ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : +++ พระพรหม มหาเทพผู้สร้างโลกและลิขิตความเป็นไปของสรรพชีวิต +++



(N)
สวัสดีครับพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกท่าน

เมื่อคืนมีการเปิดตัวพระพรหมรุ่นหนึ่ง สวยงาม อลังการ โดนใจผมสุดๆ (แต่ขอไม่ระบุนะครับว่ารุ่นไหน เดี๋ยวผิดวัตถุประสงค์ของกระดานคุยเฟื่องฯ) ผมก็เลยไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระพรหม แล้วก็ไปเจอบทความที่น่าสนใจมากๆ บทความหนึ่ง ซึ่งผมขอคัดลอกบางส่วนมาให้ได้อ่านกันดูนะครับ

ตามมาเลยครับ



พระพรหม คือ พระเจ้าผู้สร้าง ผู้ลิขิตความเป็นไปของทุกสรรพสิ่ง เป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ทุกคน พระพรหมจึงเป็นผู้รู้ความเคลื่อนไหวของสรรพชีวิต เหตุการณ์สำคัญของโลกล้วนอยู่ในสายตาของพระพรหม พระพรหมคือมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่หนึ่งในสามตรีมูรติ ทรงรับฟังคำอธิษฐานของผู้ศรัทธาเสมอ ผู้บูชาพระพรหมและทำความดี จะได้รับการบันดาลพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา

พระพรหม มีพระนามหลากหลาย เช่น พระพรหมมา พระพรหมา พระพรหมธาดา ท้าวมหาพรหม ปชาบดี อาทิกวี อาตมภู โลกาธิปดี ฯลฯ

กำเนิดของพระพรหม

พระพรหมเกิดขึ้นมาเองโดยไม่มีสิ่งใดมาก่อน แท้จริงแล้วพระองค์ไม่มีจุดกำเนิด คือ มีอยู่ตั้งแต่เริ่มต้นของจักรวาลแล้ว เรียกสภาวะของพระพรหมนี้ว่า อาปวะ เมื่อพระพรหมประสงค์จะสร้างสิ่งต่างๆ จึงได้แบ่งตัวเองออกเป็น 2 ภาค ภาคหนึ่งคือเพศชาย ภาคหนึ่งคือเพศหญิง (พระแม่สรัสวดี) ร่วมมือกันสร้างเทพองค์อื่นๆ เทวดา มนุษย์ สัตว์ และพืชพรรณทั้งหลายในโลก

พระพรหม เป็นเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ ทรงมีอานุภาพในการลิขิตชะตาชีวิต โดยควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎแห่งกรรม พระพรหมจึงเป็นผู้คุ้มครองคนดี และลงโทษผู้กระทำบาป ผู้มีกิเลสตัณหา จะถูกพระพรหมลิขิตให้ชีวิตมีแต่ความลำบากยากเข็ญ ผู้มีจิตใจเอื้ออารีย์ต่อผู้อื่น พระพรหมจะบันดาลให้มีความสุขและสมบูรณ์ในชีวิต การเสียสละต่อส่วนรวมคือการถวายความจงรักภักดีต่อพระพรหม พระพรหมจะบันดาลพรให้ผู้เสียสละนั้นมีแต่ความสุขตลอดกาล

ผู้ศรัทธาในพระพรหม เมื่อสวดบูชาต่อพระองค์แล้ว พระองค์จะประทานปัญญาในการประกอบอาชีพ ปกป้องให้ห่างจากศัตรู ประทานความแข็งแรง ความรู้แจ้ง ชี้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ และมอบความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณแก่ผู้นั้น

พระพรหมทรงโปรดความเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย มีพระทัยอ่อนโยน รักสรรพชีวิตที่พระองค์สร้างมาเสมอ เมื่อผู้ศรัทธาต้องการสักการะ พระพรหมก็โปรดการจัดการอย่างเรียบง่าย มีความตั้งใจ แต่ไม่ใหญ่โตวุ่นวาย พระองค์โปรดให้ลูกศิษย์สวดภาวนาว่า "สัก ชิต เอกัม พรหมมา" หรือ "โอม อาฮัม พรหมมา อัสมิ" เป็นร้อยๆ พันๆ หมื่นๆ แสนๆ เที่ยว และให้นั่งสมาธิตั้งจิตเพ่งไปที่พระองค์ การที่ผู้ศรัทธาได้อยู่กับพระพรหมตามลำพัง นั่งสมาธิและสวดภาวนาให้นานที่สุด พระองค์จะโปรดมาก เพราะพระองค์ทรงสอนว่า การนั่งอยู่กับที่และระลึกถึงพระองค์ บริโภคมังสวิรัติ ไม่ออกไปสร้างสิ่งเดือดร้อนให้ผู้อื่น คือการตอบแทนพระคุณพระพรหมได้ดีที่สุด

เดี๋ยวยาวไปจะเบื่ออ่านกัน ผมขอแบ่งเป็นเรื่องๆ ไปในแต่ละเม้นท์นะครับ

โดยคุณ JCainfo (6K)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 08:07 น.]



