ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ชนวนมวลสาร "ตำนานวัดบวรนิเวศวิหาร"



(N)
พระพุทธรูป ภ.ป.ร. วิหาร ปี พ.ศ. 2508 วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้นำพระพุทธรูป ภ.ป.ร. ของวัดเทวสังฆราม หรือ ที่นิยมเรียกว่า พระพุทธรูป ภ.ป.ร. รุ่น พระกฐินต้น ไปพระราชทานหน่วยทหาร – ตำรวจ และหน่วยงานราชการ อีกหลายแห่ง เป็นที่ชื่นชมยินดีเป็นอันมาก รวมทั้ง พ่อค้า ประชาชน ยังมีความต้องการ ประสงค์อยากมีไว้สักการบูชาอีกเป็นจำนวนมาก พระองค์จึงได้พระราชทานพระดำริ ว่าน่าจะมีการสร้างขึ้นมาอีกครั้ง ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อสนองความต้องการของผู้ศรัทธา

โดยเหตุนี้จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการสร้างพระพุทธรูป ภ.ป.ร. ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ ถือเป็นงานใหญ่ระดับชาติ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2507 มี จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานร่วมด้วยกรรมการจากหน่วยงานราชการ สถาบันต่าง ๆ แล้วตั้งเป็นคณะอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

พระพุทธรูป ภ.ป.ร. ที่สร้างขึ้นในครั้งนี้ เดิมคณะกรรมการจะจัดสร้างตามแบบพระพุทธรูป ภ.ป.ร. รุ่น พระกฐินต้น วัดเทวสังฆาราม ทุกประการ แต่เมื่อคณะกรรมการได้นำพระพุทธรูป ที่ออกแบบสร้างแล้วขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ทรงพระมหากรุณาธิคุณฯ แก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบให้ถูกต้องเหมาะสมกับพระพุทธลักษณะยิ่งขึ้น ด้วยพระบรมราชวินิจฉัยของพระองค์เอง

พระองค์ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย แก้ไขพุทธลักษณะคล้ายคลึงใกล้เคียงไปทางพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยเป็นอันมาก นอกจากนี้ยังได้พระราชทานภาษิต สำหรับจารึกไว้ที่ฐานด้านหน้า เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชาติว่า ทยฺยชาติยา สามคฺคิย สติสญฺชานเนน โภชิสิย รกฺขนฺติ แปลว่า คนชาติไทย จะรักษาความเป็นไท อยู่ได้ด้วยมีสติสำนึกอยู่ในความสามัคคี ส่วนที่ฐานด้านหลังจารึกใจความว่า เสด็จพระราชดำเนินในพิธีหล่อ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2508
โดยมอบหมายให้ศาสตราจารย์ ไทฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ นายช่างศิลป์กรมศิลปากร ปั้นหุ่นขึ้นใหม่ ได้ทรงควบคุมการปั้นหุ่น ให้อยู่ในพระบรมราชวินิจฉัยโดยตลอด
ฉะนั้น พระพุทธรูป ภ.ป.ร. รุ่นนี้ จึงสมบูรณ์แบบครบถ้วน รวมเอาสัญลักษณ์ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างบริบูรณ์ มีคุณค่าทั้งทางศิลปะประติมากรรม ประวัติศาสตร์ และคุณค่าแห่งจิตใจ

โดยคุณ apaitoon (440)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 19:14 น.]



