมพ์นี้ว่า นางพญากรุน้ำ ผิวจะถูกน้ำกัดสึกกร่อน และมีเม็ดกรวดทรายอย่างเห็นได้ชัด พระนางพญา จะมีทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก แบ่งได้ทั้งหมด ๗ พิมพ์
1.พิมพ์เข่าโค้ง 2.พิมพ์เข่าตรง 3.พิมพ์เข่าตรง (มือตกเข่า) 4.พิมพ์อกนูนใหญ่ 5.พิมพ์สังฆาฏิ 6.พิมพ์เทวดา 7.พิมพ์อกนูนเล็ก พระนางพญาเป็นพระเครื่องเนื้อดินเผาผสมด้วยผงเกสร และแร่ กรวด ทราย (คล้ายกับเนื้อพระขุนแผน วัดบ้านกร่าง) มี ๔ สีคือ เหลือง แดง เขียว และ ดำ มีทั้งเนื้อค่อนข้างหยาบ และเนื้อละเอียด นุ่ม (กรวด ทรายน้อย) ขอขอบคุณ หนังสือ ธุรกิจ |