ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : " ปิดตำนานเฒ่าทรนง ปู่เย็น " อ่านแล้ว ดูแล้ว สะท้อนใจจริงๆ



(D)


ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (12 ต.ค.) ว่า ขณะนี้ นายเย็น แก้วมณี หรือ ปู่เย็น อายุ 108 ปี เฒ่าทรนงแห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี เสียชีวิตลงแล้ว หลังจากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าได้นำตัวปู่เย็นขึ้นจากเรือที่จอดอยู่ริมสะพานลำไย ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนหลังจากพยาบาลที่ไปตรวจร่างกายปู่เย็นเป็นประจำทุกวัน พบปู่เย็นนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว และชีพจรเต้นแผ่วเบา

ทั้งนี้ ระหว่างนำตัวปู่เย็นส่งโรงพยาบาลชีพจรของปู่เย็นได้หยุดเต้นพยาบาลจึงให้ยากระตุ้นหัวใจและปั๊มชีพจร แต่ร่างกายของปู่เย็นตอบสนองต่อยาน้อยมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากถึงโรงพยาบาลไม่นานปู่เย็นก็เสียชีวิตลงอย่างสงบ

สำหรับปู่เย็นมีอาชีพออกหาปลาในลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี โดยหลังจากภรรยาเสียชีวิตได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ภายในเรือริมลำน้ำเพชรบุรี

เรื่องราวชีวิตของชายชราอายุผู้หนึ่งที่มีอายุกว่า 106 ปี ซื่อ ปู่เย็น หรือ นายเย็น แก้วมะณี ที่อาศัยกินอยู่หลับนอนบนเรือแทนบ้าน และยึดอาชีพการหาปลาขายเลี้ยงตนเองตามลำพัง ได้ถูกเปิดเผยขึ้นและถ่ายทอดผ่านทางรายการทีวี ที่มีชื่อว่า รายการคนค้นคน เข้ามาสัมผัสและถ่ายทองเรื่องราวชีวิตของปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งลุ่มแม่นำเพชรบุรี ออกสู่สายตาคนทั้งประเทศถึงสามตอน ทำให้หลายคนและหลายครอบครัวทั้งในจังหวัดเพชรบุรี และต่างจังหวัด เดินทางมาที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อมาหา มาเยี่ยม และมาดูตัวเป็นๆของปู่เย็น ผู้ที่อายุยืนนับร้อยปี ทำให้ในช่วงนั้นจังหวัดเพชรบุรีคึกคัดเป็นพิเศษ และที่สำคัญไปกว่านั้น และสร้างความปราบปลื้มใจให้แก่ชาวจังหวัดเพชรบุรี และตัวปู่เย็นมากที่สุดก็คือ วันที่ 23 มีนาคม 2548 เป็นวันที่ปู่เย็น ได้เข้ารับเรือพระราชทานต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่จัดขึ้นบริเวณท่าน้ำหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งงานนี้ประชาชนทั้งจังหวัดเพชรบุรี และตัวปู่เย็นต่างยินดีและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง ชีวิตของชายชราผู้หนึ่ง ซึ่งหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของตนเองด้วยการหาปลาขาย ไม่โกงใคร และยึดหลักที่ว่า หอยไม่มีมือ ไม่มีตีน ยังหากินได้ นับประสาอะไรกับคน มีทั้งมือทั้งตีนต้องหากินได้ คำพูดของชายชราผู้นี้ถูกถ่ายทอดออกไปทำให้คนหลายๆคนมีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิต และรู้จักคำว่าพอเพียง และใครจะรู้ว่าหากไม่มีรายการคนค้นคน หรือ สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิและทีมงานชีวิตของชายชราผู้นี้ อาจจะเหมือนคนแก่ทั่วไปที่ถูกปล่อยปะละเลย ไม่มีใครสนใจ หรืออาจจะไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ายังมีคนแบบปู่เย็นอยู่ในโลก

ขณะเกิดฝนตกหนักประชาชนส่วนใหญ่ก็กำลังนอนหลับอยู่ภายในบ้านกันอย่างสบาย แต่ใครจะนึกว่าขณะเดียวกัน ปู่เย็น เฒ่าแห่งแม่น้ำเพชรบุรี ได้ทุรนทุรายเพื่อที่จะหนีความเปียกปอนอาศัยใต้ถุนสะพานเป็นหลังคาบ้าน จนเกิดอุบัติเหตุหกล้มได้รับบาดเจ็บ คะเราไปติดตามเรื่องนี้ ผู้คนจากอำเภอท่ายางอำเภอบ้านแหลมและอำเภอเมืองเพชรบุรี พร้อมทีมข่าวพีซีทีวีจำนวนหนึ่งเดินทางมาเยี่ยมและดูอาการของ ปู่เย็น เฒ่าทระนง แห่งแม่น้ำเพชรบุรี หลังทราบว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาปู่เย็นได้ลื่นหกล้มที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำใต้สะพานลำใย เนื่องจากขณะนั้นมีฝนตกหนัก

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:06 น.]



โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:07 น.] #398034 (1/21)


(D)


ขณะเกิดฝนตกหนักประชาชนส่วนใหญ่ก็กำลังนอนหลับอยู่ภายในบ้านกันอย่างสบาย แต่ใครจะนึกว่าขณะเดียวกัน ปู่เย็น เฒ่าแห่งแม่น้ำเพชรบุรี ได้ทุรนทุรายเพื่อที่จะหนีความเปียกปอนอาศัยใต้ถุนสะพานเป็นหลังคาบ้าน จนเกิดอุบัติเหตุหกล้มได้รับบาดเจ็บ คะเราไปติดตามเรื่องนี้ ผู้คนจากอำเภอท่ายางอำเภอบ้านแหลมและอำเภอเมืองเพชรบุรี พร้อมทีมข่าวพีซีทีวีจำนวนหนึ่งเดินทางมาเยี่ยมและดูอาการของ ปู่เย็น เฒ่าทระนง แห่งแม่น้ำเพชรบุรี หลังทราบว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาปู่เย็นได้ลื่นหกล้มที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำใต้สะพานลำใย เนื่องจากขณะนั้นมีฝนตกหนัก

ปู่เย็น ได้เล่าว่า ขณะนอนหลับอยู่ภายในเรือที่เทียบอยู่ริมฝั่งแม่น้ำใต้สะพาน เกิดมีฝนตกหนักและอากาศค่อนข้างเย็นเกรงว่าผ้าห่มจะเปียก จึงรีบตื่นเพื่อที่จะขึ้นไปนอนบนบกใต้เชิงสะพาน จึงเกิดลื่นหกล้มจนมีแผลถลอกที่บริเวณแขนข้างขวา และนิ้วเท้าข้างซ้ายเป็นรอยฟกช้ำ ครั้งแรกปู่เย็นได้ฉีกเอาเศษผ้ามาซับเลือดบริเวณบาดแผลพร้อมกับพันทับเอาไว้ หลังจากทีมข่าวได้พูดคุย กับปู่เย็นแล้วจึงช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยการนำเศษผ้าที่ปู่เย็นได้พันเอาไว้ออก แล้วนำผ้าพันแผลที่ถูกหลักอนามัยมาพันแทน จากนั้นได้ประสานไปยังจังหวัดเพชรบุรีเพื่อให้ช่วยประสานต่อไปยังแพทย์จากโรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี และหลังจากแพทย์เดินทางมาถึง ปู่เย็น ได้พูดว่า ไปรบกวนคุณหมอทำไม….เกรงใจเขา ซึ่งคำพูดนี้จะได้ยินจากปาก ปู่เย็น เป็นประจำ เนื่องจากนิสัยส่วนตัวแล้วปู่เย็น จะเป็นคนเกรงใจคน จากนั้นแพทย์ได้ใส่ยาฆ่าเชื้อให้พร้อมกับพันแผลตามปกติ หลังทำแผลเรียบร้อยแล้วปู่เย็นก็ได้พูดคุยกับผู้ที่เดินทางไปเยี่ยมอย่างร่าเริง พร้อมกับบอกว่าช่วงนี้ไม่มีเวลาที่จะออกหาปลา เนื่องจากต้องรับแขกที่เดินทางมาเยี่ยม และพูดติดตลกอีกว่า สงสัยตัวเองจะดังใหญ่แล้ว ปล่อยเขาเดี๋ยวก็ซาไปเอง

ปู่เย็น เฒ่าทระนง แห่งแม่น้ำเพชรบุรี เล่าถึงความรู้สึกที่มีต่อแม่น้ำเพชร ซึ่งได้สะท้อนให้รู้ว่า แม่น้ำเพชรบุรีแหล่งนี้ในอนาคตจะเป็นเช่นไร ถ้าวันนี้ไม่ได้รับการพัฒนาคะจากการที่ทีมข่าวได้เสนอเรื่องราวของ ปู่เย็น แก้วมะณีอายุ 105 ปี เฒ่าทระนง แห่งแม่น้ำเพชรบุรี ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเรือกลางแม่น้ำเพชรบุรีมากว่า 10 ปี หลังจากภรรยาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2536 โดยประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองด้วยการหาปลาขายแบบการขึงตาข่ายบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งปัจจุบันขายปลาได้วันละ 30-70 บาท

