 (D)

ริ้วขบวน ถวายพระเกียรติยศสูงสุด
ด้วยพระจริยวัตรอันงดงาม พระปรีชาสามารถ ตลอดจนน้ำพระทัยที่ไหลรินสู่ปวงชนชาวไทยของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
เมื่อสิ้นพระชนม์ในวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จึงโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพองค์พระเชษฐภคินี โดยถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามโบราณราชประเพณี
การจัดริ้วขบวนเคลื่อนพระศพก็เป็นส่วนหนึ่งที่จัดตามโบราณราชประเพณี จากหลักฐานที่บันทึกไว้ การจัดริ้วขบวนเคลื่อนพระบรมศพและพระศพมีปรากฏสืบเนื่องมาแต่โบราณ สำหรับการจัดการพระราชพิธีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้แบบอย่างมาจากริ้วขบวนแห่พระบรมศพสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และสมเด็จพระพันวัสสา เมื่อปี 2301 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ แห่งกรุงศรีอยุธยา
ต่อมาในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตลอดจนริ้วขบวนเชิญพระศพสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้มีการตัดทอนจำนวนราชรถและผู้เข้าร่วมขบวนลงจากเดิม เพื่อความเหมาะสม
การปรับริ้วขบวนพระอิสริยยศดังกล่าว ได้นำมาเป็นแบบอย่างในงานพระศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 รวมถึงงานพระศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2539 โดยมีการปรับเปลี่ยนผู้เข้าร่วมขบวนในบางจุด
สำหรับริ้วขบวนพระอิสริยยศในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กำหนดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย. รวม 6 วัน โดยจะมีการจัดริ้วขบวน 4 วัน ประกอบด้วย 6 ริ้วขบวน คือ ริ้วขบวนเชิญพระโกศออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ริ้วขบวนเชิญพระโกศประดิษฐานพระมหาพิชัยราชรถ จากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร สู่พระเมรุ ณ ท้องสนามหลวง ริ้วขบวนเชิญพระโกศเวียนพระเมรุ ริ้วขบวนเชิญพระอัฐิ และพระสรีรางคารจากพระเมรุ ณ ท้องสนามหลวง สู่พระบรมมหาราชวัง ริ้วขบวนเชิญพระอัฐิประดิษฐาน ณ พระวิมานพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และริ้วขบวนเชิญพระสรีรางคาร บรรจุ ณ สุสานรังสีวัฒนา วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร
พระราชพิธีทั้ง 6 วัน วันพระราชทานเพลิงพระศพ คือ วันเสาร์ที่ 15 พ.ย. นับเป็นวันสำคัญที่สุด ประชาชนจะได้ชมความงดงามของพระโกศ ราชยาน ราชรถ และชุดเครื่องสูงต่างๆ ตลอดจนเครื่องแต่งกายของเจ้าพนักงาน และกำลังพลที่เข้าร่วมขบวน โดยได้ใช้กำลังไพร่พลมากกว่า 3,000 นาย ประกอบไปด้วย 3 ริ้วขบวน
ริ้วขบวนที่ 1 เป็นขบวนเชิญพระโกศโดยพระยานมาศสามลำคาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนฯ มีจุดตั้งริ้วขบวนอยู่ที่หน้าประตูเทวาภิรมย์ เคลื่อนขบวนไปตามถนนมหาราช ถนนท้ายวัง และถนนสนามไชย ใช้กำลังไพร่พลรวม 612 นาย นำขบวนโดยตำรวจขี่ม้า นำริ้ว และผู้ถือธงสามชาย ต่อด้วยคู่แห่ทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ
ส่วนประธานคณะผู้ปฏิบัติงาน สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพุฒาจารย์ วัดสระเกศ นั่งบนเสลี่ยงกลีบบัวและอ่านพระอภิธรรมนำ โดยมีข้าราชการพลเรือนชั้นผู้ใหญ่จากกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นคู่เคียง ต่อด้วยประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ (นายกรัฐมนตรี) และข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับการจัดริ้วขบวน รวมทั้งผู้อำนวยการขบวนพระราชอิสริยยศ (ผู้บัญชาการทหารบก)
ในริ้วขบวนยังมีพนักงานเชิญเครื่องสูง เช่น ฉัตร 7 ชั้น ฉัตร 5 ชั้น และฉัตร 3 ชั้น พระแสงเครื่อง พุ่มไม้เงิน พุ่มไม้ทอง เครื่องประโคม อาทิ กลองชนะ แตร สังข์ ปี่ไฉน โดยมีการประโคมเพลงฮ้อแฮและพญาโศกตลอดเส้นทาง
นอกจากนี้ พระราชวงศ์จำนวน 17 ท่าน รวมทั้ง ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จะอยู่ในขบวนเชิญเครื่องพระอิสริยยศของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตามมาด้วยนาลิวันหัวหน้าพราหมณ์ 4 นาย และประตูหลัง 1 นาย ปิดท้ายขบวนพระอิสริยยศ
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินตามพระโกศไปยังพลับพลาหน้าวัดพระเชตุพนฯ โดยมีพระราชวงศ์ ข้าหลวง-มหาดเล็ก และข้าราชบริพารในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตามขบวน
เมื่อริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระโกศถึงพลับพลา หน้าวัดพระเชตุพนฯ เจ้าพนักงานภูษามาลาเลื่อนพระโกศจากพระยานมาศสามลำคานเข้าสู่เกรินบันไดนาค พระมหาพิชัยราชรถ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทอดผ้าไตร ท้ายเกรินบันไดนาค จากนั้นเจ้าพนักงานเลื่อนเกรินเชิญพระโกศขึ้นสู่บุษบก กระบวนพระราชอิสริยยศ ประโคมแตร สังข์ ปี่กลองชนะ กองทหารถวายความเคารพ ก่อนเคลื่อนขบวนเชิญพระมหาพิชัยราชรถไปยังพระเมรุ ณ ท้องสนามหลวง
เมื่อพนักงานประตูหลังขบวนพระอิสริยยศท้ายพระมหาพิชัยราชรถเดินผ่านหน้าวัดพระเชตุพนฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเข้าขบวน โดยมีตำรวจหลวง 1 คู่ นายทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เชิญธงเยาวราชใหญ่นำเสด็จ นายทหารราชองครักษ์ ข้าราชการมหาดเล็กประจำพระองค์เชิญเครื่องพระราชอิสริยยศ และทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์แซงเสด็จ ต่อด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ถัดมาเป็นท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ข้าหลวง กรมวัง และราชองครักษ์ตามเสด็จ พระราชวงศ์ ข้าหลวง มหาดเล็กในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักเรียนโรงเรียนราชินี โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โรงเรียนราชวินิตมัธยม โรงเรียน ภปร. ราชวิทยาลัย โรงเรียนจิตรลดา ปิดท้ายด้วยวงโยธวาทิต และขบวนทหารตามจำนวน 5 กองพัน ซึ่งมีกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารช่าง กองพันที่ 1 รักษาพระองค์ กองพันอากาศโยธิน และกองพันนาวิกโยธิน |