(D)
เมื่อถึงกาลโลกใกล้จะวิบัติ โลกร้อนรุ่มยิ่งนัก เกิดน้ำทะลักหลั่งไหลมา
ทั่วทุกหนแห่งเต็มไปด้วยน้ำเจิ่งไหลนอง ผู้คนพากันหลบหนีไปอยู่ในที่สูงเพื่อให้พ้นจากน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก
ที่เพิ่มพูนทวีสูงข้นเรื่อยๆ ใครมีเรือเล็ก เรือใหญ่ก็ใช้อาศัยหนีน้ำที่กำลังท่วมสูงขึ้น สูงขึ้นๆสูงขึ้น
โอพระเจ้า ..น้ำกำลังจะท่วมโลก
"โอ..หลวงพ่อรีบลงเรือลำใหญ่ไปกะพวกเราเถอะน้ำกำลังจะท่วมแล้ว"
หลวงพ่อ: "ท่านออกเดินทางไปเถอะเรานั้นศรัทธาในพระเจ้าเราไม่ขอทิ้งโบสถ์แห่งพระเจ้าไปที่ใด เราจะรออยู่บนยอดโบสถ์นี้ พระองค์ต้องมาช่วยเราแน่"
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ น้ำก็ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ สักครู่ก็มีชายพายเรือเล็กมาจอด และพูดขึ้นว่า
"โอ..หลวงพ่อรีบลงเรือไปกะเราเถอะน้ำกำลังจะท่วมแล้ว รีบมาเถอะหลวงพ่อ"
หลวงพ่อพูดขึ้นว่า "ท่านออกเดินทางไปเถอะเรานั้นศรัทธาในพระเจ้าเราไม่ขอทิ้งโบสถ์แห่งพระเจ้าไปที่ใด เราจะรออยู่บนยอดโบสถ์นี้ พระองค์ต้องมาช่วยเราแน่"
เวลาผ่านไปน้ำขึ้นมาถึงลำคอของหลวงพ่อ มีเรือเล็กอีกลำรีบพายตรงมา
"โอ..หลวงพ่อรีบลงเรือไปกะเราเถอะน้ำท่วมสูงแล้ว รีบมาเถอะหลวงพ่อ นี่เป็นเรือลำสุดท้ายแล้วนะ"
หลวงพ่อพูดขึ้นว่า "ท่านออกเดินทางไปเถอะเรานั้นศรัทธาในพระเจ้าเราไม่ขอทิ้งโบสถ์แห่งพระเจ้าไปที่ใด เราจะรออยู่บนยอดโบสถ์นี้ พระองค์ต้องมาช่วยเราแน่"
สุดท้ายน้ำได้ท่วมยอดโบสถ์ หลวงพ่อได้เสียชีวิต และเมื่อเสียชีวตหลวง่อได้ไปพบพระเจ้า
หลวงพ่อรีบตัดพ้อกับพระเจ้าว่า
"ข้านั้น ศรัทธาในตัวท่านมาตลอด ทั้งชีวิตอุทิศตนเพื่อพระองค์ ใยเล่า เมื่อถึงคราวคับขันพระองค์จึงไม่
ช่วยเหลือ ปล่อยให้ข้าต้องจมน้ำตายอย่างทุกข์ทรมาน เหตุใดพระองค์ช่างไร้เมตตา"
เพื่อพระเจ้าได้ยินเช่นนั้น พระเจ้าจึงตรัสขึ้นว่า
"ช้าก่อน ทำไมเจ้าจึงพูดเช่นนั้น ก็ข้าส่งเรือไปรับตั้งหลายลำเจ้าไม่มาเองจะมาโทษข้ายังไง"
............................................................
 |
|