ปู่เย็น ได้เล่าให้ทีมข่าวฟังอย่างเหนื่อยล้าว่า อดีตแม่น้ำเพชรบุรีนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ แต่เดี๋ยวนี้ลำคลองตั้งแต่บริเวณวัดท่ากระเทียม อ.ท่ายาง ตลอดเรื่อยมาถึง อ.เมือง นั้นมีความสกปรกมาก น้ำที่เคยอาศัยใช้ดื่ม เดี๋ยวนี้ไม่กล้าดื่มแล้วเพราะเกรงว่าจะทำให้ท้องเสีย ปู่เย็น ยังได้เล่าต่ออีกว่า ทุกวันนี้ได้อาศัยน้ำโพลาลิดดื่ม แต่ไม่รู้สึกหนักท้อง ผิดกับน้ำเพชรในสมัยก่อนเมื่อนำมาดื่มจะรู้สึกอิ่มและหนักท้อง และแม่น้ำเพชรขณะ บางจุดจะมีกอซอล้มขวางทำให้มีความลำบากในการล่องเรือเป็นอย่างมากปู่เย็น ยังได้เล่าถึงการพัฒนาแม่น้ำเพชรบุรีของหน่วยงานต่างๆ ที่ผ่านมา ว่า มีการพัฒนาไม่ทั่วถึง ทำแบบเอาหน้าเอาตาและเอาใจเจ้านายเท่านั้น เมื่อเจ้านายไม่เห็นจะทำเหมือนผักชีโรยหน้า ทุกวันนี้ขยะก็มากมายทำให้ลำบากในการวางตาข่ายดักปลาเท่าที่ทีมข่าวได้พูดคุยกับปู่เย็น จะเห็นว่าปู่เย็น นั้นมีความคิดที่มีความสร้างสรรค์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งน้อยคนนักที่จะมีความรู้สึกดีดีกับแม่น้ำเพชรบุรี อันเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชาวจังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การพูดคุยกับ ปู่เย็น ในครั้งนี้ ทำให้ทราบถึงกฎเกณฑ์ในการดำรงชีวิต เป็นการต่อสู้เพื่อการดิ้นรนให้อยู่รอดไม่ใช่เป็นเรื่องยากลำบาก ซึ่งก็เปรียบเหมือน ชีวิตของ ปู่เย็น ที่กำลังต่อสู้เพื่อการอยู่รอด โดยการอาศัยแม่น้ำเพชรบุรี หาปลาขายเพื่อเลี้ยงชีพ เหมือนกับแม่น้ำเพชรบุรี ขณะนี้ต้องทนเเบกรับกับสิ่งสกปรกที่มนุษย์ได้กระทำเอาไว้และไร้คนเหลียวแลที่จะพัฒนาจนนำไปสู่เกิดการเน่าเสีย เมื่อนั้น ปู่เย็น และคนทั้งจังหวัดคงจะอาศัยแหล่งน้ำอันเป็นประวัติศาสตร์แหล่งนี้ในการดำรงชีพให้อยู่รอดต่อไม่ได้ ไปเยี่ยมเยียนอยู่เรื่อยๆและอีกไม่กี่วันเรือพระราชทานของปู่เย็นก็จะสร้างเสร็จแล้วและปู่เย็น ยังยืนยัน รักษาสัจจะว่าจะกลับบ้านเมื่อถึงหน้าเดือนหก

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:07 น.] #398036 (2/21)


(D)


ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นาย ประสงค์ พิทูรกิจจา เปิดเผยถึงเรือพระราชทานที่ นายเย็น แก้วมะณี อายุ 105 ปี ซึ่งอาศัยหลับนอนอยู่ในเรือ และประทังชีพด้วยการหาปลาขาย จะได้ รับพระทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ว่าเป็นฝีมือการออกแบบของวิทยาลัยการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา เป็นเรือกว้าง 1 เมตร ยาว 6 เมตร มีประทุนหลังคากันแดดกันฝน ด้านครึ่งเรือตอนท้ายจะมีผ้ามุ้งสำหรับกันยุงและสิ่งอำนวยความสะดวกในเรืออย่างครบครัน เช่น ยารักษาโรค และพาชนะจำเป็นสำหรับการอุปโภคบริโภค ตลอดเครื่องใช้จำนวนหนึ่ง สำหรับตัวเรือจะเป็นเนื้อไฟเบอร์กลาสตลอดทั้งลำ มีน้ำหนักเบาสามารถลอยตัวอยู่ในน้ำตื้นได้ โดยจะสร้างเสร็จภายในไม่เกิน 20 วัน

ซึ่งทุกวันนี้ ยังคงมีผู้มีน้ำใจทั้งภายในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาที่สะพานลำใย อ.เมืองเพชรบุรีอย่างไม่ขาดสาย เพื่อเยี่ยมปู่เย็นด้วยความเป็นห่วง โดยในช่วงเย็นปู่ได้ขึ้นมานั่งรับผู้ที่มาเยี่ยมเยียนบนบันไดสะพาน ปู่เย็น ได้เล่าถึงเหตุผลที่ขึ้นจากเรือมานั่งบนบันไดสะพานว่า หลายวันมานี้มีผู้มานั่งพูดคุยและเยี่ยมเยียนที่เรือทุกวัน ตนจึงไม่ได้ออกเรือและตนก็รู้สึกเกรงใจผู้ที่มาเยี่ยมซึ่งต้องเดินทางลงไปใต้สะพานซึ่งไม่สะดวก เมื่อวันก่อนฝนตกหนักทำให้ใกล้ๆ ที่จอดเรือมีสภาพชื้นแฉะแต่คนก็มาเยี่ยมอย่างไม่ขาดสาย เมื่อห้ามคนมาเยี่ยมไม่ได้ จึงขึ้นมารอที่บันไดดีกว่า คนที่มีเยี่ยมจะได้ไม่ต้องลำบากเดินลงไป ปู่เย็นได้กล่าวว่าตอนนี้ตนไม่ได้ออกเรือเพราะตาข่ายหายไปประกอบกับคนที่มาเยี่ยมนำของมาให้มากมายหากผู้ที่มาเยี่ยมน้อยลงตนก็จะออกหาปลาตามปกตินอกจากนี้ปู่เย็นยังบอกกันทีมข่าว พีชีทีวีว่า เจ้าของบ้านที่ตนพักอยู่ได้เดินทางมาตามและรับกลับไปพักผ่อนที่บ้านที่ อำเภอท่ายาง แต่ตนได้ปฏิเสธไป เพราะได้ลั่นวาจาเอาไว้แล้วว่าจะกลับขึ้นไปพักบนบกในราวเดือนหกตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาก็ต้องรักษาคำพูด จึงต้องอาศัยอยู่ในเรืออย่างที่เคยพูดไว้

