(D)
เม็ดมะม่วงโยนไว้ใกล้ลำธาร เมื่อวันวานผ่านปีจึงมีผล
เป็นม่วงยักษ์สูงใหญ่ให้ผู้คน ใช้ลำต้นกิ่งใบให้ร่มเงา
เหล่าเด็กน้อยเล่นซนปนสนุก มาล้มลุกคลุกโคลนโหนไม้เถา
ปีนลำต้นโหนกิ่งเป็นลิงเมา เหมือนตัวเบาเล่นโหนโจนทะยาน
ชายหุงถ่านพานพบประสบโชค สองมือโบกหักทิ้งหลายกิ่งก่าน
ต่างเก่าแก่อยู่มาเมื่อช้านาน ให้ผลิบานกิ่งใหม่ไว้รอคอย
พอล้วงถึงซึ่งฤดูเป็นรู้แน่ ทั้งพ่อแก่แม่บ้านพานใช้สอย
อร่ามเหลืองเรื่องลูกมะม่วงย้อย หวานอร่อยหน้าชิมต้องลิ้มลอง
ทั้งพ่อค้าวานิจคิดหยุดพัก ต้องตวงตักความสะบายให้ทั้งผอง
นอนทอดกายไต้เงาต่างเผ้ามอง พระคุณของม่วงยักษ์จักรู้นาน
เวลาผ่านนานปีดีประจัก มะม้วยยักลูกโตโอชาหวาน
กิ่งแก่แก่ทำฟืนใช้ยืนนาน ให้คนผ่านสัญจรนอนพักแรม
บัณฑิตน้อยนอนขานอ่านตำลา หนุนสาขารากไม้ให้หน่ายแหนน
พอง่วงหงาวหาวหลับทับรากแทน เป็นหมื่นแสนความจำต้องพร่ำลา
สงครามร้ายชายแดนแสนลำบาก ดึงกระชากลากความตามสารสา
ให้โค่นล้มไม้ยักหักลงมา ถากเป็นเรือนาวาพาข้ามมัน
จบสงครามแล้วไซ้ให้ประโยชน์ หรือเป็นโทษย่างกลายร้ายมหัน
เหลือแต่ตอท้อใจให้ลำพัน เหลือแต่ฝันวานคืนรื่นฤดี
บัณฑิตใหญ่นักหลับกลับมาแล้ว ไอ้เพื่อนแก้วสูงใหญ่ไหนมาหนี
มีแต่ตอพอเล่าความที่มี สมศักดิ์ศรีที่มาเกิดเลิศพระคุณ
แล้วล้วงลักควักเม็ดเมล็ดพันธ์ ผังมันลงดินถิ่นเกื้อหนุน
กาลเวลาผ่านลอยคอยค้ำจุน มานำหนุนรากใบให้ร่มเย็น
ต่างสิ่งของต้องมีวิธีใช้ มันจึงให้คุณงามตามความเห็น
ลองพินิจคิดไว้ใช้ให้เป็น มิว้างเว้นจากสำนึกตรึกตรอง |