 (N)
เสี้ยนหนามของวงการพระ
คำคม คารมเซียน
kumkom99@gmail.com
ศัพท์สแลงที่เซียนคิดขึ้นมาเพื่อให้เป็นภาษาเฉไฉ...ไม่ต้องพูดตรง
ลงทุนอ้อมไปตั้งไกลเพื่อใช้อธิบายเรื่องใกล้ๆ
ป้องกันอันตรายจากปลายเท้าที่อาจร่อน-ลอยมาสอยปาก-หากพูดไม่รื่นหู
ใครอื่นได้ยินอาจฟังไม่รู้ แต่ผู้พูดแอบสะใจที่ได้แดกดันระบายออกไป
มีตัวอย่างมาเล่าให้ฟังครับ ศัพท์สแลงที่เซียนคิดขึ้นมาเพื่อให้เป็นภาษาเฉไฉ...ไม่ต้องพูดตรง
ลงทุนอ้อมไปตั้งไกลเพื่อใช้อธิบายเรื่องใกล้ๆ
ป้องกันอันตรายจากปลายเท้าที่อาจร่อน-ลอยมาสอยปาก-หากพูดไม่รื่นหู
ใครอื่นได้ยินอาจฟังไม่รู้ แต่ผู้พูดแอบสะใจที่ได้แดกดันระบายออกไป
มีตัวอย่างมาเล่าให้ฟังครับ
เสี้ยนพระ : อาการเสพติดวัตถุมงคล หรือหมายถึงบุคคลที่มีคุณสมบัติตรงกันข้ามกับเซียนพระ
คำว่า 'เสี้ยนพระ' นี้มีสองความหมายใช้กันต่างวาระ
นัยในวาระแรกเป็นคำกริยา
ขอยืมมาจากบรรดาขี้ยาที่เสี้ยนยาเสพติด
ในที่นี้คืออาการ "อยากพระ" ของนักสะสมที่กำลังฟิต เสพติดพระงอมแงม
วันๆ ต้องตระเวนสนามตามล่า หาดู-หาเช่าพระสักองค์-สององค์...ให้ได้
หาไม่...จะเป็นจะตาย
นักเลงพระจะเข้าใจ-จดจำความรู้สึกได้ เมื่อครั้งหัดเล่นใหม่ๆ มักจะ...เสี้ยน!
อีกวาระหนึ่งคือการล้อ-เลียนเสียงจากคำว่า "เซียน"
ให้เป็น "เสี้ยน" เพี้ยนไปอย่างตั้งใจ...ไม่ใช่เป็นการเขียนผิด
จงใจแผลง-บิดคำ แอบปากร้ายปนอารมณ์หยอกกัดขำๆ
เป็นคำนามกึ่งคำด่า เพื่อบอกนัย-หมายถึงบุคคลที่ "ไม่ใช่" แต่ทำตัวคล้าย...เซียน
คือนิยามความหมายที่ตั้งใจเขียนถึงในตอนนี้
เมื่อครั้งคำคมฯ บทต้นๆ...เคยอธิบายเรื่องคุณสมบัติที่ดี-ที่สำคัญของเซียนตัวจริง
ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ-ชำนาญในศาสตร์ของวงการพระเครื่องฯ
มี "คุณภาพ" อย่างมี "คุณธรรม-จริยธรรม" ที่สำคัญย้ำกันสุดๆ ควรมี...มารยาท
ห้ามบังอาจจาบจ้วงล่วงเกินพระเครื่องฯ ที่อยู่ในความครอบครองของคนอื่น
อันอาจนำมาซึ่งความบาดหมาง และ...บาดเจ็บ
การเลี่ยงไปพูดจาแบบเหน็บๆ แนมๆ จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดี
เพราะการเผย "ความจริง" ในบางครั้งอาจไปขัดขวางทางในการหามหมู
พูดอะไรก็ต้องรู้จริง ไม่ใช่...สู่รู้
เป็นไปได้...พยายามพูดแต่เรื่องดีๆ ไม่ใช่...ดีแต่พูด
แต่เหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ
สังคมจึงมีทั้งคนดี-คนชั่ว เมื่อมีเซียนตัวจริงก็ย่อมต้องมี... "เซียนตัวมั่ว" เป็นธรรมดา
ที่ว่า "เซียนตัวมั่ว" ก็คือนักส่องที่ไม่มองตัวเอง อวดเก่งทั้งที่ไร้ความรู้-ความสามารถ ขาดความชำนาญในเรื่องพระเครื่องฯ อย่างจริงจัง หรือบางครั้งก็อาจมีความรู้พอได้ แต่ดันกร่าง-ตั้งตนเป็นเซียนใหญ่ แถม...นิสัยเสีย ชอบอิจฉาริษยา...ตาร้อน ไม่อยากเห็นใครได้(พระ)ดี...ทนไม่ได้
ส่วนที่ "เสีย" ควบคู่กันมาแต่ไม่ยอมซ่อมก็คือ...ปาก
ชอบเปิดวาจาถากถาง มุสา-เสียดสี-วิจารณ์ให้ร้ายผู้อื่น...เป็นกิจวัตร
การเอาดีใส่ตัวคือสิ่งที่เซียนตัวมั่วมักปฏิบัติ...ประจำ
โดยไม่ต้องนิมนต์เพราะไม่ใช่พระ ไม่ต้องมีตาลปัตรก็สามารถสวดพระของชาวบ้าน...ได้ทุกวัน
คือคุณสมบัติ "รนหาที่" อันครบถ้วนของบุคคลซึ่งสมควรยกย่องให้เป็น..."เสี้ยนพระ"
เขาว่า...ใครพูดยังไง ก็คิดอย่างนั้น
เสี้ยนพระที่ชอบพูดจาว่าร้ายให้ใครอื่นเสียหาย ในจิตใจจึงน่าจะมืดมิด...คิดแต่เรื่องขุ่นมัว
และมักจะพันพัวกับธุรกิจพระปลอมเป็นปกติวิสัย
เสี้ยนพระจะแฝงกายในวงการอยู่ทุกยุคทุกสมัย
ยิ่งยุคออนไลน์ยิ่งอำพรางได้อย่างง่ายดาย
บนเส้นทางสายนี้จึงไม่มีใครหลีกพ้น
แม้ "บอย ท่าพระจันทร์" เมื่อครั้งยังเป็นเซียนน้อยวัยละอ่อน
กว่าจะเก่ง-ก่อนจะแกร่งเป็นเซียนรุ่นใหม่ไฟแรงขวัญใจนักเล่นพระเด็กแนว
ก็เคยปะทะมาแล้วในทุกรูปแบบ
มันเป็นกรรมวิบาก คือขวาก-เสี้ยนหนามของวงการที่ขัดขวางการพัฒนา
จึงอยากฝากเตือนนักส่องน้องใหม่ใจสู้ทั้งหลาย
แม้จะฝึกฝน-ค้นคว้า ศึกษามาอย่างเต็มที่ ก็อย่าย่ามใจ
ในทุกครั้งที่เข้าสนาม...พึงตั้งสติให้นิ่งๆ กำเงินให้แน่นๆ
ศึกษาพระแล้วอย่าลืมศึกษาคน-จนถึงแก่น
อย่าเสี้ยนพระมากถ้าไม่อยากเจอ...เสี้ยนพระ! |
|