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชเสาวนีให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เยี่ยมเยียนและสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของปู่เย็น เฒ่าทระนง แห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี หลังจากทรงทอดพระเนตรรายการคนค้นคน ภายหลังจากที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงทอดพระเนตร รายการคนค้นคนที่ได้นำเสนอเรื่องราวการดำเนินชีวิตของ ปู่เย็น แก้วมะณี เฒ่าทระนง แห่งแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งออกอากาศทาง ช่อง 9 อสมท.เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา และทำให้พระองค์ทรงห่วงใย จึงมีพระราชเสาวนีให้ นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เดินทางไปเยี่ยมเยียนโดยให้สอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่และความต้องการต่างๆของ ปู่เย็น พร้อมกับนำสิ่งของพระราชทานให้แก่ปู่เย็น

จากนั้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 มีนาคม 2548 ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายประสงค์ พิทูรกิจจา และคุณหญิงสงวนศรี พิทูรกิจจา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินทางไปเยี่ยม ปู่เย็น แก้วมะณี ณ บริเวณท่าน้ำศาลากลางบ้านคามวาสี อ.เมืองเพชรบุรี โดยนายประสงค์ พิทูรกิจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้กล่าวว่า จะจัดหาเรือลำใหม่ที่มีหลังคาป้องกันแดดและฝนได้ เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้ นายเกียรติศักดิ์ หรือกบ กล่อมสกุล คนสนิทของปู่เย็น ไปจัดหาเรือที่มีความเหมาะสมดังกล่าวเพื่อมอบให้กับปู่เย็น

สำหรับประวัติ ปู่เย็น เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรีมาโดยกำเนิด มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว อาศัยอยู่บ้านเลขที่ตามทะเบียนราษฎร์ 274/4 ถ.มาตยาวงศ์ ต. ท่าราบ อ. เมืองเพชรบุรี อายุ ๘๖ ปี แต่เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า เกิดปีฉลู ขณะนี้อายุ 106 ปีแล้ว มีบิดาชื่อนายสุข แก้วมะณี มารดาชื่อนางชม แก้วมะณี ภรรยาชื่อนางเอิบ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2536 ปี หลังจากภรรยาเสียชีวิตปู่เย็นจึงใช้ชีวิตอยู่ในเรือมาโดยตลอดนับว่ากว่า ๑๐ ปีแล้ว โดยประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองด้วยการหาปลาแบบการขึงตาข่ายบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี ปัจจุบันขายปลาได้วันละ 30-70บาท

สำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของปู่เย็น จะอยู่แบบเรียบง่าย ใช้เรือเป็นที่อาศัยหลับนอน ปู่เย็นจะขึ้นฝั่งไปพักอยู่กับหลานที่อำเภอท่ายางก็ต่อเมื่อช่วงฤดูน้ำหลากเท่านั้น จากการสังเกตระหว่างการพูดคุยของปู่เย็นพบว่าปู่เย็น มีแนวทางการดำเนินชีวิตวางไว้อย่างมีกฎเกณฑ์ โดยพึ่งพาธรรมชาติ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย นิสัยส่วนตัวเป็นคนขี้เกรงใจ ยึดถือคำพูดเป็นหลัก

ชีวิตปู่เย็น เฒ่าทระนง กับแม่น้ำเพชรบุรี กำลังจะได้รับการพัฒนา เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มที่จะให้ความสนใจและให้ความสำคัญต่อแม่น้ำเพชรแล้ว ปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งแม่น้ำเพชรบุรี ก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ภายในเรือใต้ถุนสะพานลำไยตามปกติ ซึ่งภายหลังจากรายการคนค้นคน ได้เผยแพร่เรื่องราวของปู่เย็นตามที่ทีมข่าวพีซีทีวีได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ขณะนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของปู่เย็นเริ่มจะดีขึ้น ทุกวันนี้ปู่เย็นไม่ต้องหุงข้าวกิน ไม่ต้องลงเรือหาปลา เนื่องจากมีประชาชนทั้งในและต่างจังหวัดเดินทางมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสาย บ้างก็ซื้ออาหาร ขนม ผลไม้ และผ้าห่ม มาให้ปู่เย็น บางวันปู่เย็นไม่มีเวลาแม้แต่พักผ่อนเพราะต้องรับแขก ทำให้เสียงแหบร่างกายมีอาการอ่อนล้า ส่วนขนมหรือผลไม้นั้น ปู่เย็นก็จะแบ่งปันให้กับเด็กๆ ที่มาลงเล่นน้ำและเที่ยวเล่นอยู่บริเวณใกล้เคียง กินกัน

