(N)
 อีกวัดเป็นวัดก้อนแก้ว ซึ่งก็เป็นวัดในจังหวัดฉะเชิงเทราเช่นกันครับ เส้นทางไปวัด ผมก็เข้าทางวัดสมานรัตนาราม วัดที่มีพระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ริมถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม วิ่งไปตามทางก็จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ ครับ ก็เป็นวัดที่มีหลวงพ่อทอง เกจิดัง แห่งเมืองแปดริ้ว
ข้อมูลประวัติ หลวงพ่อทอง วัดก้อนแก้ว ปราจีนบุรี
พระครูสุวรรณศีลาจารย์มีนามเดิมว่าทองนามสกุลเนรมิตเป็นชาวตำบลประทุมชีวรา รามอำเภอนีกาจังหวัดพนมเปญประเทศเขมรมีเชื้อสายเป็นเจ้าเกิดเมื่อวันจันทร์ แรม 14 ค่ำเดือน 8 ปีเถาะตรงกับวันที่ 3 กรกฎาคมพ.ศ. 2434 โยมบิดาชื่อมิ่งโยมมารดาชื่อเอี่ยงท่านเดินทางจากไซ่ง่อนมาทางเรือมาพักอยู่ ที่กรุงเทพฯประกอบอาชีพค้าขาย
ต่อมาท่านได้รู้จักกับพระวัดสัมพันธวงศ์รูปหนึ่งได้ชวนท่านบวชเณรแล้วชวน ท่านมาจำพรรษาอยุ่ที่วัดสมานรัตนารามซึ่งเป็นวัดธรรมยุตแต่ท่านเกิดป่วยหนัก มีคนรู้จักจึงพาท่านมาอยู่ที่บ้านไผ่แสวง ตำบลบางแก้วอำเภอเมืองจังหวัดฉะเชิงเทราต่อมาคนที่พาท่านมาได้ตายและเผาที่ วัดจุกเฌอหลวงพ่อเลยบวชหน้าไฟให้ตั้งแต่นั้นมาท่านไม่ได้ลาสิกขาบทอีกเลย
หลวงพ่อบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ 29 ปีณพัทธสีมาวัดจุกเฌอตำบลจุกเฌออำเภอเมืองจังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนพ.ศ. 2464 โดยมีพระครูคณานุกิจวิจารย์วัดสายชลณรังษีเป็นพระอุปัชฌาย์พระสมุห์เหลี่ยม วัดสัมปทวนเป็นพระกรรมวาจาจารย์และพระอธิการแสงวัดจุกเฌอเป็นพระอนุสาวนา จารย์ได้นามฉายาว่า คงฺครตโน
เมื่อบวชแล้วได้จำพรรษาอยุ่ที่วัดจุกเฌอศึกษาเล่าเรียนกับพระอธิการแสงซึ่ง เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากัมมัฏฐานหลวงพ่อ ทองศึกษาอักขระสมัยทั้งภาษาขอมไทยบาลีจนมีความเชี่ยวชาญหลังจากออกพรรษาท่าน ได้ออกธุดงค์ไปตามจังหวัดต่างๆท่านเคยธุดงค์ไปถึงประเทศเขมรและพม่า
พระอาจารย์ของหลวงพ่อทอง
1. พระอธิการแสงวัดจุกเฌอศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐาน
2. ท่านอาจารย์สุวรรณศึกษาพระเวทย์อาคม
3. พระครูเขาพระจังหวัดกาญจนบุรี
4. เฒ่ามุ้ยศึกษาวิชาลงกระหม่อม
หลวงพ่อออกธุดงค์เป็นเวลากว่า 20 ปีจึงกลับไปจำพรรษาอยู่ที่วัดจุกเฌอส่วนวัดก้อนแก้วในสมัยนั้นเกือบจะเป็น วัดร้างอยู่แล้วคุณยายแฉล้มละมั่งทองได้ไปอาราธนานิมนต์หลวงพ่อไปจำพรรษาที่ วัดก้อนแก้วเนื่องจากอาจารย์วงศ์เจ้าอาวาสรูปก่อนมรณภาพลงในปีพ.ศ. 2466 หลวงพ่อจึงเดินทางมาจากวัดจุกเฌอมารักษาการเจ้าอาวาสวัดก้อนแก้วก่อนจะมา ท่านถูกนิมนต์ถึง 2-3 ครั้งก็ไม่ยอมมาครั้งสุดท้ายเจ้าคณะจังหวัดคือเจ้าคุณพุทธิรังสีมุณีวงศ์ ต้องจัดขบวนแห่จากวัดจุกเฌอมาวัดก้อนแก้วโดยมีเจ้าคณะจังหวัดเป็นผู้นำขบวน เองจึงยอมมาและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดก้อนแก้ว
