ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ขอมั้ง.....หากลงแล้วขออภัย....ปิดท้ายอีติ๋มตายแน่

(D)
อย่างแรกเลย อันตรายจากการกินไอศกรีม

ไอศกรีม อาหารว่างเย็นๆ ที่เป็นของโปรดของเด็กๆ หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่หลายคน ต่างชื่นชอบในรสชาติของไอศกรีมกันทั้งนั้น แต่หารู้ไม่ว่า สารสังเคราะห์จากสารเคมีบางอย่าง ที่ใช้เป็นสารเติมแต่งรสชาติและแต่งแต้มสีสันในไอศกรีมบางยี่ห้อนั้น ได้นำพาสิ่งที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้บริโภคเสียแล้ว

ที่เลวร้ายกว่านั้น ผู้ผลิตไอศกรีมหัวใสบางราย ยังได้นำไขมันที่เหลือจากโรงฆ่าสัตว์มาใช้เป็นส่วนผสมในไอศกรีม ซึ่งไขมันจากสัตว์นั้นมีจำนวนของไขมันอิ่มตัวที่สูง เป็นไขมันชั้นเลวที่หากบริโภคไปมากๆ จะก่อให้เกิดโรคอ้วนและไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ สำหรับสารสังเคราะห์จากสารเคมีที่เป็นอันตราย และได้มีการนำมาผสมในไอศกรีมนั้น มีดังต่อไปนี้

1. ไดอิธิลกลูคอล( Diethyl Glucol)
สารเคมีราคาถูกที่ใช้ในการตีไขมันให้กระจายแทนการใช้ไข่ สารชนิดนี้เป็นสารกันเยือกแข็งที่ใช้กันน้ำแข็งไม่ให้ละลายเร็ว และใช้ในน้ำยากัดสีด้วย กระเพาะขาวกันถ้วนหน้า

2. อัลดีไฮด์ – ซี71(Aldehyde-C71)
เป็นสารที่ใช้ในการสร้างกลิ่นที่ไม่ค่อยมีในประเทศไทย เช่น เชอร์รี่ และเพื่อให้ไอศกรีมเป็นของเหลวติดไฟง่าย และยังนำไปใช้ทำสีอะนิลีน จำพวกพลาสติกและยาง กรี๊ดด กินยางเข้าไปด้วย???



3. ไปเปอร์โอรัล( Piperoral)
ใช้แทนกลิ่นวานิลลา เป็นสารเคมีเดียวกับที่ใช้ผสมในยาฆ่าเหาและหมัด ช่วยฆ่าเห็บในกระเพาะให้ที --

4. อิธิลอะซีเตท (Ethyl acetate)
ใช้สร้างกลิ่นรสสับปะรด อีกทั้งยังใช้เป็นตัวทำความสะอาดหนังและผ้าทอ กลิ่นของสารเคมีตัวนี้ก่อให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง ตับ และหัวใจที่ผิดปกติ

5. บิวธีรัลดีไฮด์(Butyraldehyde)
ใช้สร้างกลิ่นรสเมล็ดในผลไม้เปลือกแข็งเช่น ถั่วต่างๆ สารนี้เป็นสารที่ใช้เป็นสารประกอบสำคัญในกาวยาง

6. แอนนิล อะซีเตท(Anyle acetate)
สารนี้จะให้กลิ่นกล้วยหอม และเป็นสารที่ใช้ทำลายล้างไขมัน

7. เบนซิล อะซีเตท(Benzyle acetate)
เป็นสารที่ใช้สร้างกลิ่นและรสสตรอเบอร์รี่เป็นสารละลายไนเตรท ทำให้เกิดความอยากอาหาร

สารเคมีที่กล่าวมาทั้งหมด เช่น สารกันเยือกแข็ง ตัวทำละลายน้ำมัน น้ำยาลอกสี ยาฆ่าเหาและฆ่าหมัด นั้น ไม่ใช่ว่าในไอศกรีมทุกยี่ห้อจะมีสารเหล่านี้ทั้งหมด บางยี่ห้ออาจจะผสมสารตัวนี้หรือตัวอื่น นอกจากสารที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีการใช้สารให้ความหวาน คือ แซคคารินหรือน้ำตาลเทียม เติมเพื่อให้มีสีและกลิ่นที่หอมหวาน


ซึ่งสารแซคคารินนั้นได้มีการพิสูจน์แล้วว่า มีส่วนสนับสนุนทำให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน ไอศกรีมนั้นเป็นอาหารขยะชนิดหนึ่งที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายพอสมควร ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของผู้ผลิตบางราย และความพอดีในการบริโภคของตัวผู้บริโภคเอง ที่ต้องดูแลเรื่องการบริโภค ให้ได้สัดส่วนที่พอดีกับความต้องการของร่างกายอาหารขยะ!! ก็คือขยะที่ร่างกายเราไม่จำเป็นต้องกิน ก็สามารถอยู่ได้ไม่ใช่หรือ



