ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : @@@สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ @@@



(D)
ส่งท้ายสุดสัปดาห์ด้วยสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 10
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ครับ ใครยังไม่ว่างก็เอาไว้อ่าน เสาร์-อาทิตย์ก็ได้ครับ

โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 16:04 น.]



โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 16:05 น.] #412426 (1/13)


(D)
สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส

สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่10
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เสด็จสถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับสถาปนา
เป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯเมื่อปีพ.ศ.2443ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรงพระอิสริยยศ 22 พรรษา สิ้นพระชนม์
เมื่อปี พ.ศ. 2464 พระชนมายุ 62 พรรษา พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรส
ในพระบาทสมเด็จในพระจอมเกล้า ฯ และเจ้าจอมมารดาแพ ประสูติ เมื่อปี
พ.ศ.2403พระนามว่า “พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ” เมื่อพระชนมายุได้ 8พรรษา
ทรงเริ่มศึกษาภาษาบาลี จนสามารถแปลธรรมบทได้ก่อนทรงผนวชเป็นสามเณร

โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 16:05 น.] #412427 (2/13)


(D)
นอกจากนี้ยังทรงศึกษาภาษาอังกฤษ และโหราศาสตร์ อีกด้วยเมื่อพระชนมายุ
ได้14พรรษา ได้ทรงผนวชเป็นสามเณรตามราชประเพณี ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
แล้วมาประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหารอยู่ 2 เดือนจึงลาผนวช ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ
เมื่อปี พ.ศ. 2422 แล้วมาประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อทรงผนวช
ได้ 3 พรรษา ทรงเข้าแปลพระปริยัติธรรมหน้าพระที่นั่ง ทรงแปลได้เป็น
เปรียญ 5 ประโยค จากนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงสถาปนาพระอิสริยยศเป็น “กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส” และเป็นเจ้าคณะรอง
ในธรรมยุติกนิกายเมื่อปีพ.ศ.2424พระองค์ได้ครองวัดบวรนิเวศวิหาร
สืบต่อจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศฯเมื่อปีพ.ศ.2434
ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติ

โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 16:05 น.] #412428 (3/13)


(D)
เมื่อปี พ.ศ. 2436 ทรงเริ่มพัฒนาพระศาสนา โดยเริ่มต้นที่วัดบวรนิเวศวิหาร
ได้ริเริ่มให้ภิกษุสามเณรที่บวชใหม่ เรียนพระธรรมวินัยในภาษาไทย
มีการสอบความรู้ด้วยวิธีเขียน ต่อมาจึงกำหนดให้เป็นหลักสูตรการศึกษา
สำหรับคณะสงฆ์ เรียกว่า “นักธรรม” ทรงจัดตั้ง “มหามงกุฎราชวิทยาลัย”
เป็นการริเริ่มจัดการศึกษาของพระภิกษุสามเณรแบบใหม่คือ เรียนพระปริยัติธรรม
ร่วมกับวิชาการอื่นที่เอื้ออำนวยต่อการสอน ทรงปรับปรุงการปกครองคณะสงฆ์
จนเกิด พ.ร.บ. ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445) ขึ้น
ซึ่งเป็น พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับแรกของไทย

โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 16:06 น.] #412429 (4/13)


(D)
สาระสำคัญของพ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้จัดคณะสงฆ์ออกเป็น 4 คณะคือ
คณะเหนือ คณะใต้ คณะกลาง และคณะธรรมยุติกา มีสมเด็จพระราชาคณะ
เป็นเจ้าคณะ และมีพระราชาคณะรอง คณะละหนึ่งรูป รวมเป็น 8 รูป
ทั้ง 8 รูปนี้ยกขึ้นเป็น มหาเถรสมาคมเป็นองค์กรสูงสุด และเป็นที่ปรึกษา
ในการพระศาสนาและการคณะสงฆ์ของพระมหากษัตริย์
พระองค์ได้เลื่อนพระอิสริยยศเป็นกรมหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2449
และเมื่อปี พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้โปรดเกล้า ฯให้ตั้ง “พระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก” ที่วัดบวรนิเวศวิหาร

โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 16:07 น.] #412430 (5/13)


(D)
ทรงสถาปนากรมหลวงวชิรญาณวโรรส เป็นสมเด็จกรมพระยา
ทรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะใหญ่แห่งพระสงฆ์ ทั้งกรุงเทพมหานคร
และหัวเมืองทั่วพระราชอาณาเขต ในปีต่อมาคือ ปี พ.ศ. 2454
พระองค์ได้ทรงมีลายพระหัตถ์ถึงเสนาบดีกระทรวงธรรมการ
มีความว่า ควรถวายอำนาจในการปกครองคณะสงฆ์แก่พระองค์
ในฐานะที่ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชให้เด็ดขาด เพื่อให้การปกครอง
คณะสงฆ์เรียบร้อย หลังจากนั้นอีก 6 เดือน พระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมอบการทั้งปวงซึ่งเป็นกิจธุระ
ของพระศาสนาถวายแด่พระองค์ผู้เป็นมหาสังฆปรินายก

โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 16:07 น.] #412433 (6/13)


(D)
เมื่อปีพ.ศ. 2455พระองค์ได้ทรงปรับปรุงการพระศาสนาและ
ทางคณะสงฆ์ในด้านต่าง ๆ เป็นอันมาก พอประมวลได้ดังนี้
1. ด้านการพระศาสนา พระองค์ได้พัฒนาภิกษุสามเณร ให้มีความรู้
ความสามารถในพระธรรมวินัย เพื่อจะได้แนะนำสั่งสอนประชาชน
ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ทรงผลิตตำราและหนังสือ
ทางพระพุทธศาสนาที่คนทั่วไปสามารถอ่านทำความเข้าใจได้ง่าย
2. ด้านการคณะสงฆ์ ทรงออกพระมหาสมณาณัติ ประทานพระวินิจฉัย
และทรงวางระเบียบ แบบแผน เกี่ยวกับความประพฤติปฏิบัติของพระภิกษุ
สามเณรในด้านต่าง ๆ ให้ถูกต้อง เป็นมาตรฐานเช่น ระเบียบเกี่ยวกับ
พระอุปัชฌาย์ การบรรพชาอุปสมบท การปกครองภิกษุสามเณรและศิษย์วัด
การวินิจฉัยอธิกรณ์ ระเบียบเกี่ยวกับ สมณศักดิ์ พัดยศ นิตยภัต
ดวงตราประจำตำแหน่ง เป็นต้น

โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 16:08 น.] #412434 (7/13)


(D)
3. ด้านการศึกษา ทรงปรับปรุงการศึกษาของคณะสงฆ์ให้ทันสมัย
ทรงจัดการศึกษาพระปริยัติ ธรรมเพิ่มขึ้นจากแบบเดิมที่ศึกษาภาษาบาลี
โดยให้ศึกษาพระธรรมวินัยในภาษาไทยเรียกว่า หลักสูตร นักธรรม
4. งานพระนิพนธ์ พระองค์ทรงรอบรู้ภาษาต่างๆหลายภาษาคือ
ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส
ได้ทรงนิพนธ์เรื่องต่างๆไว้เป็นอันมากเช่น หนังสือหลักสูตรนักธรรม
ชั้นตรี โท เอก หลักสูตรบาลี ไวยากรณ์ทั้งชุดรวมพระนิพนธ์ทั้งหมด
มีมากกว่า 200 เรื่อง นอกจากนี้ยังทรงชำระ คัมภีร์บาลีไว้กว่า20 คัมภีร์
มีเหตุการณ์สำคัญในสมัยของพระองค์ประการหนึ่ง คือ ตั้งแต่โบราณมา

โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 16:09 น.] #412438 (8/13)
ตำแหน่งพระประมุขแห่งสังฆมณฑล ที่เรียกว่า สมเด็จพระสังฆราชนั้น
ไม่เคยมีพระราชวงศ์องค์ใดที่ทรงผนวชอยู่ได้รับสถาปนาให้ดำรงตำแหน่งนี้
เพิ่งจะเริ่มมีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ซึ่งไม่ได้เรียกว่า
สมเด็จพระสังฆราช แต่เรียกพระนามตามพระอิสริยยศ ในฝ่าย
พระบรมราชวงศ์ ล่วงมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สถาปนาเปลี่ยนคำนำหน้าพระนาม
เป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า

รายละเอียดมากหน่อยนะครับค่อยๆอ่านวันหยุดก็ได้ครับ
จันทร์หน้าค่อยเริ่มองค์ที่11ครับ

โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 17:03 น.] #412510 (9/13)

ขอบคุณครับสำหรับสิ่งดีดีที่มอบให้แก่กัน...
และจะคอยติดตามต่อไปครับ....

โดยคุณ pusit (1.7K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 18:45 น.] #412613 (10/13)


(D)
สวัสดีครับพี่ ยอดเยี่ยมครับ ควรศึกษาอย่างยิ่งครับ

โดยคุณ เบเร่ต์แดง (1.1K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 19:14 น.] #412640 (11/13)


(D)
เป็นตอนๆ ทำยังกะซีรีย์หนังฝรั่งเลยน่ะครับ ( แต่ก้อชอบน่ะครับ ติดงอมแงมเลย )

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [ศ. 07 พ.ย. 2551 - 22:21 น.] #412851 (12/13)

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [ส. 08 พ.ย. 2551 - 05:17 น.] #413037 (13/13)


(D)
เยี่ยมมากครับ.......ติดตามตลอด ได้รู้ในสิ่งที่ยังไม่เคยรู้ ขอขอบคุณครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5