โดยคุณ apaitoon (440)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 19:17 น.] #2745102 (1/23)
# พิธีกรรม
การประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ครั้งนี้เป็นเวลา 3 วันโดยในหนังสือ จาตุรงคมงคล ของวัดบวรนิเวศ ได้บันทึกพิธีกรรมไว้ว่า
วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2508 เวลา 16.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯเข้าสูพระอุโบสถ ทรงประเคนผ้าไตรแด่ สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ พร้อมพระสงฆ์ที่มาในพิธีพุทธาภิเษกทั้งหมดแล้ว เฉพาะสมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะ 10 รูป ที่เจริญพุทธมนต์ออกไปครองผ้า แล้วกลับมานั่งยังอาสนะพร้อมแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย สมเด็จพระราชาคณะประธานพระสงฆ์ถวายศีลจบ พระราชครูวามเทพมุนีถวายน้ำเทพมนต์แล้วพระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ และลงคาถาในแผ่นโลหะที่จะผสมหล่อพระพุทธรูปจบแล้ว
ได้เวลาพระฤกษ์ (17.16 – 17.41 น.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนทอง ทรงตั้งสัตยธิษฐาน ถวายเทียนทองนั้นแต่สมเด็จพระราชาคณะผู้เป็นประประธานสงฆ์จุดเทียนชัย พราหมณ์เป่าสังข์ ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตรบัณเฑาะว์และดุริยางค์ พระสงฆ์เจริญคารา จุดเทียนชัยจบแล้วถวายอนุโมธนาถวายดิเรก (ไม่ออกจากพระอุโบสถ คงนั่งอยู่ตามเดิม) เจ้าพนักงานนิมนต์พระราชาคณะที่นั่งปรกขึ้นนั่งยังอาสนะหน้าตู้เทียนชัย และพรสงฆ์ที่จะสวดภาณวารขึ้นนั่นยังเตียงมณฑล พร้อมแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชาธรรมที่มณฑลพระสวดภาณวาร เสด็จพระราชดำเนินกลับ พระสงฆ์สวดภาณวารต่อไปคณาจารย์นั่งปรกทำการปลุกเสกโลหะต่าง ๆ ตลอดคืน พระราชครูวามเทพมุนีประกอบพิธีบูชากุมภ์ประพรมน้ำเทพมนต์ปลุกเสกโลหะต่าง ๆ

วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้เสด็จฯ พระภาวนาจารย์และพระเกจิอาจารย์ หมุนเวียนกันนั่งปลุกเสกโลหะ ที่จะใช้หล่อพระ และถ่ายรูปพร้อมกันเป็นที่ระลึก โดยมีพิธีปลุกเสกตลอดคืนเช่นกันกับวันแรก

วันอาทิตย่ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2508 เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯไปยังปะรำพิธีมณฑลหน้าตึกมนุษย์นาควิทยาทาน โรงเรียนวัดบวรนิเวศฯ ทรงจุดธูปเทียนสักการบูชาพระรัตนตรับเสร็จแล้ว จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประธานการสร้าง อ่านรายงานกราบบังคมทูลการสร้างพระพุทธรูป – พระกริ่ง ภ.ป.ร.
จากนั้นได้เวลาพระฤกษ์ 16 นาฬิกา 13 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯไปยังเบ้าหล่อพระแล้วทรงหย่อนทองสำหรับหล่อพระพุทธรูป มีพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ในเตาแรกไปจนครบ 32 เตา พระสงฆ์ในวิหารและกับพระคณาจารย์ที่นั่งอยู่รอบพิธีมณฑลทั้ง 8 ทิศ เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัยสังข์แตรดุริยางค์ พระราชครูวามเทพมุนีรดน้ำสังข์ที่เบ้าภายหลังหล่อพระทุกเบ้าตามลำดับ เสร็จแล้วเสด็จฯไปประกอบพิธียังพระเจดีย์หลังพระอุโบสถ พระพุทธชินสีห์ต่อไป

โดยคุณ apaitoon (440)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 19:23 น.] #2745111 (2/23)
# วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ของการสร้างพระพุทธรูป ภ.ป.ร. วัดบวรนิเวศวิหาร ปี พ.ศ. 2508 เพื่อนำรายได้ได้ทูลเกล้าฯถวายเพื่อบูรณะพระอุโบสถวัดบวรนิเวศฯ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินสีห์ อันเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่กับพระพุทธชินราช และเป็นพระอารามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯ ประทับขณะทรงผนวช ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างโรงเรียนขึ้นที่วัดเทวสังฆาราม การญจนบุรี อันเป็นพระอารามที่เริ่มดำริสร้างพระพุทธรูปนี้ขึ้น ส่วนหนึ่งพระราชทานแด่องค์การสาธารณกุศลตามพระราชอัธาศัย

# วัตถุมงคลที่จัดสร้าง
การนี้ คณะกรรมการได้กำหนดการหล่อสร้าง แบ่งออกเป็น 3 ขนาดด้วยกัน และกำหนดราคาการสั่งจองไว้ดังนี้
1.) พระพุทธรูป ภ.ป.ร. ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว รมดำ
2.) พระพุทธรูป ภ.ป.ร. ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว รมดำ
3.) พระกริ่ง ภ.ป.ร. สัมฤทธิ์ รมดำ