อันตรายจากการฟัง MP3

ผู้ที่ชอบฟังเพลงผ่านเครื่องเล่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น MP3 MP4 เครื่องเล่นซีดี ซาวน์อะเบ้าท์ หรือเครื่องเล่นชนิดที่ต้องเสียบหูฟังไว้ที่หูของเรา แล้วชอบเปิดเพลงเสียงดัง ควรฟังทางนี้ เพราะผลวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างที่อายุระหว่าง 23-25 ปี ออกมาแล้วว่า การฟังเพลงด้วยความดัง 80 เปอร์เซ็นต์ของความสามารถของตัวเครื่องนานเป็นเวลา 90 นาทีต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลกระทบต่อระบบโสตประสาทอย่างแน่นอน

ไบรอัน ฟลิกเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโสตประสาท โรงพยาบาลเด็ก เมืองบอสตัน ผู้ทำวิจัยเปิดเผยว่า ในกรณีที่การฟังเพลงนั้น มีการหยุดพัก หรือฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ก็จะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหูเร็วนัก แต่ผลการศึกษาชิ้นนี้กำลังพูดถึงคนที่ฟังเพลงดัง ๆ ติดต่อกันนานหลายเดือน หรืออาจเป็นปี จะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงอย่างมาก

ผลการศึกษายังระบุอีกว่า ผู้ที่ฟังเพลงด้วยระดับเสียงประมาณ 10 - 50 เปอร์เซ็นต์ของระดับเสียงสูงสุดที่เครื่องจะเล่นได้นั้นถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัยเพียงพอ ในขณะที่การฟังเพลงด้วยเสียงดัง 100 เปอร์เซ็นต์นานเกิน 5 นาที อาจเสี่ยงต่อการสูญเสียโสตประสาทการฟังเลยทีเดียว



ใครที่ชอบฟังเพลงดัง ๆ เพราะว่ามันเร้าใจแล้วล่ะก็อาจะเปลี่ยนพฤติกรรมการฟังซะใหม่นะคะ ไม่อย่างนั้นอาจเกิดอันตรายต่อโสตประสาทได้ แล้วจะหาว่าไม่เตือน...




อันตรายจากการดื่มน้ำเยอะเกินไป

เคยเชื่อว่ากินน้ำเยอะช่วยให้สุขภาพดี แต่หากดื่มน้ำมากเกินกว่าร่างกายต้องการอาจจะได้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ยอมรับว่าดื่มน้ำมากกว่าปกติเล็กน้อยช่วยให้มีสุขภาพดี แต่ระยะหลังกระแสนิยมใช้น้ำล้างพิษเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะสูตรที่แนะให้ดื่มน้ำหลายลิตรต่อวัน และดื่มต่อเนื่องแม้จะไม่มีอาการกระหายน้ำ โดยอ้างว่าดื่มน้ำมากช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ชะล้างสารเคมี หรือสิ่งที่เป็นพิษออกจากร่างกาย

อย่างไรก็ตาม สมาคมโภชนาการแห่งอังกฤษแจงว่า ปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการแต่ละวันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน รวมถึงปัจจัยอื่นไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศ การออกกำลังกาย เป็นต้น

เออร์ซูลา อาเรนส์ นักโภชนาการระบุว่า ร่างกายต้องการน้ำ 1-2 ลิตรต่อวัน น้ำที่ได้รับอาจไม่ได้อยู่ในรูปของน้ำเปล่า แต่รวมถึงชา กาแฟ น้ำผลไม้ อาหารต่างๆ ที่มีน้ำผสมอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ขนม

"ศาสตราจารย์เกรแฮมแนะว่า อย่าดื่มน้ำมากเกินกว่าร่างกายต้องการ เพราะหากคุณเป็นนักกีฬาชื่อดัง ทำรายได้เป็นแสนต่อการแข่งกีฬา 1 เกม ก็พอเข้าใจได้ว่าร่างกายต้องการน้ำมากพอกับที่สูญเสียไป แต่หากคุณเป็นแค่คนที่ว่ายน้ำเป็นงานอดิเรก มันไม่จำเป็นเลยกับน้ำมากมาย" นักโภชนาการเมืองผู้ดีกล่าว

เออร์ซูลา ยังกล่าวด้วยว่า ในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีหลักฐานยืนยันประโยชน์ของการล้างพิษด้วยน้ำ เนื่องจากร่างกายมีกระบวนการกำจัดของเสียที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้วคือตับ จึงเป็นเรื่องรู้ได้ยากว่าการดื่มน้ำมากเกินไปส่งผลต่อกระบวนการขับของเสียของร่างกายหรือไม่ และอย่างไร

