ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : เรื่องใหญ่ของตั๋วใบเล็กๆ...ตอนจบ



(D)
ตั๋วรถไฟ
ปู๊นๆ... หากนึกถึงการเดินทางสุดคลาสสิกคงหนีไม่พ้นการเดินทางด้วยรถไฟอย่างแน่นอน ซึ่งการเดินทางด้วยรถไฟนี่แหละถือเป็นการเดินทางชนิดเดียวที่มีประเภทของตั๋วเยอะที่สุดถึง 11 ประเภท แต่ที่ยังมีใช้กันอยู่ทุกวันนี้มี 7 ประเภทด้วยกัน ตั้งแต่ตั๋วพิมพ์คอมพิวเตอร์, ตั๋วบาง, คูปองชานเมือง, ตั๋วชาน, ตั๋วสัมภาระ, ตั๋วโดยสารรายเดือน, ตั๋ว VIP ซึ่งทั้งหมดจะมีทั้งรูปแบบ ราคา รวมทั้งลักษณะในการใช้ที่ต่างกันอีกด้วย แต่ตั๋วที่ใช้และพบเห็นบ่อยที่สุดคงเป็นตั๋วพิมพ์คอมพิวเตอร์ มาดูกันดีกว่าว่าตั๋วคอมพิวเตอร์จะมีรหัสลับอะไรให้เราได้ไขบ้าง... เริ่มกันที่

1. สถานีต้นทางและสถานีปลายทาง สถานีต้นทาง-สถานีปลายทางนี้ไม่ได้หมายถึงจังหวัดที่เราขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงสถานีในการจำหน่ายตั๋วและเป็นต้นสายที่เราเดินทางอีกด้วย

2. ประเภทขบวนรถไฟ ประเภทขบวนรถไฟหมายถึงชนิดของขบวนรถไฟที่เรากำลังจะโดยสารซึ่งมีทั้งหมด 8ประเภท ประกอบไปด้วย ขบวนรถด่วนพิเศษ, ขบวนรถด่วน, ขบวนรถเร็ว, ขบวนรถธรรมดา, ขบวนรถชานเมือง, ขบวนรถท้องถิ่น, ขบวนรถรวม และขบวนรถท่องเที่ยว

3. เลขที่ขบวนรถไฟ รถไฟของการรถไฟฯ ที่ให้บริการอยู่ในตอนนี้มีกว่า 90 ขบวน ตั้งแต่เลขขบวนรถที่ 1 เป็นต้นไป ซึ่งขบวนรถที่ 1 หรือรถไฟขบวนแรกนี้ มีเส้นทางคือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ นอกจากนั้นตัวเลขที่ว่านี้ยังแทนเส้นทางของรถไฟ หรือเรียกได้ว่าเป็นรหัสแทนเส้นทางในการเดินทางนั่นเอง

4. ชั้นและประเภทตู้ ชั้นจะมีตั้งแต่ชั้น 1-3 เรียงตามความพิเศษของชนิดรถไฟ ประเภทตู้มีทั้งหมด 2 ประเภทใหญ่คือ รถโบกี้และรถกำลังดีเซลราง รถทั้ง 2 ประเภทนี้จะถูกแบ่งออกเป็นอีก 10 ชนิดด้วยกัน ตามรูปแบบในการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นแบบรถนอน รถนั่ง ปรับอากาศหรือไม่ปรับอากาศ อย่างเช่นในตั๋วใบนี้ ชั้นและประเภทตู้จะเป็น 3 บชส. 76 หมายถึงรถโบกี้ชั้นสาม มี 76 ที่นั่ง

5. เลขที่นั่ง เลขที่นั่งจะปรากฏบนหน้าตั๋วก็ต่อเมื่อผู้โดยสารมีการสำรองที่นั่งล่วงหน้า ซึ่งรูปแบบที่นั่งจะขึ้นอยู่กับประเภทตู้รถไฟที่ให้บริการ