และปรากฏว่ามีผู้สั่งจองกันอย่างมากมายเป็นประวัติการณ์ กล่าว คือ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว มีผู้สั่งจอง 4,247 องค์ ,ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว มีผู้สั่งจองถึง 21,449 องค์ รวมแล้วเป็นจำนวนถึง 25,696 องค์ นับเป็นการสร้างพระพุทธรูปครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ด้วยจำนวนพระที่มากเป็นประวัติการณ์ดังกล่าว ประกอบด้วยการดำเนินงานเป็นไปอย่างล่าช้าไม่ทันใจผู้สั่งจอง เวลา 3 – 4 ปีผ่านไป ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับพระพุทธรูปที่สั่งจอง เมื่อผ่านการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2512 สม่าชิกสภาผู้แทนมีการตั้งกระทู้ถามถึงเรื่องการสร้างพระพุทธรูป ภ.ป.ร. นี้ ฉะนั้นการสร้างจึงมีทยอยออกมาเป็นรุ่น ๆ
มีการประกอบพิธีพุทธาภิเษกต่างกรรมต่างวาระกันไปพิธีกรรมต่าง ๆ ดังกล่าวมาเบื้อต้นเป็นพิธีกรรมการสร้างในครั้งแรก ซึ่งเป็นการเทหล่อโบราณแบบดินไทย ต่อมาคณะกรรมการมอบให้ กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ สั่งซื้อเครื่องมือหล่อโลหะ ตามกรรมวิธีสมัยใหม่เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อหล่อสร้างให้เสร็จรวดเร็วทันกับความต้องการของผู้สั่งจอง

# การพิจารณา
พอสรุปได้ว่าการสร้างพระพุทธรูป ภ.ป.ร. ทั้งสองขนาด
...ครั้งแรก... สร้างด้วยวิธีหล่อโบราณแบบดินไทย พลิกดูใต้ฐานจะปรากฏคราบดินไทย และดินทรายหุ่นพระ อัดแน่นอยู่ภายใน โดยมีข้อสังเกตพอเป็นแนวทางดังนี้
• พระพุทธรูป ภ.ป.ร. ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว เนื้อพระจะมีความหนาและปรากฏตะปูยึดพิมพ์ฝังอยู่ในเนื้อภายในใต้ฐานขององค์พระ ปรากฏคราบดินไทย และทราย ที่ขึ้นหุ่นพระ จึงจะเป็นพระยุคแรกที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน หากแตกต่างไปจากนี้ถือเป็นรุ่นหลัง ซึ่งความนิยมจะด้อยกว่า
• พระพุทธรูป ภ.ป.ร. ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว การสร้างครั้งแรก เป็นหล่อโบราณแบบดินไทย เช่นเดียวกับขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว ข้อสังเกตเพิ่มเติมคือ จะมีชนวนที่ฐานด้านล่างทั้ง ซ้าย-ขวา และฐานด้านหลังเป็นเนื้อปูดออกมา ซึ่งนั่นก็คือร่องรอยชนวนสำหรับเทโลหะให้ไหลไปตามแม่พิมพ์นิยมเรียกกันว่า สามขา การตอกหมายเลขประจำองค์พระเป็นเลขอารบิคตอกบริเวณผนังฐานด้านใน บริเวณตรงกับพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. จำนวนสี่หลัก หรือ หลักพัน แต่ไม่ทราบจำนวนแน่ชัดว่ากี่พัน ลักษณะพระพักตร์สั้น, พระกรรณยาว, ตัวหนังสือจารึกภาษิตพระราชทานเรียบร้อยสวยงาม กว่ายุคหลัง

...การสร้างพระพุทธรูปครั้งต่อมา... รับผิดชอบโดย กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ซึ่งได้สั่งซื้อเครื่องมืออันทันสมัยมาใช้ สร้างด้วยหุ่นดินฝรั่ง หรือก็คือปูนขาวนั่นเอง เมื่อล้างทำความสะอาดเอาคราบปูนขาวออกผิวพรรณบริเวณใต้ฐานด้านในจะมีความเรียบร้อยสวยงามและมีลักษณะย่นคล้ายหนังไก่ จึงนิยมเรียก รุ่นหนังไก่