"ร่างกายมนุษย์มีระบบกำจัดของเสียที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว แต่กรณีที่ระดับน้ำในเลือดเพิ่มสูงมากเกินไป ระบบกำจัดของเสียไม่สามารถรับมือได้ ทั้งนี้หากดื่มน้ำในปริมาณมาก เกลือในเลือดก็จะลดต่ำ ส่งผลให้น้ำท่วมเข้าสู่สารละลายในเซลล์และอวัยวะอื่นๆ ได้ เช่น ทำให้สมองบวมจนไม่สามารถทำงานได้"ศาสตราจารย์เกรแฮม แมคเกรเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญระบบไต อธิบายและเล่าว่า เคยมีคนดื่มเบียร์ 10 ลิตร แล้วต้องเข้าโรงพยาบาลจากภาวะ "น้ำเป็นพิษ"


ศาสตราจารย์ เกรแฮมย้ำว่า คนควรดื่มน้ำตามที่ร่างกายต้องการ ร่างกายจะบอกให้ทราบด้วยอาการกระหาย การดื่มน้ำปริมาณมากกว่านั้น ไม่จำเป็น นอกจากจะเป็นสาเหตุให้คุณต้องไปต่อคิวหน้าห้องสุขา เช่นเดียวกับการดีท็อกซ์ด้วยน้ำ

อันตรายจากการคีบแตะ

ใครที่ชอบใส่รองเท้าแตะเป็นประจำ

ทราบหรือไม่ว่า รองเท้าแตะก็ให้โทษได้เหมือนกัน !!!

ใครที่ชอบใส่รองเท้าแตะเป็นชีวิตจิตใจ แบบว่า ใส่ทุกวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ ไม่ว่าจะไปไหนก็ขอลากแตะไปทุกที่ ควรระวังอาการปวดต่าง ๆ ที่จะตามมา เพราะว่าผลการวิจัยจาก Auburn University ระบุว่า การสวมใส่รองเท้าแตะแบบคีบบ่อย ๆ จะทำให้ ปวดเท้า เข่า และขา

จากการนำเด็กในมหาวิทยาลัยจำนวน 39 คนมาทดลองโดยให้สวมรองเท้าแตะคีบ กับรองเท้ากีฬาทำกิจกรรมต่าง ๆ ปรากฏว่าคนที่สวมรองเท้าแตะ จะมีช่วงการก้าวขาที่สั้นกว่า คนที่สวมรองเท้ากีฬา และเมื่อให้สบัดเท้าไปด้านหลัง ก็ทำได้ไม่สูงนัก เพราะต้องให้แรงคีบรองเท้าเอาไว้มากกว่าคนที่สวมรองเท้ากีฬา


จากการทดลองนี้เข้าทางแนวคิดเดียวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในนิวยอร์ก ที่เคยเตือนสาวกรองเท้าคีบว่า การสวมรองเท้าชนิดนี้ ต้องใช้แรงนิ้วเท้าในการเกาะยึดรองเท้ามากกว่าการสวมรองเท้าชนิดอื่น จึงอาจจะทำให้ผู้สวมใส่มีอาการกระดูกหน้าแข้ง และเส้นเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ


รู้อย่างนี้แล้ว ควรลากแตะในเวลาที่ต้องการพักเท้าจะดีที่สุด.

สุดท้ายแถมเรื่องคอมฯหน่อยครับพร้อมวิธีป้องกันแก้ไขครับ

มาดูอันตรายจากการก็อปปี้พาสกันบ้าง

การใช้คีย์ลัดบนแป้นคีย์บอร์ดของเราเป็นส่วนหนึ่งที่ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการทำงานต่างๆของเราได้มาก
แต่ในบางกรณี ความสะดวกสบายเหล่านี้กลับต้องแลกมาด้วยความไม่ปลอดภ ัยเอาซะเลย

เพราะฉะนั้นผมขอแนะนำทุกๆท่านว่า อย่าใช้การ Copy & Paste กับข้อมูลที่มีความสำคัญ
เช่น หมายเลขบัตรเครดิต etc. เพราะการใช้ Ctrl+C หรือ Copy จะมีการเก็บค่าไว้ใน Clipboard ของ Windows
ซึ่งสามารถถูกอ่านผ่าน Web site ได้ด้วย Javascript + A SP

