 (D)

ทำสมาธิ เพื่อให้จิตใจสงบ มีพลัง มีประโยชน์ในปัจจุบันคือ ทำให้ใจสบาย คลายทุกข์ (ไม่ต้อง ใช้เงิน) หนักแน่น มั่นคง อารมณ์แจ่มใสเบิกบาน สมองแจ่มใน ความจำดี ทำงานมีประสิทธิภาพ สุขภาพดี นอนหลับสบาย รักษาโรคได้หลายอย่าง เรียนหนังสือเก่ง และที่สำคัญ ...ได้บุญมาก...
วิธีทำสมาธิ ทำได้หลายวิธี สะดวกที่สุดคือ วิธีกำหนดลมหายใจ (อาณาปาณสติ) เพราะเรา หายใจอยู่แล้ว ทำได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ทุกอริยาบท แม้ยืน นั่ง นอนบนรถ แต่ท่านั่งดีที่สุด เช้ามืดดีมาก นั่งขัดสมาธิแบพระพุทธรูป เท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ตัวตรง หน้าตรง มีสติสัมปชัญญะ หลับตาตามสบาย ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องข่มตา ทำใจให้สบายที่สุด รวมความรู้สึกทั้งหมดไปอยู่ที่หลายจมูก พยายามรู้ที่ลมหายใจ ลมหายใจเข้าก็รู้ ลมหายใจออกก็รู้ เพียงแต่รู้เฉยๆ ไม่ต้องปรับแต่งลม ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ สิ่งที่ทำหน้าที่รู้คือ ให้จิตรู้เฉยๆ ทำดังนั้นเรื่อยไปตามปรารถนา 5-10-15 นาที หมั่นทำบ่อยๆ ถ้าจิตบริสุทธิ์จะเกิดสมาธิได้เร็ว เด็กๆจะเกิดสมาธิได้เร็วว่าผู้ใหญ่ เมื่อจิตเริ่มสงบลง มือจะรู้สึกอุ่นขึ้น จะรู้สึกกายเบา มือเบา จะรู้สึกเริ่มสว่างขึ้น อาจรู้สึกขนลุก ชันขึ้น บางคนจะรู้สึกหลับ (เพราะสติตามไม่ทัน) เมื่อจิตสบบมากขึ้น จะรู้สึกตัวลอย บางคนจะรู้สึกตัว โยกโคลง อาจรู้สึกน้ำตาไหล บางคนอาจรู้สึกตัวพองหรือตัวเล็ก คือจิตเกิดปีติ หรือ ขั้นอุปจารสมาธิ จิตสงบ ขึ้นไปอีก บางคนจะรู้สึกลมหายใจน้อยลงๆ คือลมละเอียดขึ้น จนที่สุดเหมือนไม่ได้หายใจ และจะรู้สึกกาย ที่อยู่นั้นหายไป นั่นคือสมาธิถึงขั้น อัปปนาสมาธิ อย่าในใจภาพ หรือส่งใดที่เกิดขึ้น สนใจแต่เพียงลมหายใจเท่านั้น.
หมายเหตุ การปฏิบัตินั่งสมาธิ ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติอย่างเคร่งเครียดเอาจริงเอาจังจนเกินไปหรืออ่อนเกินไปควรทำใจให้สบาย ๆ ปฏิบัติสม่ำเสมอ จะเวลา เช้า เย็น หรือค่ำ สุดแต่ความสะดวกของตนเอง ใช้เวลาฝึกวันแรกเพียง ๑๐-๑๕ นาที แล้ววันต่อ ๆ ไปเพิ่มขึ้นเป็นวันละ ๒๐-๓๐ นาที จนถึงวันละ ๑ ช.ม. เป็นประจำทุกวัน
ขณะปฏิบัติอย่ามุ่งจิตคิดแต่จะเห็นนิมิต เพราะอาจจะทำให้ตัวของเราสร้างจินตนาการไปเอง และปฏิบัติควรปฏิบัติทุกวันอย่างน้อยวันละครั้ง อย่าได้ขาด ครั้งละจะนานเท่าใดก็ได้ขอให้จิตสงบ แต่หากว่าในคราวใดปฏิบัติไปแล้วจิตก็ยังไม่สงบ อย่ากังวลอย่าไปท้อใจ จงปฏิบัติเรื่อย ๆ ทุกวันก็จะสมเจตนาเอง
วิธีออกจากสมาธิ
ก่อนจะเลิกนั่งสมาธิ ให้มาพิจารณากายใจของเรา ตั้งแต่เบื้องบนคือปลายผม สุดเบื้องล่างคือปลายเท้า จากเบื้องล่างคือปลายเท้าให้ถึงเบื้องบนคือปลายผม
พิจารณารู้รอบตัวเองทำความรู้สึกตัวทั่วพร้อมด้วยการออกจากสมาธิให้จิตของเรา
พิจารณารูปตัวเองทั้งกายภายนอกภายใน
รู้ทั่วพร้อมแล้วค่อย ๆ เคลื่อนมือขวามาวางที่หัวเข่าด้านขวา เคลื่อนมือซ้ายมาวางที่หัวเข่าด้านซ้ายแล้วค่อย ๆ ยกมือขวาขึ้นมาระหว่างหน้าอก ยกมือซ้ายขึ้นมาพนมมือแบบดอกบัวตูมแผ่เมตตาไม่มีประมาณให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย
ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวร ทั้งในอดีตชาติหรือชาติปัจจุบันพร้อมทั้งตั้งจิต
ขออโหสิกรรม อย่าได้เบียดเบียนและจองเวรต่อกันเลยและตั้งสัจอธิษฐานทำจิตใจตั้งมั่นอยู่
ในคุณความดีที่เราจะประพฤติปฏิบัติธรรมะให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
ตั้งใจอธิษฐานจิตของเราทุกครั้งเมื่อจะออกจากสมาธิ |