 (N)
คอลัมน์ ชมรมพระเครื่อง
ด้วยความจริงใจ แทน ท่าพระจันทร์ คำตอบในคอลัมน์นี้ไม่ควรถือเป็นข้อยุติและไม่ควรถือเป็นมาตรฐานในการซื้อ-ขาย
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันถึงประวัติของหลวงปู่ทวด โดยสังเขปกันนะครับ เนื่องจากบางท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าหลวงปู่ทวด เกิดประมาณปีพ.ศ.อะไร ยุคสมัยไหน แต่ต่างท่านก็เคารพศรัทธาในองค์หลวงปู่ทวดเป็นอย่างมาก ซึ่งเราก็น่าจะรู้ชีวประวัติของท่านบ้างก็น่าจะดีนะครับ
ตามประวัติที่มีการบันทึกไว้นั้นมีอยู่ว่า หลวงปู่ทวดท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ.2125 ที่อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เดิม ชื่อ ปู ในวันที่ท่านถือกำเนิดนั้นเกิดแผ่นดินไหวเป็นอัศจรรย์ บิดาจึงนำรกไปฝังไว้ที่โคนต้นเลียบ ณ ปัจจุบันเจริญงอกงามใหญ่โต กว่าปกติ เป็นที่กราบไหว้นับถือของชาวบ้านทั่วไป ต่อมาก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้นอีกเมื่อครั้นเป็นทารก มีงูใหญ่มาขดตรงเปลและมอบลูกแก้วสีประหลาดไว้ที่ฝ่ามือทารกน้อย ซึ่งเป็นลูกแก้วคู่บารมีของหลวงปู่ทวดต่อมา ปัจจุบันเก็บไว้ที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดพะโคะ
ต่อมาเมื่ออายุครบ 15 ปี หลวงปู่ทวดบวชเป็นสามเณรที่วัดกุฎีหลวง (วัดดีหลวง) แล้วไปศึกษามูลกัจจายน์ ณ วัดสีหยั่ง (วัดสีคูยัง) กับพระอาจารย์ที่มาจากกรุงศรีอยุธยา ไม่นานก็เรียนจบแล้วไปศึกษาต่อที่วัดสีมา นครศรีธรรมราช จนอายุครบบวชจึงอุปสมบท ที่อุโบสถน้ำกลางคลองแห่งหนึ่ง ต่อมาเรียก "ท่าแพ" ได้รับฉายาว่า "สามีราโม" ชาวบ้านมักเรียกท่านว่า "สามีราม" เจ้าสามีรามต้องการไปศึกษาต่อที่กรุงศรีอยุธยา จึงอาศัยสำเภาไปก็ปรากฏเรือโดนพายุ ต้องเข้าหลบลมพายุที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง จนเสบียงอาหารและน้ำจืดหมด ท่านจึงหย่อนเท้าลงจุ่มน้ำทะเล น้ำบริเวณนั้นเกิดแสงโชติช่วงแล้วกลายเป็นน้ำจืดสำหรับดื่มกินได้จนถึงอยุธยา จึงได้รับฉายาว่า "หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด"
เมื่อถึงกรุงศรีอยุธยา หลวงปู่ทวดท่านก็ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดแคระยะหนึ่ง ต่อมาได้ศึกษาธรรมะที่วัดลุมพลีนาวาส และวัดสมเด็จ พระสังฆราชจนเชี่ยวชาญจึงมาจำพรรษาอยู่ที่วัดราชานุวาส ต่อมาทางประเทศลังกาส่งคำท้ามายังประเทศสยามสมัยพระเจ้าเอกาทศรถ เพื่อแปลพระคัมภีร์ พระเจ้าเอกาทศรถทรงพระสุบินว่าได้เห็นช้างเผือกวิ่งมาจากทางใต้สู่พระมหาราชวัง จากนั้นอำมาตย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งจึงมาพบหลวงปู่ทวดที่วัดราชานุวาส และนิมนต์ท่านเข้าสู่พระมหาราชวัง และสามารถแปล พระคัมภีร์ได้ถูกต้องทุกประการ การกอบกู้ บ้านเมืองในครั้งนั้นเป็น ที่เลื่อมใสศรัทธารของพระเจ้าเอกาทศรถและปวงประชาชนทั้งหลาย จึงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นที่ "สมเด็จพราชมุนีสามีรามคุณูปรมาจารย์" ต่อมาเรียกสั้นๆ ว่า "สมเด็จเจ้าพะโคะ"
หลวงปู่ทวดท่านได้เทศน์แสดงธรรมและช่วยเหลือราษฎรจากการเจ็บป่วยมาโดยตลอดแล้วจึงขอลากลับบ้านเกิด พำนักที่วัดเขาพิเพชรสิงห์ (พะโคะ) บูรณปฏิสังขรณ์จากที่ชำรุดทรุดโทรมจนสำเร็จเรียบร้อย ต่อมามีสามเณรรูปหนึ่ง ซึ่งเจริญสมถวิปัสสนาจนถึงญาณสมาบัติชั้นโลกิยะเดินทางมาพบ และรู้ทันทีว่าท่านผู้นี้คือพระโพธิสัตว์ที่ตนกำลังสืบหาแล้วทั้งสองก็หายจากวัดพะโคะตั้งแต่นั้น เดินทางธุดงค์เผยแพร่ศาสนาจนกระทั่งท่านมรณภาพที่วัดช้างให้ ชาวบ้านได้ประชุมเพลิงที่วัดนั่นเอง วัดช้างให้จึงเป็นที่สังเวชสถานหรือมรณภูมิของหลวงปู่ทวด มีการเขียนบรรจุอัฐิของหลวงปู่ทวดเพื่อการสักการบูชาจนถึงทุกวันนี้
ครับนี่ก็คือชีวประวัติโดยย่อของหลวงปู่ทวดที่ยังพอมีหลักฐานปรากฏอยู่ครับ และในวันนี้ผมก็ได้นำรูปพระรูปเหมือนรุ่นกฐินยะลา หรือที่มักเรียกกันว่า รุ่นเลขใต้ฐาน ซึ่งปัจจุบันนิยมกันมาก ถือเป็นอันดับหนึ่งของพระรูปเหมือนหล่อของหลวงปู่ทวดมาให้ชมกันครับ |