การสร้างเพิ่มโดยกองกษาปณ์นั่ง ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 3 มีเลขลำดับบอกครั้งที่สร้างนำหน้า ตามด้วยขีดและหมายเลขประจำองค์พระ เช่น การสร้างเสริมครั้งที่ 1 หมายเลขประจำองค์พระ 789 ก็จะตอกตัวเลขเป็น 1-789 ครั้งที่ 2 และ 3 จะตอกตัวเลขเป็น 2-789, 3-789 ตามลำดับอย่างไรก็ตาม การสร้างเสริมครั้งที่ 1 ถึง 3 ดังกล่าวนั้น หมายเลขประจำองค์พระในแต่ละครั้งจะเป็นตัวเลขเพียงสี่หลักเท่านั้น ไม่เกินกว่านี้ และหลังจากการสร้างเสริมครั้งที่ 3 แล้วก็ไม่ได้ตอกเลขลำดับครั้ง เลขประจำองค์พระอีกเลย

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากเว็บไซต์เพื่อนบ้าน http://www.akefuture.com/know_detail.asp?id=51

โดยคุณ apaitoon (440)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 19:32 น.] #2745126 (3/23)


(N)


พระกริ่ง - พระชัยวัฒน์ ปวเรศ ปี 2530 วัดบวรนิเวศวิหาร

พระกริ่งปวเรศ เป็นสมัญญานามของพระกริ่งที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงสร้างขึ้น ทราบกันมาว่า ทรงสร้างขึ้นเพื่อประทานแก่เจ้านายที่ทรงคุ้นเคยสนิทสนม และ เจ้านายที่ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ มีจำนวนน้อยมาก ไม่เกิน 30 องค์ ทรงสร้างด้วยเนื้อนวะโลหะ
พุทธลักษณะ พระกริ่งปวเรศนั้น สันนิษฐานว่า ทรงสร้างขึ้นโดยอาศัยเค้าจากพระกริ่งจีนที่นิยมเรียกกันว่าพระกริ่งใหญ่ในปัจจุบัน พระองค์ท่านจะทรงสร้างขึ้นในปีใดนั้นปัจจุบันไม่มีผู้ใด ภายหลังหลวงชำนาญเลขา (หุ่น) สมุห์บัญชีในกรมของพระองค์ ได้ขอประทานอนุญาตนำแบบพิมพ์ไปสร้างขึ้นอีกมีจำนวนเท่าไรไม่ปรากฎ โดยที่พระกริ่งนี้สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กระมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ทรงสร้างขึ้นจึงนิยมเรียกกันทั่วไปว่า พระกริ่งปวเรศ ในอาณาจักรพระเครื่องนับถือกันว่า พระกริ่งปวเรศเป็นพระโลหะที่มีค่านิยมสูงและยากยิ่งที่จะเสาะแสวงหาไว้สักการะบูชา จึงเป็นปูชนียวัตถุที่มีคุณค่าทางพุธศิลป์และทางจิตใจ กล่าวได้ว่า พระกริ่งปวเรศเป็นพระกริ่งรุ่นแรกที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ อีกทั้งยังมีส่วนส่งเสริมให้เกิดความนิยมสร้างพระพุทธปฏิมาในลักษณะเดียวกันนี้ ในเวลาต่อมาอย่างแพร่หลายด้วย

โดยคุณ apaitoon (440)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 19:43 น.] #2745147 (4/23)


(N)


เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชมหาราช เจริญพระชนมพรรษา 5 รอบนักษัตริย์ ในปี 2530 วัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้จำลองแบบ พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ ปวเรศ ขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองศุภมงคลสมัย และ เทิดพรเกียรติในมหามงคลวโรกาสนี้ พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผงจิตรลดา เพื่อบรรจุในองค์พระกริ่งปวเรศที่สร้างใหม่นี้ ทุกองค์ด้วย

วัตถุประสงค์
1.ทูลเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลส่วนพระองค์
2.ถวายวัดบวรนิเวศวิหาร
3.ถวายวัดญาณสังวรารามมหาวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์
4.เป็นทุนใช้จ่ายในการแกะสลักพระพุทธรูปใหญ่ ณ เขาชีจรรย์
5.เป็นทุนบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนา และสมทบทุนส่วนหนึ่งเพื่อสร้างตึก ภปร. 72 ปี สภากาชาดไทย

