| หัวข้อกระทู้ : ก่อนออกไปเที่ยวเล่น "ทริกออร์ทรีต" ในคืนวันพรุ่งนี้มาอ่านเรื่องเล่าฮัลโลวีนกันก่อน |
 (D)
ก่อนออกไปเที่ยวเล่น "ทริกออร์ทรีต" ในคืนวันพรุ่งนี้มาอ่านเรื่องเล่าฮัลโลวีนกันก่อนหนังสือวันสำคัญของโลกตะวันตก โดย วรวดี วงศ์สง่า เล่าถึงวันฮัลโลวีนว่า คำว่า Halloween มาจากคำเต็มว่า ฮัลโล-อีฟเว่น (Hallow-Even) หรือ ฮัลโลส์ อีฟ หมายถึงค่ำคืนก่อนหน้า "วันรำลึกถึงนักบุญทุกองค์" ที่ทางโบสถ์จะมีงานรำลึกถึงชีวิตและวีรกรรมของนักบุญทุกองค์ในศาสนาคริสต์
ส่วนความเชื่อเกี่ยวกับค่ำคืนฮัลโลวีนนั้นเป็นความเชื่อของพระดรูอิดส์ และชาวเคลต์โบราณ ทั้งในไอร์แลนด์ อังกฤษ และฝรั่งเศส ย้อนกลับไปเมื่อ 700 ปีก่อนคริสตกาลที่เชื่อว่าวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของฤดูร้อน คือวันสุดท้ายของปีและสรรพชีวิต เนื่องจากพลังของแสงอาทิตย์เริ่มอ่อนแรง ไม่สามารถให้ความอบอุ่นได้อีก ในขณะที่ความหนาวเย็นกำลังคืบคลานเข้ามา พวกเขาจึงเชื่อว่านั่นคือสัญณาณแห่งความตายที่แทรกเข้ามาช้าๆ พร้อมกับความหนาวจับขั้วหัวใจ
พวกเขายังจินตนาการกันว่าค่ำคืนสุดท้ายแห่งฤดูร้อนเป็นค่ำคืนที่ภูตผีปีศาจและวิญญาณร้ายทั้งหลายจะผุดขึ้นมาจากนรก เดินเล่นปะปนอยู่กับผู้คน เพื่อคอยหาโอกาสกระชากวิญญาณจากร่างมนุษย์ผู้อ่อนแอและนำกลับไปนรกภูมิด้วยกัน
ค่ำคืนนี้จึงเป็นค่ำคืนที่น่ากลัวและอันตรายที่สุด ชาวเคลต์โบราณจึงช่วยกันหาวิธีเท่าที่จะคิดกันได้ในสมัยนั้น เพื่อช่วยนำพลังที่อ่อนแอลงของแสงอาทิตย์กลับคืนมา และเพื่อป้องกันภูตผีปีศาจไม่ให้ทำร้ายมนุษย์ ด้วยการก่อกองไฟส่งความร้อนเพิ่มให้ดวงอาทิตย์ และสังเวยเครื่องบูชายัญให้ภูตผี พร้อมกับพากันแต่งตัวและหน้าตาให้ดูเหมือนภูตผีมากที่สุด เพื่อว่าถ้าผีตนใดไม่ยอมรับเครื่องสังเวย อย่างน้อยถ้าเห็นว่าหน้าตาเหมือนกันก็คงจะละเว้นไม่ทำร้าย
บรรดาผีปลอมทั้งหลายจะพากันออกเดินขอรับบริจาคทานตามบ้านในตอนหัวค่ำ เมื่อได้รับของบริจาคแล้ว พวกเขาจะสวดอุทิศให้กับดวงวิญญาณที่ยังล่องลอยไม่มีที่ไป เพราะเชื่อว่าวิญญาณเหล่านั้นจะได้รับผลบุญจากผู้บริจาคทาน และจะเอื้อให้ผู้บริจาคทานได้รับความสุขตอบแทน แต่ถ้าผีปลอมไปขอบริจาคแล้วไม่ได้รับบริจาคจากบ้านไหนคนในบ้านนั้นจะถูกผีจริงเข้าสิงทันที
จวบจนกระทั่งคริสต์ศาสนาเข้ามาแทนที่ลัทธิ ดรูอิดส์ ผู้คนยังคงถือปฏิบัติตามประเพณีดั้งเดิมอยู่ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนเนื้อหาจากความหวาดกลัวให้มาเป็นความสนุกสนานแทน
วันฮัลโลวีนถือปฏิบัติในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกในปี 1840 โดยชาวไอริชนิกายคาทอลิกนำมาพร้อมกับพวกเขาในช่วงที่อพยพมายังผืนแผ่นดินอเมริกา