6. ราคาตั๋ว ราคาตั๋วจะขึ้นอยู่กับระยะทางของเส้นทางในการเดินทาง ซึ่งราคาในเที่ยวไปและเที่ยวกลับก็จะต่างกัน แม้ว่าจะเป็นเส้นทางเดียวกันก็ตาม นั่นก็เพราะระยะทางที่เพิ่มขึ้นหรือสถานีที่ต่างกัน รวมทั้งประเภทรถไฟก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคารถไฟต่างกัน

ตั๋วรถไฟทั้งเจ็ด
*ตั๋วบาง สำหรับผู้โดยสารที่โดยสารจากที่หยุดรถ หรือป้ายหยุดรถที่ไม่มีช่องจำหน่ายตั๋ว พนักงานจะให้ตั๋วที่เรียกว่าตั๋วบางสำเร็จรูป

*คูปองชานเมือง สำหรับผู้โดยสารที่โดยสารขบวนรถชานเมืองทุกขบวน ระหว่างสถานีกรุงเทพฯ ถึงสถานีหัวหมาก ใช้ได้ทั้งเที่ยวไป-กลับ

*ตั๋วชาน สำหรับผู้โดยสารที่โดยสารผ่านเข้าชานชาลาสถานีกรุงเทพฯ
*ตั๋วสัมภาระ สำหรับผู้ที่ต้องการนำสิ่งของหรือยานพาหนะขึ้นรถไฟด้วย

*ตั๋วโดยสารรายเดือน แบ่งเป็นสองรูปแบบ ทั้งเที่ยวเดียวและไปกลับ เหมาะสำหรับผู้โดยสารที่ต้องเดินทางในระยะไกลบ่อยๆ

*ตั๋ว VIP สำหรับผู้โดยสารเฉพาะรถไฟชั้น 3 ทั้งเที่ยวไปและกลับ มีเส้นทางตั้งแต่กรุงเทพฯ (ฝั่งธนบุรี) - เชียงราก - ตลิ่งชัน - หัวตะเข้

*ตั๋วคอมพิวเตอร์ เป็นตั๋วที่พบเห็นบ่อยที่สุด มี 2 ประเภทคือ แบบสำรองที่นั่ง และไม่สำรองที่นั่ง

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [ศ. 19 ธ.ค. 2551 - 16:41 น.]



โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [ศ. 19 ธ.ค. 2551 - 16:41 น.] #457630 (1/10)


(D)


ตั๋วการแสดง

เมื่อพูดถึงการแสดงที่ต้องมีการจองตั๋วทุกชนิด หนีไม่พ้นบริษัทที่รับจองตั๋วอย่าง Thaiticketmajor อย่างแน่นอน การเปิดให้จองตั๋วของที่นี่มีให้จองตั้งแต่การแสดงนานาชนิดไปจนถึงกีฬาระดับโลกเลยทีเดียว ซึ่งเรียกได้ว่า 80 % ของตั๋วทั้งหมดก็จะเป็นตั๋วพลาสติกอย่างที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี สำหรับการผลิตตั๋วกระดาษของทาง Thaiticketmajor นั้นคงมีให้เห็นเฉพาะคอนเสิร์ตแบบ Open Air หรือคอนเสิร์ตที่ไม่ต้องจับจองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้น

แต่ด้วยความทันสมัยแล้ว ไม่ว่าจะตั๋วพลาสติกหรือตั๋วกระดาษ ก็ล้วนแต่มีลวดลายและรูปแบบที่สวยงามแตกต่างกันไป ทำให้นักสะสมตั๋วได้มีโอกาสเก็บตั๋วเหล่านี้ไว้เป็นคอลเล็กชั่นของตัวเองอีกด้วย ซึ่งในการผลิตตั๋วแต่ละแบบก็จะขึ้นอยู่กับรูปแบบของการแสดงนั้นๆ ด้วย

ตั๋วพลาสติก
1. หมายเลขเครื่องที่ออกตั๋ว T + ตัวเลขสองหลัก หมายถึงสาขาที่ออกตั๋ว
2. เลขบัตร เลขบัตรจะถูกนับจำนวนตามการออกบัตร
3. ชื่อบริษัทที่ทำบัตร หมายถึงชื่อบริษัทที่ผลิตบัตรให้กับบริษัท Thaiticketmajor
4. รหัสบัตร หมายเลขของบัตรที่นับตามจำนวนผู้เข้างาน
5. หมายเลขกำกับภาษี
6. ราคาบัตร ราคาที่ปรากฏอยู่ในช่องนี้ เป็นราคาที่แทนโซนในการชมการแสดง