การดำเนินการ
พระกริ่ง –พระชัยวัฒน์ ปวเรศ เป็นพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ของวัดบวรนิเวศวิหารโดยตรงอีกรุ่นหนึ่ง ที่สร้างขึ้นในมหาศุภมงคลสมัยพิเศษสุดที่ปวงประชาชาวไทยปลาบปลื้มปิติอย่างยิ่ง ดำเนินการสร้างโดยวัดบวรนิเวศวิหาร พร้อมทั้งวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารฯ ด้วยความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทย
รูปแบบองค์พระ คณะกรรมการดำเนินงานได้ทำการถอดพิมพ์พระกริ่งปวเรศองค์เดิมของวัดบวรนิเวศวิหารเพื่อเป็นแม่พิมพ์พระกริ่งปวเรศที่สร้างใหม่ ส่วนพระชัยวัฒน์ปวเรศ ได้มอบให้ปฏิมากร มนตรี พัฒนางกูร เป็นผู้ปั้นหุ่นขี้ผึ้งเป็นแม่พิมพ์
พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ ปวเรศ วัดบวรนิเวศวิหาร จัดสร้างโดยกรรมวิธีเททองหล่อพระแบบโบราณของไทยที่สืบทอดกันต่อมาจนปัจจุบัน ทำการเททองหล่อพระทั้งหมดในกำหนดพิธี ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และ ทำการตกแต่งองค์พระทั้งหมดที่วัดบวรนิเวศวิหาร ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดของคณะกรรมการ คือ คงสภาผิวองค์พระไว้ตามสภาพเดิมที่เททองหล่อพระเสร็จแล้ว ดังนั้น ผิวองค์พระตามธรรมชาตินี้มีจำนวนหนึ่งที่ผิวไม่เรียบ จึงเห็นสมควรให้ช่างทำการตกแต่งขัดผิวองค์พระใหม่อีกครั้งหนึ่ง มิได้มีการหล่อพระเสริมเพิ่มเติมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

โลหะ ทองชนวน และ แผ่นยันต์หล่อพระ
พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ วัดบวรนิเวศวิหาร สร้างด้วยเนื้อนวโลหะ ซึ่งประกอบด้วยทองคำ เงิน ทองแดง สังกะสี ชิน เจ้าน้ำเงิน( แร่ชนิดหนึ่ง) เหล็กละลายตัวบริสุทธิ์ และ ปรอทสะตุ ซึ่งนับเป็นโลหะธาตุต่างๆ ที่สำคัญ และหายาก ตามตำรับวิธีการหล่อพระกริ่งแต่เก่าก่อน เมื่อได้อายุตามควรแล้ว ผิวองค์พระจะมีสีดำ ที่นิยมเรียกว่า “เนื้อกลับ”

ทองชนวนหล่อพระ ประกอบด้วย
- ทองชนวนพระกริ่งรุ่นเก่าที่สำคัญๆ ของวัดบวรนิเวศวิหาร
- ทองชนวนหล่อพระพทุธรูป ภปร. วัดบวรนิเวศวิหาร
- ทองชนวนหลวงพ่อมงคลบพิตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ที่ยังคงเหลืออยู่)
- ทองชนวนรุ่นเก่าของวัดสุทัศนเทพวราราม
- ทองชนวนพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
- ทองชนวนพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ภปร. ที่ระลึก 50 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ทองชนวน อื่นๆ ที่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาค
แผ่นยันต์พระอาจารย์จำนวนมาก ซึ่งกระทรวงมหาดไทย และ คณะศิษย์ในสมเด็จพระญาณสังวร รวบรวมจากจังหวัดต่างๆ ของประเทศ ประกอบด้วย พระอาจารย์ในปี 2528 จำนวนมากกว่า 108 รูป และ พระอาจารย์มีชื่อเสียงที่มรณภาพไปก่อนแล้วอีกหลายสิบรูป