วันที่ 29 พฤษภาคมพ.ศ. 2477 เป็นเจ้าอาวาสวัดก้อนแก้วโดยมีเจ้าคุณพุทธิรังสีมุณีวงศ์เจ้าคณะจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้ง
พ.ศ. 2510 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน
พ.ศ. 2514 ได้รับสมณศักดิ์เป็นที่พระครูสุวรรณศีลาจารย์
หลวงพ่อทองเป็นคนพูดน้อยแต่อารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอน้อยครั้งที่ ท่านจะดุด่าศิษย์มากไปด้วยความเมตตาเป็นที่พึ่งของชาวบ้านทั้งหลายเมื่อยาม ทุกข์ร้อนหรือเจ็บไข้ได้ป่วยมักจะได้รับหยูกยาการรักษาจากท่านท่านไม่เคยขัด ศรัทธาชาวบ้านปัจจัยที่ได้ท่านจะนำมาบูรณะปฏิสังขรณ์วัดก้อนแก้วจนหมดสิ้น ไม่มีการสะสมท่านให้ความเมตตากับทุกคนแบบพ่อปกครองลูกให้อยู่ในระเบียบวินัย วัดก้อนแก้วเจริญรุ่งเรืองขึ้นในสมัยที่ท่านปกครองดูแลวัดท่านสร้างพระ อุโบสถไว้อย่างงดงามสร้างกุฏิหลายหลังทำถนนเข้าวัดสร้างความเจริญให้วัดมาก มาย
การสร้างวัตถุมงคล
ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลไว้มากมายหลายแบบได้แก่เหรียญพระเนื้อว่านตะกรุด โทนผ้ายันต์หลวงพ่อมีชื่อเสียงเรื่องการสักยันต์ท่านจะตั้งศาลเพียงตาบูชา ครูหน้าพระอุโบสถแล้วสักยันต์ให้ในพระอุโบสถนั่นเอง
วัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นมานั้นส่วนมากมักจะเป็นเหรียญพระผงก็มีแต่จำนวน น้อยนอกนั้นก็มีพระปิดตารูปหล่อตะกรุดผ้ายันต์สีแดง-สีขาวที่ทำขึ้นพร้อมกับ เหรียญ
การสร้างเหรียญของท่านท่านมักจะสร้างในปีที่มีเสาร์ 5 เดือน 5 และจะปลุกเสกกันเต็มพรรษาปลุกเสกจนท่านพอใจแล้วจึงนำออกมาให้บูชากรสร้าง วัตถุมงคลของท่านมีจุดมุ่งหมายคือนำปัจจัยไปสร้างสาธารณกุศลทุกครั้งวัตถุ มงคลของท่านจะต้องมียันต์หยุดศาสตราวุธของพระพุทธเจ้าถ้าเป็นพระผงอย่างน้อย จะต้องเป็นยันต์เฑาะว์และมะอะอุท่านจะไม่ยอมโดยเด็ดขาดที่จะนำรูปท่านไป สร้างเป็นวัตถุมงคลแล้วนำไปออกที่วัดอื่นท่านจะอนุญาตให้สร้างที่วัดก้อน แก้ววัดเดียวการสร้างวัตถุมงคลทุกครั้งลูกศิษย์หรือคณะกรรมการจะต้องขอ อนุญาตจากท่านและขอความคิดเห็นจากท่านมีวัดอื่นนำรูปของท่านไปสร้างเป็น
เหรียญแล้วนำมาให้ท่านปลุกเสกขอร้องอย่างไรท่านก็ไม่ยอมปลุกเสกให้แต่ถ้า สร้างเป็นวัตถุมงคลแบบอื่นๆนอกจากรูปท่านท่านจะปลุกเสกให้ด้วยความยินดี
เมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่และมีสุขภาพแข็งแรงถ้าท่านอยู่วัดก็ไม่เป็น อันมีเวลาว่างต้องมีประชาชนมาขอให้ท่านรดน้ำมนต์กันตลอดทั้งวันคนที่มาวัด เป็นประจำจะทราบเป็นอย่างดีส่วนใหญ่ท่านจะรับนิมนต์ไปปลุกเสกวัตถุมงคลทั้ง ในกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียงภาคตะวันออกทั้งภาคต้องมานิมนต์ให้ท่านปลุก เสกทุกงานเวลาท่านฌาณสมาบัติปลุกเสกจะไม่มีการขยับนั่งได้รวดเดียวโดยไม่มี การพักแม้ว่าท่านชราภาพมากแล้วก็ตาม
หลวงพ่อทองมรณภาพลงด้วยอาการสงบเมื่อวันที่ 30 มีนาคมพ.ศ. 2526 รวมสิริอายุได้ 92 ปีพรรษาที่ 63 ศพของหลวงพ่อทางวัดได้ใส่โลงแก้วให้สาธุชนเคารพกราบไหว้เพราะร่างของท่านไม่ เน่าเปื่อย |
|