โดยคุณ WEERA_NUNGHOTMAI (2.8K)(16)   [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:13 น.] #398040 (3/21)
อย่าคิดมากครับ ปู่แก่ไปสบายแล้วครับ

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:13 น.] #398042 (4/21)


(D)
ซึ่งปู่เย็น ได้เล่าให้ว่า ทุกๆวันจะมีผู้คนเดินทางมาเยี่ยมตนไม่ขาดสาย ทำให้ตนต้องพูดมากจนทำให้มีอาการเจ็บคอและเสียงแหบ และเมื่อวันที่๑๔ มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีผู้คนเดินทางมาเยี่ยมกันเป็นจำนวนมาก พร้อมบอกกับปู่ว่าจะเอาปู่ไปอยู่ด้วย และพร้อมจะปลูกบ้านให้อยู่ แต่ปู่เย็นได้ปฏิเสธและพูดติดตลกว่า ตนอยู่บ้านไม่ได้มันร้อนใจอยากจะออกไปไหนต่อไหน ถ้าจะปลูกบ้านให้เดี่ยวตนก็ขาย แล้วจะว่าไม่ดี ไม่เอาดีกว่ามันลำบากใจขออยู่ในเรือแบบเดิมจะดีกว่า ไม่ต้องไปรบกวนใครและไม่ให้ใครต้องมาเดือดร้อนด้วย

อย่างไรก็ตามแม้ว่าปู่เย็นจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่สังขารของร่างกายปู่เย็นก็ยังคงเป็นผู้สูงอายุทั่วไปที่ต้องการพักผ่อนมากกว่าปกติ สำหรับเรื่องราวของ ปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งแม่น้ำเพชรบุรีนั้นขณะนี้ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจากทั่วสารทิศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วจะเห็นว่าการดำเนินชีวิตของปู่เย็นนั้นจะเป็นคนที่สมถะโดยอาศัยกินและหรับนอนอยู่ในเรือเหล็กบริเวณใต้สะพานลำไย อีกทั้งปู่เย็นแกเป็นคนที่รู้ถึงการดำรงชีพจึงถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดที่ทำให้ทุกคนที่ได้ฟัง สามารถนำกลับไปคิดและปฏิบัติตามในการอยู่ร่วมกับสังคมส่วนรวมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถเป็นบุคคลตัวอย่างให้กับเยาวชนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

หลังจากที่รายการคนค้นคน ได้นำเสนอเรื่องราวการต่อสู้ชีวิตของปู่เย็นออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี และภายหลังที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงทอดพระเนตร ทำให้พระองค์ทรงห่วงใย จึงมีพระราชเสาวนี ให้นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เดินทางไปเยี่ยมเยียนโดยให้สอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่และความต้องการต่างๆ ของปู่เย็น และทรงมีกระแสรับสั่งให้วิทยาลัยเทคโนโลยี่และอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา จัดสร้างเรือลำใหม่ที่มีหลังคาเพื่อกันแดดกันฝนและติดตั้งมุ้งลวดกันยุงมอบให้กับปู่เย็น และเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2548 ที่ผ่านมา ปู่เย็นได้เข้ารับพระราชทานเรือต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมในพิธีหลายร้อยคน ซึ่งปู่เย็นกล่าวเพียงสั้นๆว่า ดีใจ ตื้นตันใจและเกรงใจ จากนั้นปู่เย็นได้ลงเรือพระราชทานพายทวนน้ำไปเทียบที่ใต้สะพานลำใยตามปกติ

ประวัติเรือหาปลาของปู่เย็น

โดยเรือลำเก่านั้นทีมข่าวได้ทราบข้อมูลจาก อาจารย์ นิคม คุปตะวินทุ ว่าเมื่อปลายปี พ.ศ. 2535 หรือประมาณ 14 ปีก่อนเคยบันทึกภาพขณะปู่เย็นใช้เรือไม้หรือที่เรียกกันว่าเรือมาด ออกดักปลาที่บริเวณหลังโรงเรียนสุวรรณรังสฤษ ซึ่งสังเกตเห็นคุณปู่แก่ๆ กับเรือเก่าๆกำลังตั้งหน้าตั้งตาดักตาข่ายเพื่อหาปลาไปขาย โดยปู่จะอาศัยแหล่งน้ำแห่งนี้เป็นที่หาปลา โดยสภาพแม่น้ำในสมัยนั้นมีความใสสะอาดซึ่งผิดกับปัจจุบันมาก ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2540 ปู่เย็นได้เปลี่ยนเรือลำใหม่ และได้ซื้อเครื่องมาติด เนื่องจากสภาพร่างกายเริ่มโรยราแต่ต่อมาได้มีคนขโมยเครื่องของปู่ไป และเวลาผ่านไปอีกระยะหนึ่งปู่เย็นได้ให้เรือกับข้าราชการนายหนึ่งไปเนื่องจากมีสภาพผุพัง และปัจจุบันก็ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าเรือไม้ลำนั้นไปอยู่ที่ใด หรือไม่ก็อาจจะพุพังไปแล้วก็ได้