จำนวนพระที่สร้าง
ตามโครงการสร้างพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ปวเรศ วัดบวรนิเวศวิหาร กำหนดสร้าง จำนวน 25,000 ชุด แต่เนื่องจากกำหลดให้ช่างเททองหล่อพระทุกองค์ในพิธี ณ วัดบวรนิเวศวิหาร จึงทำการเททองหล่อพระตามกรรมวิธีแบบโบราณของไทย ซึ่งก็เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดต่อการเททองหล่อพระในกำหนดพิธี ดังนั้น ช่างจึงต้องทำหุ่นองค์พระเพิ่มขึ้นเผื่อเสียไว้ตั้งแต่แรก เพื่อจะได้ทำการเททองหล่อพระทั้งหมดอย่างต่อเนื่องในกำหนดพิธี การเททองหล่อพระในครั้งนี้ ได้พระกริ่ง และพระชัยวัฒน์ เป็นองค์พระครบทุกองค์ตามจำนวนหุ่นพระที่เตรียมไว้ ปรากฎเป็นอัศจรรย์ประการหนึ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ พระที่เห็นสมควรคงไว้เป็นช่อ มีดังนี้
พระกริ่งปวเรศ จำนวน 15 ช่อ
พระชัยวัฒน์ ปวเรศ จำนวน 32 ช่อ

พิธีเททองหล่อพระ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ โปรดเกล้าฯ ทรงรับเชิญเสด็จพระราชดำเนินเททองหล่อพระกริ่ง และ พระชัยวัฒน์ ปวเรศ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม 2528 เป็นปฐมมหามงคลฤกษ์ ของพิธีเททองหล่อพระ ทองชนวนจากปฐมพิธีนี้จักเป็นทองชนวนในการหล่อพระสืบต่อไป ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร เป็นประธานพิธีการเททองหล่อพระ ณ วัดบวรนิเวศวิหารให้เสร็จทั้งหมดก่อนประกอบพิธีพุทธาภิเษก

โดยคุณ apaitoon (440)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 19:48 น.] #2745153 (5/23)
พิธีพุทธาภิเษก
การประกอบพิธีพุทธาภิเษก พระกริ่ง และ พระชัยวัฒน์ ปวเรศ วัดบวรนิเวศวิหาร ได้ประกอบพิธีรวม 3 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 พิธีพุทธาภิเษกในคืนวันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2529 ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานประกอบพิธี
สมเด็จพระญาณสังวร ประธานพิธีอธิษฐานจิต
ครั้งที่2 พิธีวันวิสาขบูชา วันพุธ – พฤหัสบดี ที่ 21-22 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร
สมเด็จพระญาณสังวร ประธานประกอบพิธี
ครั้งที่3 พิธีพุทธาภิเษก พระกริ่ง และ พระชัยวัฒน์ ปวเรศ วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน 2530 ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธี
สมเด็จพระสังฆราช ทรงจุดเทียนชัย
สมเด็จพระญาณสังวร ประธานพิธีอธิษฐานจิต

พิธีครั้งนี้นับว่า เป็นพิธีพุทธาภิเษก พระกริ่งและพระชัยวัฒน์ ที่เป็นทางการครั้งแรก ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

.....พระกริ่งปวเรศที่สร้างครั้งนี้ ทุกองค์บรรจุผงจิตรลดา
.....องค์ประกอบการสร้งพระล้วนแต่สำคัญอย่างยิ่งยวด จะเสาะแสวงหาได้ยากยิ่ง
.....สมเด็จพระญาณสังวร ประธานพิธีอธิษฐานจิต จึงอุดมด้วยสิริมงคลอย่างสูง

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากเว็บไซต์เพื่อนบ้าน http://www.akefuture.com/know_detail.asp?id=28

โดยคุณ apaitoon (440)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 19:52 น.] #2745159 (6/23)


(N)


รายนามพระภาวนาจารย์
พิธีพุทธาภิเษกพระกริ่ง – พระชัยวัฒน์ ปวเรศ ครั้งที่ 1
วันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2529 ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร

สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร ประธานพิธีนั่งปรกอธิษฐานจิต และได้อาราธนาพระภาวนาจารย์อีก 36 รูป จากภาคต่างๆ นั่งปรกอธิษฐานจิต มีรายนามดังต่อไปนี้
1.พระญาณโพธิ (เข็ม) วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร
2.หลวงปู่เมฆ วัดลำกระดาน กรุงเทพมหานคร
3.หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังค์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี
4.พระครูอาคมวิสุทธิ (คง) วัดวังสรรพรส จ.จันทบุรี
5.พระครูญาณวรกิจ (กล้วย) วัดหมูคุด จ.จันทบุรี
6.พระรัตนคุณากร (แช่ม) วัดบ่อพุ จ.จันทบุรี
7.พระครูสันติวรญาณ (สิม) วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่
8.พระครูเมธีธรรมสาธก (หนู) วัดสุนทรพิชิตาราม จ.นครนายก
9.หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร วัดเวฬุวนาราม จ.นครปฐม
10.พระภาวนาพิศาลเถร (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา
11.พระอาจารย์นก วัดเขาแก้ว จ.นครสวรรค์
12.พระครูนนทสมณวัตร (เหรียญ) วัดบางระหงษ์ จ.นนทบุรี
13.พระครูนนทสมณวัตร (เหรียญ) วัดบางระหงษ์ จ.นนทบุรี
14.พระครูวิเศษภัทรกิจ (ทองใบ) วัดสายไหม จ.ปทุมธานี
15.พระอาจารย์ฟัก วัดนิคมประชาสรรค์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
16.พระวิสุทธาจารคุณ (เกตุ) วัดเกาะหลัก จ.ประจวบคีรีขันธ์
17.พระครูปลัดพรหม วัดขนอนเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา
18.พระอาจารย์ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม จ.ร้อยเอ็ด
19.พระครูอนุรักษ์วรคุณ (สง่า) วัดหนองม่วง จ.ราชบุรี
20.พระครูสมุทรวิจารณ์ (คลี่) วัดประชาโฆศิตาราม จ.สมุทรสงคราม
21.พระครูอาทรธรรมนิเทศก์ (ทองอยู่) วัดท่าเสา จ.สมุทรสาคร
22.พระครูสุนทรธรรมกิจ (หยอด) วัดแก้วเจริญ จ.สมุทรสงคราม
23.พระครูสังวรธรรมานุวัตร (พล) วัดหนองคณฑี จ.สระบุรี
24.พระครูสรกิจพิจารณ์ (ผัน) วัดราษฎร์เจริญ จ.สระบุรี
25.พระครูสาธุกิจวิมล (เล็ก) วัดหนองดินแดง จ.นครปฐม
26.หลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร จ.นครปฐม
27.หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม
28.พระครูเกษมธรรมานันท์ (แช่ม) วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม
29.พระครูนนทสิทธิการ เจ้าอาวาสวัดไทรน้อย จ.นนทบุรี
30.พระครูวิจิตรธรรมานุวัตร วัดหนองกระบอก จ.ระยอง
31.พระวัชรธรรมาภรณ์ (สุรพงษ์) วัดตรีทศเทพ
32.พระครูปริยัติคุณาธาร วัดชนะสงคราม
33.พระญาณสมโพธิ (ขวัญ) วัดอรุณราชวราราม
34.พระปริยัติมุนี ( ชูศักดิ์ ) วัดหงส์รัตนาราม
35.พระครูมงคลญาณสุนทร (ผ่อง) วัดจักรวรรดิ์ราชาวาส
36.พระโพธิสังวรเถร (ไพฑูรย์) วัดโพธินิมิตร


รายนามพระภาวนาจารย์นั่งปรก
พิธีมหามงคลพุทธาภิเษกพระกริ่ง – พระชัยวัฒน์ ปวเรศ
ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ครั้งที่ 3 วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน 2530

1.สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร
2.พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดพิชยญาติการาม กรุงเทพมหานคร
3.พระมงคลราชมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร
4.พระราชพุทธิรังษี วัดเครือวัลย์ จังหวัดชลบุรี
5.พระสุนทรธรรมภาณี วัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี
6.พระญาณสิทธาจารย์ วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม จ.นครราชสีมา
7.พระโพธิสังวรเถร วัดโพธินิมิตร กรุงเทพมหานคร
8.พระอุดมสังวรเถร วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี
9.พระภาวนาพิศาลเถร วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา
10.พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร วัดประชาคมวนาราม จ.ร้อยเอ็ด
11.พระภาวนาโกศลเถร วัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร
12.พระสุธรรมยานเถร วัดจันทาราม จ.อุทัยธานี
13.พระครูสุนทรธรรมวัตร วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร
14.พระครูประสิทธิ์ภาวนาคุณ วัดนิคมประชาสรรค์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
15.พระครูสังวรสมาธิวัตร วัดเภตราสุขารมณ์ จ.ระยอง
16.พระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี
17.พระครูสันติวรญาณ (สิม) วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่
18.พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว จ.ปัตตานี

