 (D)

ชีวิตหญิงชราวัย 81 ปี ที่ต่อสู้ชีวิต ด้วยการ "ขายเศษฟืน"
ยายทอง
คือยายที่เราเคยไปถ่ายทำสารคดีเรื่องแสงไฟในเศษฟืนแล้วได้รับรู้ว่าชิวิตของยายนั้น
ต้องอยู่อย่างลำบากในเพิ่งสังกะสีเก่าๆไม่ต่างจากกองขยะ ที่ทั้งอุดอู้
สกปรก
และไม่สามารถกันแดดฝนอะไรได้เลยยายต้องเดินเท้าหลายกิโลพร้อมกับกระสอบฟืน
ขวดน้ำเก่าๆและร่มคันหนึ่งใช้พยุงตัวเองมาเรื่อยๆให้ถึงหน้าโรงเรียนบุญวัฒนาเพื่อขอขึ้นรถโดยสาร
(ที่บางคันจอดรับและบางคันก็ไม่ให้ยายขึ้น)
ไปยังหน้าร้านทองสามแยกตลาดแม่กิมเฮง"1 บาท เศษไม้ขอแลกเศษเงิน
ขอบคุณลูกหลาน..ที่ช่วยต่อชีวิตให้ยาย"ประโยคหนึ่งในเศษกระดาษเก่ายับที่วางอยู่หน้ากองฟืนได้คนขับสามล้อแถวนั้นเขียนทิ้งไว้ให้เผื่อว่าคนที่ผ่านไปมา
จะได้เห็นว่าที่มุมเสาไฟฟ้านั้นมีอีกชีวิตที่รอคนเมตตาซึ่งความจริงนั้นบางวันยาย
.อาจได้แค่คนที่หยุดมองอย่างสงสัยแต่ก็ไม่มีใครสนใจจะซื้อเศษไม้ไร้ค่านั้นเลย
สั ก ค น เ ดี ย วเราส่งเมลล์นี้มา
ด้วยความที่อยากช่วยเหลือยายแต่ไม่รู้จะช่วยด้วยวิธีไหนอยากให้เพื่อนๆ
ที่รู้เรื่องนี้แล้วเล่าต่อ ๆ กันไปหรือ ส่ง blog นี้ให้เพื่อน ๆต่อ ๆไป
เผื่อว่าคนที่อยู่โคราชและมีโอกาสผ่านไปถนนเส้นย่าโม
สามแยกทางเข้าตลาดแม่กิมเฮง ตรงเสาไฟฟ้าหน้าร้านทอง เพื่อนๆ
จะเห็นคนแก่คนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลยนั่งอาศัยเงาจากเสาไฟฟ้าเพื่อขายของบางอย่างที่คนสมัยนี้เค้าไม่ได้ต้องการแล้วแต่
"ฟืน"
มันก็เป็นเหมือนความหวังเดียวที่ยายมีทางออกเดียวที่ยายเห็นจากดวงตาที่พร่ามัวเกือบบอดด้วยโรคชราและหูที่ตึงจนเกือบไม่ได้ยินแล้ว
ถ้าเพื่อนไม่ได้ผ่านไปก็ช่วย Forward mailนี้ต่อๆ กันไปที
ถือว่าเป็นการทำบุญเท่าที่เราทำได้เผื่อว่าวันหนึ่งจะมีใครสักคนที่จะเข้ามาช่วยเหลือยายทองให้เป็นอยู่ในสภาพที่ดีกว่านี้....
เนื่องจากทางสำนักงานพัฒนาสังคม ฯ ได้ส่งนักสังคมสงเคราะห์ไปเยี่ยมบ้านและ
สอบข้อเท็จจริง คุณยายทอง ขอปล้องกลางแล้ว ปรากฎว่า
1. คุณยายอาศัยอยู่กับบุตรชาย อายุ 49 ปี โดยบุตรชายไม่ได้ประกอบอาชีพใด ๆ
2. คุณยายออกมาค้าขาย(เศษฟืน,หนังสือการ์ตูนเก่า)มีรายได้ประมาณ 500-2000 บาทต่อวัน
3.คุณยายไม่ประสงค์เข้ารับการสงเคราะห์ในสถานสงเคราะห์ของราชการเนื่องจากมีภาระต้องคอยดูแลบุตรชายซึ่งอยู่บ้านและดื่มสุรา
4. คุณยายมีความประสงค์ที่จะค้าขาย ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ และสุขภาพคุณยายพอใช้ยังสามารถออกมาค้าขายได้ (และพบว่าคุณยายมักจะพกสุราจิบอยู่เรื่อย ๆ)
5. จากการสอบถามเงินที่ได้จากการค้าขายแต่ละวันจะนำไปฝากหลาน(ไม่ใช่หลานในสายเลือด) และให้หลานนำไปฝากธนาคารซึ่งคุณยายไม่ทราบว่าขณะนี้มีเงินฝากอยู่เท่าใดและสมุดบัญชีเป็นชื่อของหลานคนนี้ (ขณะนี้ สนง.พัฒนาสังคมฯกำลังตามหาหลานคนนี้อยู่)
6. ในเรื่องของที่อยู่อาศัยมีผู้ใจบุญ(ร้านค้าขายที่อยู่ใกล้บริเวณที่ยายค้าขายอยู่)ได้รวบรวมเงินซ่อมแซมบ้านให้คุณยายแต่คุณยายไม่ประสงค์ให้ซ่อมโดยขอรับเป็นเงินและนำไปฝากบัญชีไว้ไม่ทราบจำนวนเท่าใด
7. คุณยายต้องการรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 300 บาท แต่ทาง อบต.ยังไม่สามารถจัดสรรให้ได้เนื่องจากคุณยายไม่มีหลักฐานเอกสารทางราชการ เช่นบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านและเมื่อตรวจสอบในฐานข้อมูกระทรวงมหาดไทย(ทะเบียนราษฎร์)ไม่ปรากฏชื่อ ชื่อสกุลคุณยาย แต่ขณะนี้ได้รับแจ้งว่าอบต.กำลังจะทำเอกสารทางราชการให้คุณยายเพื่อขออนุมัติเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้คุณยายต่อไป
หมายเหตุ : ขณะนี้กำลังติดตามหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
คุณอังศุณิชฐา ศิริพูลวัฒนา ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ 7
อ้างอิง Ratchaneeporn Koutmak :
ขอขบบพระคุรเครดิตจาก : www.bloggang.com และ www.nrru.ac.th |