ส่วนเรือเหล็กที่ปู่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ นายเกียรติศักดิ์ กล่อมสกุล ผู้ที่เรียกได้ว่ามีความใกล้ชิดกับปู่เย็นมากที่สุดในเวลานี้ ได้ให้ข้อมูลว่า เรือเหล็กที่ปู่เย็นใช้หาปลาอยู่ในปัจจุบันนี้ ปู่เย็นได้ซื้อมาจากเพื่อนที่อยู่ในอำเภอแก่งกระจาน ในราคา 8,000 โดยนายผิน เข็มเมือง หลานชายได้ช่วยออกเงินให้จำนวนสี่พันบาทพร้อมค่าขนส่ง โดยอดีตนั้นเรือลำนี้ก็ได้มีการติดเครื่องด้วย ต่อมาเครื่องยนต์พังจึงต้องใช้ไม้ถ่อ และเมื่อปีที่แล้วเรือลำดังกล่าวก็เกิดรอยรั่ว จึงได้นำขึ้นมาเพื่อทำการซ่อมแซม และถึงแม้ว่าเดือน๖ ที่จะถึงนี้ปู่เย็นจะกลับขึ้ฝั่งเเละกลับที่อำเภอท่ายางปู่ก็จะต้องนำเรือขึ้นไปด้วยและจะใช้เรือลำนี้หาปลาตลอดไป

และเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2548 ที่ผ่านมา จังหวัดเพชรบุรีก็ได้จัดพิธีการมอบเรือให้กับปู่เย็น ที่บริเวณริมแม่น้ำข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัด เพชรบุรี สำหรับเรือพระราชทานดังกล่าวนี้ อาจารย์ วรเทพ บุญยัง อาจารย์ประจำแผนกช่างต่อเรือโลหะวิทยาลัยเทคโนโลยี่และอุตสาหกรรมพระนครศรีอยุธยา ก็ได้ให้ข้อมูลว่าเรือพระราชทานลำนี้ทำด้วยไฟเบอร์กลาสทั้งลำ ไม่มีเครื่องยนต์ ลักษณะยาวเรียว หัวท้ายแหลม น้ำหนักเบามาก กว้าง ๑ เมตร ยาว 6 เมตร ใต้ท้องเรือและใต้หัวเรือจะมีกล่องเอนกประสงค์สำหรับใส่สิ่งของ ท้องเรือลาดชันเพื่อให้น้ำไหลสะดวก พร้อมมีบ่อดักน้ำสำหรับวิดน้ำออกจากเรือ หรือสำหรับใช้ขังปลา ส่วนหลังคาทำด้วยผ้าใบอย่างดีตลอดทั้งลำ โครงหลังคาเป็นอลูมิเนี่ยม สามารถถอดพับได้ นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างพร้อมติดมุ้งลวดพลาสติกอย่างดีสำหรับกันยุงและตัวแมลงได้อีกด้วย จากอดีตถึงปัจจุบันแม้ว่ากาลเวลาจะหมุนเปลี่ยนไหลเวียนดังสายน้ำแห่งแม่น้ำเพชรบุรีแต่วันนี้ ปู่เย็น ก็ยังคงยึดถือแม่น้ำสายนี้เปรียบเหมือนบ้านและยังคงใช้แม่น้ำแห่งนี้หาปลาเพื่อเลี้ยงชีพ และจะยังใช้แม่น้ำสายนี้หาปลาตลอดไป

โดยคุณ อาจารย์คง (526)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:14 น.] #398045 (5/21)
นักสู้ตัวจริงเลยครับ

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:14 น.] #398046 (6/21)
ปู่เย็น อายุ 106 ปี วัย 106 ปี ของชายชราคนหนึ่งน่าจะพูดได้ว่า เลยภาวะไม้ใกล้ฝั่งไปแล้วหลายขุม ปู่อยู่ตัวคนเดียว เคยมีเมียแต่ไม่มีลูก เพราะปู่เป็นหมัน ถ้าปู่มีลูกไม่แน่ว่าป่านนี้ลูกๆ ของปู่จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ สำหรับปู่ ยังไงปู่ก็ยังไม่ตายแน่ๆ นอกจากยังไม่ตาย ปู่ยังแข็งแรงใช้ได้ ไม่ว่าร่างกายหรือหัวใจ

ปู่เป็นมุสลิมเมืองเพชร แต่เมียปู่เป็นไทยพุทธแถวประจวบ ทั้งสองครองรักกันยืนยาวโดยไม่มีฝ่ายใดได้ เปลี่ยนรีตเปลี่ยนรอยศาสนา รวมทั้งในชีวิตไม่เคยมีพิธีกรรมออกหน้าออกตาอันใด ใช้หัวใจหรือหัว อะไรบ้างก็ไม่รู้ล่ะ รู้แต่ว่าอยู่กันมายืนยาวกว่าไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร ย่าขี้เกียจอยู่ดูโลก จากปู่ไปก่อน ตอนอายุ 92 ปี ปู่ถึงตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจากโลกนี้ไปไหน แต่ตอนย่าจากไปปู่ร้องไห้ อยู่ 3 เดือน ชายชราคนหนึ่ง ร้องไห้กับการจากไปของหญิงชราคนหนึ่งนาน 3 เดือน คงไม่ใช่เพราะความขี้แย นับแต่วันที่ย่าจากไป ปู่ก็ออกจากบ้านเช่าราคาเดือนละแปดร้อยบาท ขนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นในชีวิต มาอยู่บ้านหลังใหม่ ไม่มีเสา ไม่มีหลังคา ยาวราวๆ 2 วา กว้างแค่ 2 ศอก บ้านของปู่เป็นเพียง เรือลำเล็กๆ ลอยอยู่ในลำน้ำเพชร นับถึงปัจจุบัน ปู่กิน อยู่ หลับนอน อยู่ในเรือมานานนับสิบปี โดยมี การงานแห่งชีวิตเพียงอย่างเดียว คือ การดักอวนหาปลา