** สำหรับการอธิษฐานจิตครั้งที่ 2 สมเด็จพระญาณสังวร เป็นประธานประกอบพิธี ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันวิสาขบูชา 21-22 พฤษภาคม 2529 **

โดยคุณ พิภพ16 (9.4K)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 20:08 น.] #2745183 (7/23)


(N)
......... ณ วัดบวรนิเวศวรวิหาร (พระอารามหลวง) วันนี้ครับ


โดยคุณ kityimm (352)(1)   [พ. 20 มี.ค. 2556 - 20:13 น.] #2745193 (8/23)

โดยคุณ พิภพ16 (9.4K)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 20:15 น.] #2745197 (9/23)
ขออนุญาติเจ้าของกระทู้ด้วยครับ (พรุ่งนี้พบกันเย็นๆครับ)

.................

โดยคุณ WEERA_NUNGHOTMAI (2.8K)(16)   [พ. 20 มี.ค. 2556 - 20:26 น.] #2745221 (10/23)

โดยคุณ JCainfo (6K)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 20:57 น.] #2745287 (11/23)
ข้อมูลยอดเยี่ยมมากครับ ขอบคุณครับ

โดยคุณ สายหนึ่งบางแค (1.8K)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 21:18 น.] #2745361 (12/23)

โดยคุณ eak1974 (4.1K)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 21:28 น.] #2745394 (13/23)

โดยคุณ พง_คลองหก (1.4K)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 21:34 น.] #2745408 (14/23)
ข้อมูล..ยอดเยี่ยมครับ...

โดยคุณ บ้านพระสราวุฒิ (718)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 22:08 น.] #2745516 (15/23)
ยอดเยี่บมครับ ครั้งหนึ่งเคยได้รับเข็มและพรจากพระสังฆราช องค์อุปถัมป์ โรงเรียนชาย 5 แผ่นดิน วัดบวรนิเวศ

โดยคุณ หลักชัย (1.8K)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 22:11 น.] #2745533 (16/23)


(N)


.....พระกริ่งปวเรศที่สร้างครั้งนี้ ทุกองค์บรรจุผงจิตรลดา
.....องค์ประกอบการสร้งพระล้วนแต่สำคัญอย่างยิ่งยวด จะเสาะแสวงหาได้ยากยิ่ง
.....สมเด็จพระญาณสังวร ประธานพิธีอธิษฐานจิต จึงอุดมด้วยสิริมงคลอย่างสูง


โดยคุณ หลักชัย (1.8K)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 22:13 น.] #2745541 (17/23)


(N)


.. สายวัดบวรอีกองค์ครับ

โดยคุณ หลักชัย (1.8K)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 22:14 น.] #2745542 (18/23)


(N)


พระกริ่งคชวัตรครับ

โดยคุณ apaitoon (440)  [พ. 20 มี.ค. 2556 - 23:09 น.] #2745654 (19/23)
สวยทุกองค์เลยครับพี่หลักชัย

โดยคุณ kor_kai (1.1K)(1)   [พ. 20 มี.ค. 2556 - 23:29 น.] #2745686 (20/23)

โดยคุณ พิภพ16 (9.4K)  [พฤ. 21 มี.ค. 2556 - 01:30 น.] #2745785 (21/23)
สวยมากครับท่านหลักชัย


โดยคุณ เสี่ยโอเค (17)  [พฤ. 21 มี.ค. 2556 - 11:24 น.] #2746074 (22/23)
งานบุญเล็กๆของเด็กวัดเริ่มต้นแล้วครับและจะเป็นอีกหนึ่งตำนานที่ต้องติดตาม

โดยคุณ ARNON (2.8K)(1)   [พฤ. 21 มี.ค. 2556 - 13:58 น.] #2746218 (23/23)
พระกริ่งปวเรศ ปี 30 เป็นพระกริ่งอีกชุดที่ผมก็ยังบูชาไว้เหมือนกันครับ และผมก็จัดอยู่ในสุดยอดพระกริ่งครับ เมื่อก่อนดูแล้วต้องว่าแพงครับ แต่ปัจจุบันผมว่าราคาถูกมากครับ ชุดละประมาณ 30,000 บาท ได้ทั้งพระกริ่งและพระชัยครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5