 (D)

พระนางพญาเสน่ห์จันทร์ กรุตาเถรขึงหนัง จ.สุโขทัย
วันนี้ถามบนพันทิพ..สดุ้ง 120,000 ถึง 200,000
คำว่า "วัดตาเถรขึงหนัง" ชาวบ้านเขาเรียกกันมาแต่โบราณกาลแล้ว ใครเป็นผู้ตั้งไว้ไม่ทราบ
การบูรณะโบราณสถานเมื่อ พ.ศ.2502 ที่ "วัดตาเถรขึงหนัง" นั้น
เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ขุดพบกรุพระเข้าโดยบังเอิญ และได้สร้างความมหัศจรรย์แก่ผู้อยู่ ณ
ที่นั้นยิ่งนัก เพราะเมื่อกรุนั้นถูกเปิดออก หลายคนทีเดียวก็ต้องถึงกับตะลึงงันอยู่กับที่
ด้วยปรากฏว่าภายในกรุ ได้มีกลิ่นหอมอย่างประหลาดโชยอบอวลหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณนั้น
(เข้าใจว่าก่อนปิดกรุเมื่อสมัยนั้นคงประพรมน้ำอบแป้งหอมกระแจะจันทน์ไว้อย่างมาก
กลิ่นนั้นจึงได้อบอวลจนกระทั่งจนปัจจุบัน) จากกลิ่นจรุงใจนี้เอง
ยังได้รวมทั้งพระเครื่องที่พบครั้งนั้นก็พลอยมีกลิ่นหอมไปทุกองค์ด้วย
แหละก็ด้วยเหตุนี้กระมัง พระพิมพ์หนึ่ง ซึ่งงามประทับใจที่สุดของกรุนี้ จึงได้ถูกขนานนามต่อมาว่า
"พระนางพญาเสน่ห์จันทน์" ซึ่งเป็นพระเครื่องศิลปะสุโขทัยที่งดงามมากอีกพิมพ์หนึ่ง
โดยบัดนี้ได้เป็นของหายากและแพงไปแล้ว
จะให้เดาก็ใช่ที่ แต่มีคนเล่ากันต่อๆ มาว่า
วัดร้างเก่าแก่ที่กรมศิลปากรไปบูรณะขุดพบพระนางพญาเสน่ห์จันทน์เข้านี้
เมื่อสมัยโน้นเขาว่าประดาตาเถรทั้งหลายมักจะชอบมานั่งชุมนุมสัมมนากันอยู่ที่วัดนี้เสมอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตาเถรรกลุ่มนี้แกคงอยู่ไม่สุข
คงชอบขึงหนังทำกลองตากแห้งอยู่เสมอชาวบ้านก็เลยเรียกกันว่า "วัดตาเถรขึงหนัง" ตั้งแต่นั้นมา |