ทุกวันปู่จะจอดเรือนั่งๆ นอนๆ อยู่ใต้สะพานลำใย ซึ่งทอดเชื่อมระหว่างบ้านหม้อ กับตลาดวัดท่อ พอเย็นๆ ก็จะเริ่มพายเรือออกไปหาที่วางอวน ปู่จะกู้อวนคืนละ 2 ครั้ง ดึกๆ ครั้งหนึ่ง รุ่งเช้าอีกครั้ง หนึ่ง ได้ปลา ปู่ก็จะเอาใส่กะละมังหิ้วขึ้นมาขายที่ตลาดวัดท่อในตอนเช้า ก่อนเดินกลับลงไปพักผ่อน ชม เวลาเลือนผ่านชีวิตไปโดยไม่วิตกทุกข์ร้อน หรือไม่ก็ซ่อมอวนอยู่ในเรือนเรือ ปู่ไม่ชอบให้ใครสงสารปู่ แต่ปู่ชอบสงสารคนอื่น ปู่มักจะขายปลาที่นับวันยิ่งหายากในราคาถูกๆ คนที่มาซื้อเห็นปู่ขายถูก ยิ่งขอซื้อให้ถูกเข้าไปอีก แต่ปู่ก็ไม่ว่าอะไร นานปีทีหนจึงจะมีคนใจดี ซื้อปลาไม่กี่ตัว ให้ เงินเกินมา ไม่เอาเงินที่ปู่ทอนกลับไป แบบนี้ปู่ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าใครให้ปู่ฟรีๆ มีปัญหาทันที

มีคนเคยถามว่า ทำไมปู่ไม่ไปขอความเมตตาจากใครๆ เขา คนแก่ๆ ยังไงๆ ใครๆ ก็สงสาร ปู่บอกว่า ไม่เอา ไม่ชอบที่สุด ดูแต่หอยซิ ไม่มีมือมีตีน มันยังหากินได้เอง (รู้จักมั้ยหอยน่ะ…ปู่ย้ำ) ประสาอะไร กับคนมีมือมีเท้า หากินเองไม่ได้ก็อายหอย

ปู่คิดและเชื่อแบบนี้ แต่มีคนมากมายที่ไม่ได้คิดและเชื่อแบบปู่ ปู่อาจดูโง่และน่าหมิ่นแคลนในสายตาของคนเหล่านั้น แต่ปู่ไม่มีวันหมิ่นแคลนตัวเอง ขณะปู่อยู่ในเรือ คนเหล่านั้นอาจกำลังนั่งถือขันอยู่ตามสะพานลอย หรือไม่ก็กำลังข่มขู่ทุบตีเพศแม่ที่เป็นเมียตอนที่ตัวเองกำลังเมา กำลังขูดรีด โก่งราคา จี้ปล้น ฉ้อ โกง ฮั้วสัมปทาน เล่นแร่แปรหุ้นในตลาดเงิน

ไม่ว่าความฉลาด ความโง่ ความดี ความชั่ว ความนับถือ และการให้ค่าในการมีชีวิต แน่นอนว่า คน พวกนั้นต่างกับปู่ ขณะที่ปู่คิดว่าคนเราไม่ว่าเฒ่าชะแร แก่ชราแค่ไหน หากยังมีลมหายใจ ก็ต้องพยายาม อยู่ให้ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยไม่เอารัดเอาเปรียบ และเบียดเบียนใคร พูดง่ายๆ ว่ารับผิดชอบดู แลตัวเอง หาอยู่หากินเอง ว่างั้นเหอะ

ปู่อาจไม่รู้จักคำว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในหัวสมองปู่อาจไม่ มีคำว่าชีวิตที่สง่างาม ความหยิ่งทะนง แต่ปู่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในชีวิต ซึ่งบางทีคนที่ใช้คำเหล่านี้หากินบ่อยๆ เสียอีกที่ชีวิตไม่มีสิ่งเหล่านี้ ปู่เบียดบังชีวิตตัวเองได้ แต่ไม่เคยเอาเปรียบเบียดบังชีวิตคนอื่น ปีนี้ปู่กะว่าจะอยู่ในเรือเป็นปีสุดท้าย ปู่กะว่าจะรีไทร์ตอนอายุ 106 ปี หน่วยกิตสุดท้ายที่ปู่ตั้งใจว่าจะทำให้ได้ คือ หาเงินอีก 3 พันบาท เพื่อไปรวมกับที่มีอยู่แล้ว 7 พันบาท จากการเก็บสะสมมาชั่วชีวิต เพื่อให้ได้หมื่น