โดยคุณ JCainfo (6K)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 08:14 น.] #3566316 (1/16)
ศาสตราวุธของพระพรหม

ลูกประคำ
คือ การสวดมนต์ภาวนาต่อพระพรหมเพื่อแผ่เมตตาไปยังสรรพชีวิต

ดอกบัว
คือ ความสวยงามของธรรมะ ความดีงาม
พระองค์ทรงสอนให้มนุษย์กระทำในสิ่งที่ดีงามและมีเมตตาต่อผู้อื่นเสมอ

คัมภีร์
คือ การตั้งตนอยู่ในความดีความชอบ
การศึกษาบทสวดและโยคะเพื่อมุ่งตรงสู่พระผู้เป็นเจ้า

หม้อน้ำ
คือ กมัณฑลุ หรือ หม้อกลัศ ที่นักพรตตวงน้ำจากแม่น้ำคงคา
ไปใช้ในพิธีกรรมบูชาเทพต่างๆ (น้ำมนต์บริสุทธิ์)

ศาสตราวุธทั้ง 4 นี้คือศาสตราวุธหลัก แต่ก็ยังมีศาสตราวุธอีกมากมาย
แล้วแต่ช่างจะจินตนาการปั้นหรือวาด เพื่อเสริมความหมายขึ้นมา เช่น ธนู หอก กระจก
สังข์ ดาบ มีด กริซ ช้อนตักน้ำมันไฟ จักร คฑา ตลอดจนเครื่องดนตรีต่างๆ



ข้อมูลจากอีกแหล่งระบุว่า

ตามคติความเชื่อแต่โบราณเชื่อว่าพระพรหมมี 4 พระพักตร์ 4 พระโอษฐ์ 8 กร มองเห็นทั้ง 3 โลก มีพระโอษฐ์และวาจาศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก พูดอย่างไรเป็นอย่างนั้น และในพระกรทั้ง 8 นั้นจะอยู่ในคนละอิริยาบทดังนี้

• พระกรที่ 1 ถือทิพย์เนตร (แว่นวิเศษ) สามารถมองเห็นสรรพสิ่งได้
• พระกรที่ 2 ถือจักรหรือกงจักร เป็นอาวุธร้ายแรงทำลายทุกสรรพสิ่ง
• พระกรที่ 3 ถือคฑา สามารถเนรมิตได้ทุกอย่าง
• พระกรที่ 4 ถือคัมภีร์ เป็นปราชญ์เหนือปราญ์
• พระกรที่ 5 ถือคนฑ์โฑทิพย์ (หม้อน้ำทิพย์) เป็นน้ำทิพย์จากสวรรค์ หลั่งรดที่ใดเพื่อสร้างได้ตามปรารถนา
• พระกรที่ 6 ถือสังข์ (หอยสังข์) น้ำในสังข์ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ สามารถชำระล้างได้ทุกสรรพสิ่ง
• พระกรที่ 7 จับที่พระอุระ เพื่อคอยดูใจและประคองใจตนเอง
• พระกรที่ 8 ประทานพร เพื่อให้สำเร็จตามที่ขอ

โดยคุณ JCainfo (6K)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 08:15 น.] #3566317 (2/16)
พระพรหมเป็นผู้ให้กำเนิดคัมภีร์พระเวท
พระพักตร์ทั้ง 4 ของพระพรหมจึงหมายถึง พระเวททั้ง 4
พระพักตร์ด้านตะวันออก คือ ฤคเวท / พระพักตร์ด้านใต้ คือ ยชุรเวท
พระพักตร์ด้านตะวันตก คือ สามเวท / พระพักตร์ด้านเหนือ คือ อาถรรพ์เวท

พระพรหมผู้สร้างโลกได้สร้างมนุษย์ขึ้นมา โดยวรรณะต่างๆของชาวอินเดีย มีกำเนิดมาจากส่วนต่างๆของพระพรหม ดังนี้
ชนชั้นพราหมณ์ (นักบวช) เกิดจากพระโอษฐ์
ชนชั้นกษัตริย์ (นักรบ) เกิดจากพระพาหา
ชนชั้นแพศย์ (พ่อค้าทั่วไป) เกิดจากพระเพลา
ชนชั้นศูทร (กรรมกร) เกิดจากพระบาท


โดยคุณ JCainfo (6K)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 08:19 น.] #3566318 (3/16)
พระพรหมในศาสนาพุทธ กับ พระพรหมในศาสนาพราหมณ์ นั้นมีรูปกายเหมือนกัน ลักษณะภายนอกเหมือนกัน แต่ไม่ใช่องค์เดียวกัน