ในปัจจุบันเมื่อถึงคืนฮัลโลวีน เด็กๆ ในอเมริกาและแคนาคาจะพากันแต่งตัวเหมือนผีแต่ไม่ได้เพื่อหลอกกัน แต่จะเอาแนวคิดเรื่องขอบริจาคทาน มาปรับเป็นเกม เรียกว่า "ทริกออร์ทรีต" (trick or treat) แทน เด็กจะตระเวนไปเคาะประตูตามบ้าน พอผู้ใหญ่มาเปิดประตูเด็กๆ จะพูดว่า "ทริก ออร์ทรีต" คล้ายคำถามพอเป็นพิธีว่า "ให้หรือไม่ให้" ถ้าผู้ใหญ่เตรียมขนมไว้ให้หรือ "ทรีต" เด็กๆ ก็จะขอบคุณ แล้วไปเคาะประตูบ้านอื่นต่อ แต่ถ้าผู้ใหญ่ไม่ "ทรีต" เด็กๆ ก็จะ "ทริก" หรือแกล้งผู้ใหญ่คนนั้น
ในนิตยสารเล่มโปรด ฉบับเดือนต.ค. 2551 เล่า เรื่องราวของ แจ๊ก โอ แลนเทิร์น (jack-o"-lanterns) ฟักทองแกะสลักรูปหน้าปีศาจแสยะยิ้มว่าเป็นนิทานพื้นบ้านของประเทศไอร์แลนด์ เรื่องราวของนายแจ็ก ชาวไร่จอมขี้เกียจแต่เจ้าเล่ห์ที่โดนดีเพราะไปล้อเลียนปีศาจเข้า การเล่าสืบต่อกันมานานทำให้มีเนื้อเรื่องแตกต่างกันไป สองแบบที่นิยมเล่าแพร่หลายที่สุดคือ
"ลวงปีศาจขึ้นต้นไม้" นิทานแบบแรกนี้มีอยู่ว่า ในคืนหนึ่งระหว่างที่แจ๊กเดินเล่นอยู่ในไร่ของเขา ปีศาจก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าและบอกว่าจะเอาวิญญาณของแจ๊กไปลงนรก เพราะถึงเวลาตายของเขาแล้ว แจ๊กหลอกปีศาจว่าตัวเองยอมไปโดยดีแต่อยากกินแอปเปิ้ลก่อนตาย พร้อมทั้งขอให้ปีศาจช่วยปีนต้นไม้ขึ้นไปเก็บแอปเปิ้ลให้ พอปีศาจปีนขึ้นไป แจ๊กก็เอามีดมาแกะเปลือกต้นไม้เป็นรูปกางเขน ทำให้ปีศาจติดอยู่บนต้นไม้ ปีนลงมาไม่ได้
"สะกดปีศาจไว้ในกระเป๋าสตางค์" นิทานแบบที่สองนี้เล่าว่า แจ๊กได้พบกับปีศาจในคืนหนึ่งหลังจากที่เข้าไปขโมยของในหมู่บ้าน แจ๊กหลอกปีศาจว่าจะหาวิญญาณหลายดวงมาให้พาลงนรก โดยให้ปีศาจแปลงร่างเป็นเหรียญเงินไปซื้อของที่หมู่บ้าน จากนั้นให้ปีศาจในร่างเหรียญเงินหายตัวไป ชาวบ้านก็จะทำร้ายกันจนตายเพื่อหาตัวขโมยและเหรียญที่หายไป ปีศาจก็จะได้วิญญาณลงนรก เมื่อปีศาจยอมทำตาม แจ๊กกลับใส่เหรียญนั้นในกระเป๋าสตางค์ที่เขาใส่ไม้กางเขนที่ขโมยมาจากหมู่บ้านลงไป ทำให้ปีศาจสิ้นอิทธิฤทธิ์
แม้เรื่องราวจะต่างกันไปบ้าง แต่ทุกเรื่องจะจบเหมือนกันคือ แจ๊กปล่อยปีศาจไปโดยมีข้อตกลงว่าจะต้องไม่ยุ่งกับวิญญาณของเขาอีก
เมื่อถึงวันที่แจ๊กเสียชีวิต วิญญาณไม่อาจขึ้นสวรรค์ได้เพราะทำบาปไว้มาก ครั้นไปนรกปีศาจก็ขับไล่เพราะตกลงไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งกับวิญญาณของเขาอีก ทั้งยังโยนก้อนถ่านที่ไหม้ไฟนรกมาทางเขาหนึ่งก้อน แจ๊กจึงนำถ่านมาใส่ในหัวผักกาด เทอร์นิปที่คว้านเนื้อออกกลายเป็นโคมไฟที่ไม่มีวันมอด แล้ววิญญาณของแจ๊กก็เดินถือโคมไฟเร่ร่อนอยู่บนโลก รู้กันในนาม แจ๊ก โอ แลนเทิร์น หรือ ผีโคมไฟ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นฟักทอง ในภายหลัง
ว่ากันว่าทุกคืนวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งก็คือวันฮัลโลวีน วิญญาณของแจ๊กจะเสาะหาร่างคนเพื่อสิงสู่ให้ตนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง!!
 |
|
|