ปู่คิดว่าถ้ามีเงินถึงหมื่น กินแบบเขียมๆ คงจะพอกินไปจนตาย ไม่รู้ปู่คิดในใจไว้แล้วรึยังว่า จะตายตอน อายุเท่าไหร่เพื่อให้ได้เงิน 3 พัน ปู่ต้องพายเรือจากอำเภอท่ายาง มายังเมืองเพชร เป็นระยะทางเกือบ 30 กิโลเมตร ซึ่งต้องแวะค้างอ้างแรมริมฝั่งหนึ่งคืน ปู่บอกแบบไม่อนาทรว่าไปเรื่อยๆ อยากนอนตรงไหนก็ จอดนอนตรงนั้น ไม่ร้อนใจ จอดนอนตรงไหนก็ลงอวนตรงนั้น ได้ก็ช่าง ไม่ได้ก็ช่าง

โดยคุณ น้องส้มฉุน (4.4K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:16 น.] #398047 (7/21)


(D)
จวบจนปัจจุบันหลังจากกระแสของ ปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งแม่น้ำเพชร เงียบหายไป ผู้คนที่เคยเดินทางมาพบปู่เย็นก็พลอยขาดหายไปด้วย ซึ่งทุกวันนี้ปู่เย็นก็กลับมาใช้วิถีชีวิต เหมือนแต่ก่อนเก่าแล้ว ตกเย็นทุกวันปู่เย็นจะออกหาปลาขาย ซึ่งถ้าขายไม่หมดปู่เย็นก็จะนำกลับมาทำอาหารกินเองที่ใต้ถุนสะพานลำไย อย่างเช่นวันนี้ ปู่เย็น ก็ยังคงดำรงชีพด้วยการหุงหาอาหารกินเอง ปลาที่หามาได้ก็จะนำมาแร่ใส่เกลือตากแดดไว้ย่างกิน ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่า ชีวิตคนเรามีขึ้นลง เหมือนกับบันได ที่ปู่เย็นเคยพูดไว้เมื่อหลายเดือนก่อน และทุกวันนี้ ชีวิตของปู่เย็น ก็ไม่ผิดอะไรไปจากคำพูดที่เคยพูดเอาไว้

ติดตามปิดตำนาน เฒ่าทรนง ได้ในรายการ คนค้นคน วันอังคารที่ 28 ตุลาคม นี้น่ะค่ะ
ขออภัยที่ยาวไปหน่อยน่ะค่ะ

โดยคุณ เสือน้อย8ริ้ว (778)(2)   [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:22 น.] #398056 (8/21)
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา อยู่ที่ว่าเราดำรงชีวิตอย่างไร ก่อนจะจากโลกนี้ไป

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:28 น.] #398061 (9/21)


(D)


ยอดเยี่ยมครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:30 น.] #398066 (10/21)


(D)


ยอดเยี่ยมครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:31 น.] #398068 (11/21)


(D)
ยอดเยี่ยมครับ

โดยคุณ looknam1 (2.6K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 15:31 น.] #398069 (12/21)
อยู่ให้นานนับว่าเป็นเรื่องยากแล้ว แต่อยู่ให้หมู่คนสรรเสริญสักวันสองวันนับว่าอยากยิ่ง ปู่อยู่มาร้อยกว่าปีตายแล้วยังมีคนสรรเสริญ..............................

เฉลยปริศนาไก่ด้วยครับ น้องส้มฉุน ตอบปลาหมอ เหตุผล จะได้มีคนรักษา คิดว่าเหตุผล
น้อยไปครับ
คำตอบของผมคือ ปลาช่อน เหตุผล แม่ย่อมไม่กินลูก (ไก่แก่แม่ปลาช่อนครับ อิอิ..)

โดยคุณ พรชมพู (18.1K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 16:30 น.] #398134 (13/21)

โดยคุณ nui28 (2.6K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 16:47 น.] #398147 (14/21)
เป็นบทความที่ประทับใจมากค่ะ

โดยคุณ มณีพระ (906)(1)   [พ. 22 ต.ค. 2551 - 17:17 น.] #398167 (15/21)


(D)
ประทับใจในความคิดและวิถีชีวิตของปู่เย็นครับ

โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 18:12 น.] #398215 (16/21)

โดยคุณ พลธนธรณ์ (72)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 18:53 น.] #398248 (17/21)

โดยคุณ HighwayStar (21)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 20:10 น.] #398330 (18/21)
น่านับถือครับ...

โดยคุณ R9999 (8.6K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 20:27 น.] #398353 (19/21)
สุดยอด ร้อยปีจะมีสักคนครับ...

โดยคุณ โพธิ์ทอง (7.8K)  [พ. 22 ต.ค. 2551 - 21:09 น.] #398400 (20/21)
ปู่ไปสบายแล้ว เหลือแต่พวกเรานี้แหละจะต้องดิ้นรนไปอีกนานเท่าไร

โดยคุณ lancer (929)(1)   [พฤ. 23 ต.ค. 2551 - 07:34 น.] #398676 (21/21)
คติพจน์ ของปู่ยอดเยี่ยมมากครับเห็นสัจจะธรรมเลย

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5