พระพรหมของพุทธ คือ คนที่ทำความดี ตั้งมั่นอยู่ใน พรหมวิหาร 4และไปเกิดเป็นพรหม ซึ่งมนุษย์ทุกคนสามารถเป็นพรหมได้ หากตั้งมั่นอยู่บนความมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา บนสวรรค์จึงมีพระพรหมเป็นล้านๆองค์ พระพรหมที่ชาวไทยรู้จักกันดีได้แก่ ท้าวมหาพรหม หรือ พระพรหมเอราวัณ ณ สี่แยกราชประสงค์ ท้าวพกาพรหม ท้าวกบิลพรหม

พระพรหมของพราหมณ์-ฮินดู คือ ผู้สร้างโลก ซึ่งมีเพียงองค์เดียว แต่เรียกได้หลายพระนาม เช่น พระพรหมมา พระพรหมธาดา ท้าวจตุรมุข ประชาบดี


การกราบไหว้สักการะเทวรูปพระพรหม หากไม่แน่ใจว่าเป็น พระพรหมของฮินดู (ผู้สร้างโลก) หรือเป็น พระพรหมของพุทธศาสนา (ผู้ทรงพรหมวิหาร) แนะนำให้สวดบูชาทั้ง 2 คติในคราวเดียวเลย จะได้ไม่สงสัยติดคาในใจ อีกทั้งยังได้ระลึกถึงพระพรหมทั้งหมดทุกองค์ ซึ่งไม่เป็นการผิดบาป เนื่องจากการสักการะเทวรูปพรหมในคติหนึ่งแล้วระลึกไปถึงอีกคติหนึ่ง จะนำมาซึ่งสิริมงคลทั้ง 2 ศาสนา (พุทธ-พราหมณ์)


โดยคุณ JCainfo (6K)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 08:31 น.] #3566322 (4/16)
ที่มาของข้อมูลหลัก สยามคเณศ ดอทคอม

http://www.siamganesh.com/lordbrahma.html

และบางส่วนจากร้านพรครูบา

http://www.pornkruba.net/article.php?id=4174&lang=th


ขออภัยที่ไม่ได้ขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร แต่นำมาลงเพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้เท่านั้นครับ

ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

โดยคุณ JCainfo (6K)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 08:58 น.] #3566338 (5/16)
ในคติของชาวไทยที่รับคติความเชื่อจากศาสนาพรหมณ์-ฮินดู เชื่อว่าพระพรหมเป็นผู้ลิขิต ชะตาชีวิตของบุคคลต่าง ๆ ตั้งแต่เกิดจนตาย เรียกว่า "พรหมลิขิต" และผู้ใดที่บูชาพระพรหมอยู่เป็นนิจ พระองค์จะประทานพรให้สมหวัง เรียกว่า "พรพรหม" หรือ "พรหมพร" และยังเป็นเทพประจำทิศเบื้องบนอีกด้วย

โดยความหมายของคำว่า "พรหม" หมายถึง "ความเจริญ, ความกว้างขวาง, ความขยายตัว หรือความเบิกบาน" ดังนั้นตามคติและวัตรปฏิบัติต่าง ๆ ทั้งในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และพุทธศาสนาจึงมีคำว่า พรหม ประกอบคำศัพท์ เช่น "พรหมจรรย์", "พรหมบุตร" หรือ "พรหมวิหาร" เป็นต้น


ที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1

โดยคุณ rungkrabi (6.9K)(1)   [อ. 20 ม.ค. 2558 - 09:21 น.] #3566344 (6/16)

โดยคุณ ข้าวไทย (2.2K)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 10:51 น.] #3566384 (7/16)

โดยคุณ หนึ่งรักษ์พระ (73)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 11:16 น.] #3566399 (8/16)

โดยคุณ lek_devils (642)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 11:36 น.] #3566410 (9/16)

โดยคุณ JCainfo (6K)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 12:49 น.] #3566454 (10/16)
สวัสดีครับ

พี่ rungkrabi
พี่ข้าวไทย
พี่หนึ่ง ... ผมส่งให้เพื่อวานแล้วนะครับพี่
ตาเล็ก


โดยคุณ Madman1 (82)(1)   [อ. 20 ม.ค. 2558 - 19:59 น.] #3566641 (11/16)
คิดถึงหลวงพ่อชำนาญเลย.

โดยคุณ อากู๋ (59)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 20:49 น.] #3566681 (12/16)
สวัสดีครับ พี่เจ
ขอบคุณที่นำความรู้มาฝากครับ

โดยคุณ phichet (13.8K)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 21:50 น.] #3566768 (13/16)

โดยคุณ uthai08 (2.5K)  [อ. 20 ม.ค. 2558 - 22:38 น.] #3566812 (14/16)

โดยคุณ JCainfo (6K)  [พ. 21 ม.ค. 2558 - 08:35 น.] #3566932 (15/16)

โดยคุณ bigloma (3K)  [ศ. 30 ม.ค. 2558 - 02:00 น.] #3573452 (16/16)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5