 (N)
สุดยอดคงกระพัน มหายันต์ มหาอุด
ทั้งปลัดทั้งตะกรุด ขลังสุดๆ วัดชายนา
สุดยอดเกจิอาจารย์แห่งวัดชายนา จังหวัดเพชรบุรี
" พระพุทธวิริยากร " หรือ หลวงพ่อตัด ชื่อที่ลูกศิษย์ลูกหาและผู้คนทั่วประเทศ ต่างขนานนามให้ท่าน เป็นสุดยอดเกจิอาจารย์แห่งยุค โดยเฉพาะสุดยอดเครื่องราง อย่างปลัดและตะกรุดของสำนักวัดชายนา ประสบการณ์เป็นที่ยอมรับ จนชื่อเสียงของหลวงพ่อตัดขจรกระจายไปทั่วประเทศ ยอดเยี่ยมไม่แพ้สำนักใด แม้ว่าปัจจุบันท่านจะมรณภาพไปแล้ว แต่ชื่อเสียง เกียรติคุณ และประสบการณ์ในวัตถุมงคลที่หลวงพ่อได้ปลุกเสกไว้ ยังจารึกอยู่ในใจ ลูกศิษย์ลูกหา และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ
หลวงพ่อตัด ปวโร อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดชายนา จังหวัดเพชรบุรี นามเดิมของท่านชื่อ นายตัด นามสกุล คำใส เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๔ ที่ หมู่บ้านกระจิว หมู่ ๖ ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี บิดาของท่านชื่อ นายตอย คำใส มารดาท่านชื่อ นางเย็น คำใส หลวงพ่อตัดเป็นลูกคนโต มีพี่น้องร่วมบิดาแต่ต่างมารดาทั้งหมด ๕ คน
ชีวิตในวัยเยาว์ของหลวงพ่อตัด ท่านมีอุปนิสัยที่ขยันขันแข็ง และมีความเพียรตั้งแต่เด็กๆ ท่านได้ศึกษาที่โรงเรียนวัดเขากระจิว จนจบประถมศึกษาปีที่ ๔ หลังจบการศึกษาท่านก็ช่วยงานบิดา มารดา อยู่ที่บ้านเกิดนี้เอง จนกระทั่งอายุได้ ๒๐ ปี ท่านก็มีความประสงค์จะอุปสมบท ณ วัดเขากระจิว เพื่อสืบทอดพุทธศาสนาตามทำเนียมปฏิบัติ และอุทิศบุญกุศลให้ยายและมารดาของท่าน เมื่อเดือน พฤษภาคม ปี พ.ศ.๒๔๙๔ โดยมี
พระครูมหาสมณวงศ์ ( เล็ก ) วัดเขาวัง เป็นพระอุปัชฌาย์
พระสมุห์ ล้อม วัดเขาวัง เป็นกรรมวาจาจารย์
พระอธิการ ทอง วัดเขากระจิว เป็นอนุสาวนาจารย์
พระภิกษุตัด ได้รับฉายาทางพุทธศาสนาว่า " ปวโร " แปลว่า ผู้ประเสริฐ เมื่อบวชแล้ว ท่านได้จำพรรษาอยู่กับหลวงพ่อทองที่วัดเขากระจิว หลวงพ่อตัดท่านเป็นพระที่ใฝ่ในการศึกษาหาความรู้ ตั้งใจเรียนทั้งปริยัติ และปฏิบัติ มีความขยันขันแข็ง ช่วยเหลืองานในวัดทุกอย่างด้วยความอุตสาหะ ทั้งงานทุบหินสร้างโบสถ์ใหม่ ทำถนนทางเดิน และทำงานทุกอย่างสุดแต่หลวงพ่อทองท่านจะมอบหมายให้ หลวงพ่อตัดท่านมีความอุตสาหะพากเพียร เรียนจนสอบนักธรรมเอกได้ ในปี ๒๕๐๓ หลวงพ่อตัดท่านเป็นพระที่มีตบะมาก ตั้งแต่ยังหนุ่ม ญาติของผู้เขียนเองในสมัยยังเด็กนั้น ตอนที่หลวงพ่อยังอยู่ที่วัดเขากระจิว ได้เห็นหลวงพ่อตัดถือไม้กระบองมาคุมงานสร้างถนนเข้าวัดเขากระจิว เพียงแค่เห็นหลวงพ่อ ก็รู้สึกเกรงกลัวท่านมาก ต่อมาได้มีชาวบ้านจากหมู่บ้านในดง มาหาหลวงพ่อทองเพื่อมานิมนต์พระไปสร้างวัด หลวงพ่อทอง ก็เรียกประชุมพระลูกวัดรวมทั้งหลวงพ่อตัดด้วย เพื่อถามความสมัครใจ แต่ก็ไม่มีผู้ใดออกไปอยู่ เพราะเป็นถิ่นกันดาร ห่างไกลความเจริญสู้วัดเขากระจิวไม่ได้เพราะใกล้ อ.