แต่ถ้าหากเป็นบัตรที่ผู้จัดงานออกให้กับสื่อมวลชนและลูกค้าของผู้จัดงาน จะระบุเป็นประเภทของบัตรที่แทนด้วยคำว่า Comps แต่ถ้าเป็นบัตรที่สปอนเซอร์ออกให้ลูกค้า จะระบุแทนด้วยคำว่า Pro

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [ศ. 19 ธ.ค. 2551 - 16:41 น.] #457631 (2/10)


(D)


ตั๋วกระดาษมักจะถูกนำมาใช้ในงานที่ไม่ต้องจองที่นั่ง หรืองานที่จัดแบบ Open Air ดังนั้นรายละเอียดบนหน้าตั๋วก็จะน้อยกว่าตั๋วพลาสติก แต่ที่รับรองว่าตั๋วกระดาษทุกใบจะต้องมีคือ

1. รหัสตั๋ว เพื่อนับจำนวนคนที่เข้างาน

2. โซนในการเข้าชม (หลังตั๋ว) โซนในการเข้าชม ในบางคอนเสิร์ตราคามักจะเป็นตัวกำหนดโซนของการแสดงนั้นๆ อยู่แล้ว ซึ่งเราจะสามารถรู้ถึงโซนที่เราจะเข้าไปชมได้จากแผนผังหลังตั๋วนั่นเอง

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [ศ. 19 ธ.ค. 2551 - 16:42 น.] #457633 (3/10)


(D)


ตั๋วการคลัง
ตั๋วเพชร

ไม่บอกก็รู้ว่าเพชรเป็นอัญมณีที่เรียกได้ว่ามีราคาค่างวดสูงที่สุดในบรรดาอัญมณีด้วยกัน ดังนั้นจะซื้อแต่ละทีก็ต้องมีสิ่งที่การันตีความมีค่านี้ซะหน่อย ซึ่งหากใครที่จะไปซื้อหรือจับจองอัญมณีสักชิ้น อย่าลืมขอตั๋วเพชรเขามาด้วยล่ะ

ใครที่กำลังงง ตั๋วพ้งตั๋วเพชรอะไรไม่เคยเห็น เราจะอธิบายให้ฟังดังนี้... ตั๋วเพชรที่ว่านี้ก็คือใบ Certification ของเพชรหรือเครื่องประดับที่ทำจากเพชรนั่นเอง ซึ่งทางร้านจะออกให้ก็ต่อเมื่อลูกค้าซื้อเครื่องประดับชิ้นนั้นๆ ไป

แม้ว่าหน้าตาของตั๋วเพชรแต่ละร้านจะไม่เหมือนกันแต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะความสำคัญมันอยู่ที่รายละเอียดบนหน้าตั๋วที่จะบอกถึงน้ำหนัก สีสัน การเจียระไน ความสะอาด ชนิดของเพชรในรูปแบบนั้นๆ ที่อยู่ในมือคุณ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดที่อยู่ในตั๋วเพชรในแต่ละใบจะเป็นเหมือนบัตรประจำตัวที่จะอยู่กับเครื่องประดับชิ้นนั้นๆ ตลอดไป และยังบอกได้ว่าเพชรที่อยู่ในมือคุณนั้นมีคุณภาพมากน้อยขนาดไหน

แม้ว่าบนหน้าตั๋วเพชรจะบอกถึงรายละเอียดที่สร้างความมั่นใจให้กับคนซื้อได้ว่ามีคุณภาพอย่างแน่นอน เรายังมีตัวช่วยเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยการันตีได้ว่าเพชรเม็ดนั้นเป็นเพชรแท้ ไม่ใช่ของปลอมอย่างแน่นอน นั่นคือคุณสมบัติ Diamond 4’C ซึ่งประกอบด้วย