ลอง copy text อะไรก็ได้บนเครื่องแล้วเปิด UR L ต่อไปนี้ดู

อันตรายจากการใช้ Copy+Paste ลองมาดูกัน

http://www.friendlycanadian.com/appl.../clipboard.htm


หากเว็บนี้แสดงข้อความบนคลิปบอร์ดที่เราก๊อปปี้ไว้ แสดงว่าคุณยังไม่ได้ป้องกันครับ


วิธีการป้องกันง่ายๆ คือ

1. เปิด Internet Explorer ขึ้นมา, ไปยังเมนู Tools -> Internet Options -> Security
2. Click ที่ปุ่ม Custom Level
3. เปิดไปที่ Tab ที่ชื่อว่า security แล้วตั้งค่าโดยกดปุ่ม Custom Level..., แล้วหาคำว่า " A llow Paste Operations via Script." จากนั้นเลือกที่ Disable เพื่อป้องกันการถูกล้วงข้อมูลจากคลิปบอร์ดของท่าน


เปิดเว็บนั้นๆ ด้วย FireFox และ Opera ไม่พบปัญหาดังกล่าวนะครับ แต่ IE โดนแน่ๆ ป้องกันไว้ดีกว่า


ท้ายสุดคลายเครียดด้วย อีติ๋มตายแน่ โหลดนานนิดนึงครับ แต่คุ้ม ( 3 นาที )

http://www.yasothon108.com/files/tims.wmv/


เวปไซด์ ของน้องๆเขาครับ

อีกอัน http://www.yasoza.com/

โดยคุณ a-pro (3.7K)  [พฤ. 02 ต.ค. 2551 - 19:55 น.]



โดยคุณ a-pro (3.7K)  [พฤ. 02 ต.ค. 2551 - 20:00 น.] #381447 (1/16)
พรุ่งนี้ จะพาไปเล่นสกี วันนี้หมดโควต้าแล้วครับ 3 กระทู้แล้วครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พฤ. 02 ต.ค. 2551 - 20:02 น.] #381449 (2/16)


(D)
ของชอบของเด็กๆซะด้วยซิ..ผมก็ชอบ ครับน้องแสง

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พฤ. 02 ต.ค. 2551 - 20:04 น.] #381451 (3/16)
อ้าวเพิ่งจะรู้นะเนี้ยะ...ตั้งได้วันละ 3 กระทู้ กฏใหม่ หรือน้องรัก

โดยคุณ a-pro (3.7K)  [พฤ. 02 ต.ค. 2551 - 20:15 น.] #381466 (4/16)
กำผมเองครับ ลงมากเดี๋ยวหมดก่อน พอดีช่วงนี้เงียบเหงา เลย มีเวลาท่องเวป พร้อม กลับไปดูคลิปเก่าๆที่เก็บไว้
พิเศาแถมให้ อ.ภู อีกหนึ่ง คงชอบนะครับ

http//www.clip-hot.com/video/file.php?f=2159

โดยคุณ aragon_ttt (5K)  [พฤ. 02 ต.ค. 2551 - 20:14 น.] #381467 (5/16)

โดยคุณ a-pro (3.7K)  [พฤ. 02 ต.ค. 2551 - 20:17 น.] #381470 (6/16)
http://www.clip-hot.com/video/file.php?f=2159

โดยคุณ โชติอนันต์ (5K)  [พฤ. 02 ต.ค. 2551 - 20:26 น.] #381476 (7/16)

โดยคุณ คอปแมน (46.8K)  [พฤ. 02 ต.ค. 2551 - 21:58 น.] #381532 (8/16)
**ของชอบผมเหมือนกัน

โดยคุณ bannapong (1.2K)  [พฤ. 02 ต.ค. 2551 - 22:07 น.] #381544 (9/16)

โดยคุณ nui28 (2.6K)  [พฤ. 02 ต.ค. 2551 - 22:37 น.] #381555 (10/16)


(D)
ขอบคุณค่ะ

โดยคุณ HighwayStar (21)  [ศ. 03 ต.ค. 2551 - 07:15 น.] #381665 (11/16)

โดยคุณ ชมดาวโคราช (4.7K)  [ศ. 03 ต.ค. 2551 - 07:43 น.] #381692 (12/16)


(D)

โดยคุณ krans (378)  [ศ. 03 ต.ค. 2551 - 08:52 น.] #381769 (13/16)


(D)

โดยคุณ artman7007 (1.2K)  [ศ. 03 ต.ค. 2551 - 08:57 น.] #381773 (14/16)

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [ศ. 03 ต.ค. 2551 - 10:44 น.] #381879 (15/16)
ไอติมหรือยาพิษ ดีนะที่คุณบอกมาไม่งั้น ตายผ่อนส่ง

โดยคุณ อาจารย์คง (526)  [ศ. 03 ต.ค. 2551 - 12:09 น.] #381944 (16/16)
เยี่ยมครับครับ a-pro

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5