ท่ายาง เมื่อเป็นเช่นนั้น หลวงพ่อตัด ท่านก็เลยรับนิมนต์เอง เพื่อไปสร้างวัดและอยู่จำพรรษา ณ ที่ว่าง ซึ่งเดิมทีเป็นป่าช้าเก่าของหมู่บ้านในดง ได้รับการบุกเบิก โดยหลวงพ่อตัด ปวโร พร้อมด้วยชาวบ้าน ต.บ้านในดง และญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ พื้นที่แปลงนี้อยู่ในความดูแลของอดีตกำนัน คำ ทองทา ถวายไว้เพื่อให้สร้างวัด เนื่องด้วยหมู่บ้านในดงยังเป็นที่ห่างไกลความเจริญ ยังไม่มีไฟฟ้าและประปาใช้ ถนนหนทางก็ไม่ดี เดินทางไปไหนก็ลำบาก ตั้งแต่ท่านสร้างวัดและจำพรรษาอยู่นั้น แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคมากมาย แต่ด้วยความเพียรอย่างอุตสาหะ และปฏิปทาอันดีงามของท่าน วัดชายนาจึงเจริญรุ่งเรือง สวยงาม เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ สืบทอดพุทธศาสนาอย่างมั่นคงเข้มแข็ง อย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ก็เพราะบารมีของหลวงพ่อตัดโดยแท้
วัตรปฏิบัติ และปฏิปทาของหลวงพ่อตัด
หลวงพ่อตัดนั้นท่านเคร่งครัดในพระธรรมวินัย และมีเมตตาสูง ไม่ยึดติดกับลาภสักการะ ความเมตตาของหลวงพ่อตัดนั้น ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เด็กหรือผู้ใหญ่ คนรวยคนจน ท่านเมตตาเสมอภาคกันหมด สังเกตได้ตอนท่านมีชีวิตอยู่ เมื่อมีญาติ โยมนำของกินของใช้มาถวายท่าน ท่านก็จะเดินแจกเณรและศิษย์วัดโดยเสมอภาคกัน กับการไม่ยึดติดและสะสมนั้น หากท่านใดเคยเข้าไปในกุฎิของหลวงพ่อ ท่านก็จะเห็นที่นอนจำวัดของหลวงพ่อว่า มี แค่เพียงจีวรหมอน และพื้นที่แค่เพียงซุกตัวนอนได้ท่ามกลางกระป๋อง และลังที่ใส่วัตถุมงคลที่พร้อมปลุกเสกเมื่อยามท่านตื่นจากจำวัดในยามดึกสงัด (หลวงพ่อชอบปลุกเสกตอนดึกๆ เงียบสงบ) กับการปฏิบัติอย่างสมถะเรียบง่ายของท่าน จึงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พระภิกษุสามเณรภายใต้การปกครองของท่านว่า เมื่อมาบวชแล้วควรปฏิบัติตนให้สมกับสมณะเพศ ในกุฏิของท่านนั้นไม่มีเครื่อง อำนวยความสะดวกความสบาย เช่น แอร์ ทีวี เครื่องเสียง ส่วนตู้เย็นนั้นมามีเมื่อปี ๒๕๕๑ ที่มีได้ก็เพราะมีผู้มีจิตศรัทธานำมาถวาย สำหรับแช่เครื่องดื่ม เพื่อรับญาติโยมที่มากราบหลวงพ่อและและทำบุญภายในวัด และสิ่งยืนยันอีกอย่าง คือ เมื่อครั้งเปิดห้องหลวงพ่อหลังจากงานศพท่านลุล่วงแล้ว เพื่อสำรวจทรัพย์สินของมีค่าของท่าน ปรากฏว่าภายในกุฎิของท่าน นอกจากวัตถุมงคลของทางวัดแล้ว ก็มีเพียงสมุดบัญชีธนาคารที่มีเงินฝากสะสม เพียง ๔๐,๐๐๐ บาท เท่านั้นที่เป็นของท่าน ซึ่งก็เป็นเงินเดือนประจำตำแหน่งเจ้าอาวาสของท่านเท่านั้นเอง