1. Carat Weight น้ำหนักเพชร

2. Color สีของเพชร โดยทั่วไปเพชรที่เราเห็นกันจะอยู่ในกลุ่มของเพชรที่มีสีขาว และแบ่งความขาวออกเป็น 23 ขั้น คือตั้งแต่สี D (ขาวที่สุด) ไล่ไปจนถึงสี Z (เหลือง) ซึ่งเป็นเพชรขาวที่หายาก

3. Cut การเจียระไน สามารถแบ่งระดับความสวยงามตามมาตรฐาน GIA ได้ 5 ระดับคือ Excellent, Very Good, Good, Fair, Poor

4. Clarity ความสะอาดของเพชร จะกำหนดไว้ 10 ระดับหลักๆ คือตั้งแต่ IF (และ FL), VVS1, VVS2, VS1, VS2, SI1, SI2, I1, I2, I3 ตามลำดับ ทั้งนี้เพชรที่มีความสะอาดในระดับที่ไม่มีผลต่อประกายความสวยงามของเพชรคือต้องไม่ต่ำกว่า SI1 นั่นคือไม่มีสิ่งเจือปนที่มีสี

อีกสิ่งหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นตัวการันตีของเพชรที่มีคุณภาพ นั่นคือสัญลักษณ์ของสถาบันอัญมณีศาสตร์อย่าง GIA HRD หรือIGI รับรองได้ว่าถ้าคุณได้ตั๋วเพชรที่มีการประทับตราของสถาบันเหล่านี้อยู่ในมือ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ตั๋วจำนำ

หลายๆ คนอาจยังไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตาของตั๋วจำนำ ซึ่งตั๋วจำนำก็เป็นตั๋วอีกประเภทหนึ่งที่ข้อมูลบนหน้าตั๋วสามารถบอกได้ถึงรายละเอียดสินค้า หรือสิ่งของที่เรานำไปจำนำ ซึ่งผู้ที่นำสิ่งของไปจำนำจะต้องเก็บตั๋วจำนำไว้ให้ดีที่สุด เพราะตั๋วจำนำนี้จะเปรียบเป็นหลักฐานในการนำของไปจำนำ รวมทั้งยังเป็นหลักฐานที่จะบอกว่าเราจะต้องส่งดอกเบี้ยเท่าไหร่ เหลืออีกเท่าไหร่อีกด้วย

แล้วถ้าตั๋วจำนำหายล่ะ จะทำอย่างไร ...ไม่ยากเลย เพียงแค่เจ้าของตั๋วรับจำนำต้องมาแจ้งที่สถานธนานุบาล ทางสถานธนานุบาลจะออกใบแจ้งตั๋วหายให้ นำใบแจ้งตั๋วหายที่ทางสถานธนานุบาลออกให้ไปแจ้งความที่สน.ท้องที่ที่สถานธนานุบาลตั้งอยู่ภายใน 3 วัน หลังจากนั้นนำใบแจ้งตั๋วหายและบันทึกประจำวันจากสน.ไปที่กองทะเบียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (แผนกควบคุมโรงรับจำนำ) เพื่อประทับตราอนุญาตให้ส่งดอกเบี้ยหรือไถ่ถอน เพียงเท่านี้คุณก็สามารถส่งดอกเบี้ยหรือไถ่ถอนได้ต่อไป

แต่เดี๋ยวก่อน!!! ที่ดียิ่งไปกว่านั้นคือ ระยะจำนำก็ยังเท่ากับระยะเวลาของตั๋วเดิมที่หายไปด้วย

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [ศ. 19 ธ.ค. 2551 - 16:43 น.] #457634 (4/10)


(D)


ตั๋วที่ประทับใจของบก.

เล่าเรื่องตั๋วมาก็เยอะแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะให้บก.นักเดินทางของเรามาเล่าความทรงจำเกี่ยวกับตั๋ว และการเดินทางที่น่าประทับใจให้ได้อ่านกัน เรียกได้ว่าตั๋วที่เลือกมานี้เป็นสุดยอดของความประทับใจทั้งนั้นแหละ แต่จะรูปแบบไหนต้องไปอ่านดู

1. Boarding Pass “สำหรับบอร์ดดิ้งพาสนั้น ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะเก็บ เพิ่งเก็บช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมานี่เอง มันเริ่มจากเวลาเดินทางกลับจากต่างประเทศก็จะคาบอร์ดดิ้งพาสเอาไว้ในกระเป๋าใส่พาสปอร์ต เป็นเร็กคอร์ดเพื่อเตือนความจำว่าไปไหนมาบ้าง เพราะเวลาเราจะไปเมืองนอกแล้วต้องเขียนคำขอวีซ่ามันจะมีช่องให้กรอกประมาณว่า ในรอบสามปีที่ผ่านมาเดินทางไปไหนมาบ้าง

ผมเป็นคนเดินทางบ่อย ก็กลัวเขียนตกหล่น เดี๋ยวไม่ตรงกับบันทึกในคอมพิวเตอร์ของเขาเดี๋ยวเขาไม่ยอมให้วีซ่าอีก เพราะช่วงสี่ห้าปีมาหลังเทศกาลการก่อการร้าย การขอวีซ่าจะยุ่งยากกว่าก่อน ข้อมูลต้องกรอกให้ครบ จะดูจากพาสปอร์ตมันก็มั่วๆ เละๆ ไปทั้งเล่ม ก็เลยต้องเก็บบอร์ดดิ้งพาสเอาไว้ มัดหนังยางเอาไว้เป็นปีๆ จะได้จำได้ว่าไปไหนมาบ้าง พอเก็บไปเรื่อยๆ แล้วเอามาดูใหม่มันก็ให้อารมณ์ความรู้สึกดี หยิบใบไหนขึ้นมาดูมันก็จะจินตนาการย้อนไปทริปที่เคยไป ให้ความรู้สึกดีๆ เหมือนได้ย้อนกลับไปเที่ยวอีกรอบ”

2. ตั๋วพิพิธภัณฑ์ “อาชีพทำหนังสือเวลาไปไหนต่อไหน อดไม่ได้ที่จะหาเรื่องมาเขียน นอกจากบันทึกการเดินทางประจำวันที่ผมมักจะทำเวลาเดินทาง ผมมักจะแปะตั๋วติดไว้กับไดอารี่ด้วย เวลาไปไหนถ้ามีเวลาและโอกาส ผมมักจะแวะพิพิธภัณฑ์กับหอศิลป์แถวนั้น จะใหญ่จะเล็กถ้าแวะได้แวะหมด ความรู้สึกดีเวลาเราเข้าพิพิธภัณฑ์ก็คือ เวลาเราเดินอยู่ในนั้น เราจะรู้สึกว่าตัวเราช่างเล็กเหลือเกิน เพราะผลงานต่างๆ ที่เก็บไว้ในนั้นมันช่างยิ่งใหญ่จนทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นอณูจ้อยๆ บนโลกใบนี้ พิพิธภัณฑ์สำหรับผมนั้นเปรียบเสมือนเป็นที่ลดอัตตา ใหญ่มาจากไหน ให้มองไปรอบๆ พิเคราะห์พิจารณาสิ่งของต่างๆ ที่คนใหญ่จริงกว่าเราเขาสร้างสรรค์ทิ้งไว้บนโลกใบนี้ แล้วตัวเราก็จะค่อยๆ หดลงๆ จนเหลือตัวเล็กจ้อย อัตตาที่เคยเบ่งบานเกือบเท่าไดโนเสาร์จะเหลือแค่นาโน”

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [ศ. 19 ธ.ค. 2551 - 16:44 น.] #457635 (5/10)


(D)
3. ตั๋วระทึกขวัญ “สองปีก่อน ผมเดินทางไปลอนดอน ครั้งนั้นไม่ได้ไปเที่ยว ไม่ได้ไปทำงาน แต่ไปในฐานะผู้ติดตามภรรยาที่ทำงานอยู่ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปประชุมที่ตลาดหลักทรัพย์ที่ลอนดอน เวลาเดินทางตามภรรยาไปประชุมต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโตเกียว ฮ่องกง นิวยอร์ก หรือดีซี