ดังที่กล่าวมาแล้วว่า หลวงพ่อตัดนั้น ท่านเป็นผู้มีเมตตาสูง และไม่ยึดติดกับลาภสักการะ ปัจจัยที่ได้มาจากการทำบุญ กฐิน ผ้าป่า วัตถุมงคล หรือจากญาติโยมและ ผู้มีจิตศรัทธา ท่านจะนำไปสร้างถาวรวัตถุเสนาสนะภายในวัด เช่น สร้างโบสถ์ สร้างกุฎิสงฆ์ สร้างหอฉัน สร้างศาลาเอนกประสงค์ สร้างเมรุ สร้างโรงอาหาร และอื่นๆอีกมากมาย ภายในวัด ไม่เพียงแต่ในวัดชายนาของท่านเท่านั้น ท่านยังบริจาคทรัพย์เพื่อสังคมและชุมชน อันมีโรงเรียน หมู่บ้าน วัดทั่วไป หรือแม้กระทั่งหน่วยงานของราชการ สถานพยาบาล ถ้ามีผู้มาร้องขอท่าน ถ้าท่านมีท่านไม่เคยขัดให้ได้ตามความเหมาะสม ดังเช่น บูรณะซ่อมแซมพระอุโบสถ วัดเขากระจิว บริจาคปัจจัยสร้างโบสถ์และกุฎิสงฆ์ วัดหนองหงส์พัฒนา อ.ชะ อำ ร่วมสร้างก่อตั้งมูลนิธิคณะสงฆ์ธรรมยุติเพชรบุรี ณ วัดสนามพราหมณ์ และยังมีอีกหลายวัดที่ท่านร่วมสร้างบริจาคปัจจัยเพื่อการ นั้นๆ จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ผู้เขียนเคยได้ยินหลวงพ่อท่านพูดว่า " เงินทำให้คนต้องเสียคนพระเสียพระ เมื่อมีเงินจึงต้องใช้ให้หมด ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ "
ด้วยคุณงานความดีที่หลวงพ่อเพียรทำมาตลอดชีวิตของท่าน และวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดในพระธรรมวินัย อีกทั้งผลงานด้านพัฒนาและการทำนุ บำรุงพระพุทธศาสนา อันมีคุณต่อสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวมมากมายที่ท่านได้มอบไว้ให้ ด้วยความดีดัง กล่าวจึงทำให้ท่านเจริญด้วยสมณศักดิ์ ดังนี้ - พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดชายนา อย่างเป็นทางการโดย เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติ - ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูบวรกิจโกศล - พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้รับการแต่งตั้งเป็น พระอุปัชฌาย์ โดยเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติ - เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์พัดยศในพระราชทินนามเดิม - และวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์พัดยศเทียบเท่าเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษ - วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ในพระราชินนามว่า พระพุทธวิริยากร อันเป็นสมณศักดิ์ครั้งสุดท้าย ของท่าน... |