ผมมักจะมีความสุข เพราะแต่ละวันไม่มีโปรแกรมอะไร ว่างทั้งวัน เมียประชุมตั้งแต่เช้าจรดเย็น ผมก็ว่างแสนว่าง ส่วนใหญ่มักจะไปเดินเล่นตามพิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรี่ต่างๆ ในเมืองนั้น ครั้งไปลอนดอน ช่วงนั้นผมมักจะบ่นให้ใครต่อใคร (รวมทั้งคนอ่าน mars ด้วยในบทบก. ถ้ายังจำได้) ว่า ช่วงนั้นผมมันตัวซวย เดินทางไปไหน แถวนั้นมักจะมีเรื่องฉิบหายวายป่วงเกิดขึ้น ประมาณว่า ไปแถวโรม โป๊ปก็ตาย ไปอียิปต์ ก็มีผู้ก่อการร้ายยิงรถนักท่องเที่ยว ทริปนั้นผมยังเล่าให้คุณยุทธ วรฉัตรธาร ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ที่ร่วมทริปไปกับเมียผมฟังถึงเรื่องนี้ระหว่างกินเป็ดที่โฟร์ซีซั่น คุณยุทธหัวเราะและบอกว่า หวังว่าทริปลอนดอนนี่คงปลอดภัยนะ

ปรากฏว่ารุ่งขึ้น ชาวตลาดหลักทรัพย์ไปประชุมกัน ก็มีวางระเบิดครั้งใหญ่ที่ลอนดอน แม้อาจจะถูกมองว่าเป็นตัวซวย แต่ดวงคงยังไม่ถึงฆาต จริงๆ แล้วผมตั้งใจจะขึ้นรถไฟใต้ดินสายที่ถูกบอมบ์ในช่วงเวลานั้นพอดี แต่ตอนที่ก้าวเท้าออกจากโรงแรม ผมเกิดเงยหน้ามองไปเห็นยอดโดมโบสถ์เซนต์ปอลที่อยู่ใกล้ๆ เลยเปลี่ยนใจเดินไปเที่ยวเซนต์ปอล ระหว่างที่มีบอมบ์ ผมไม่รู้เรื่องเลย ระหว่างอยู่ในโบสถ์ แม่โทรมาหาจากเมืองไทย ผมยังนึกว่าแม่ล้อเล่น ออกมาจากเซนต์ปอลถึงได้รู้เรื่อง ผมเลยเก็บตั๋วรถไฟใต้ดินแบบ 7 วันที่ซื้อเอาไว้เป็นที่ระลึก แถมด้วยตั๋วรถบัสที่ซื้อไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ขึ้น เพราะระบบขนส่งของลอนดอนในวันนั้นเป็นอัมพาตหมดทุกระบบ นับว่าเป็นลอนดอนที่ตื่นเต้นที่สุดตั้งแต่เคยไปมา”

ขอขอบคุณ
- นายท่า สมพร ม่วงพลับ : นายตรวจตั๋วรถประจำทาง สาย 72 ท่าเทเวศร์
- บริษัท ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จำกัด : สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

editor@thaiticketmajor.com 0-2262-3456
- สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร (โรงรับจำนำ) สาขาเทเวศร์
wm-- รู้ไหมว่า คำว่า "ตั๋ว" ในภาษาอีสาน แปลว่า "โกหก" นะจ๊ะตัวเอง
รหัสหนังสือ อจท. อ้างอิง http://www.aksorn.com/lib/s/soc_02



โดยคุณ bannapong (1.2K)  [ศ. 19 ธ.ค. 2551 - 16:51 น.] #457642 (6/10)

ดวงดีจริงๆครับ

โดยคุณ เอสเรวดี (758)  [ศ. 19 ธ.ค. 2551 - 18:17 น.] #457716 (7/10)
เยี่ยมครับ

โดยคุณ กตเวท (151)  [ศ. 19 ธ.ค. 2551 - 18:22 น.] #457730 (8/10)
ขอบคุณมากครับ

โดยคุณ pomkaew (15.8K)  [ศ. 19 ธ.ค. 2551 - 22:38 น.] #457975 (9/10)

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [ส. 20 ธ.ค. 2551 - 09:31 น.] #458276 (10/10)


(D)
เยี่ยมมากๆคะ........

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5