ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : การสร้างพระหลวงปู่ปาน องค์ใหญ่ที่สุด ที่ วัดปานประสิทธาราม

(N)
การสร้างพระหลวงปู่ปาน องค์ใหญ่ที่สุด ที่ วัดปานประสิทธาราม
เนื่องจากทางวัดจะมีการสร้างพระหลวงปู่ปานองค์ใหญ่ จึงแจ้งบุญมา ณ ที่นี่ สำหรับรายละเอียดจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ

ขอเสียงลูกศิษย์และผู้นิยมบูา หลวงปู่ปาน แห่งวัดบางเหี้ย หน่อยครับบบบบ

โดยคุณ pockykung (1.2K)  [อ. 23 ต.ค. 2555 - 18:07 น.]



โดยคุณ pockykung (1.2K)  [อ. 23 ต.ค. 2555 - 18:11 น.] #2515849 (1/7)
พระมหาเกรียงศักดิ์ สีลธโร เจ้าอาวาสวัดปานประสิทธาราม (ปีกกา) ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จึงมีดำริก่อสร้างหลวงปู่ปานองค์ใหญ่ หล่อด้วยทองเหลือง สูง 9 เมตร ประดิษฐานอยู่บนอาคาร กว้างด้านละ 23 เมตร โดยด้านหน้าจะมีบันไดทอดยาว รวมความยาว 35 เมตร การก่อสร้างจะเริ่มขึ้นในวันที่ 18 พ.ย.55 โดยมีการตอกเสาเข็ม พร้อมจะได้นำองค์จำลองหลวงปู่ปานที่จะหล่อมาให้สาธุชนได้ชม และจะเริ่มหล่อองค์หลวงปู่ปานในปี 2556 สำหรับอาคารที่รองรับองค์หลวงปู่ปาน ด้านล่างจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม อบรมธรรมะแก่ญาติโยม จุคนได้ 300 ถึง 400 คน

ส่วนชั้นบนเป็นอาคารแปดเหลี่ยม จะเป็นสถานที่เล่าเรื่องราวผ่านนิทรรศการ พระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 5 ที่ทรงเสด็จมาที่ประตูน้ำชลทานพิจิต ต.คลองด่าน ประวัติหลวงปู่ปานและประวัติของวัดปานประสิทธาราม เพื่อให้สถานที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมเรียนรู้ในเชิงพุทธ แม้หลวงปู่ปานท่านจะมรณภาพไป 100 กว่าปี แต่ญาติโยมยังมีความศรัทธามาก และยังได้รู้ถึงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำบลคลองด่านอีกด้วย จุดสำคัญคือ ได้อิ่มใจและอิ่มบุญ

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาจะร่วมสร้างบุญใหญ่ครั้งนี้กับวัดปานประสิทธาราม จะเป็นเจ้าภาพเสาเข็ม ต้นละ 19,999 บาท จำนวน 109 ต้นหรือบริจาคทรัพย์ตามกำลังศรัทธา

โดยคุณ pockykung (1.2K)  [อ. 23 ต.ค. 2555 - 18:11 น.] #2515852 (2/7)
ประวัตหลวงปู่ปาน ฉบับย่อ
พระสงฆ์องค์เจ้าในอดีตที่จะได้รับการกล่าวขานมาจวบจนถึงปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่ท่านมีปฏิปทาด้วยหลักศีล สมาธิ และปัญญา และบางรูปบางองค์ท่านจะเน้นถึงการปฏิบัติกรรมฐานวิปัสสนาอย่างเข้มงวดอีกด้วย

อย่างหลวงปู่ปานหรือพระครูพิพัฒนิโรธกิจ หลวงปู่ปาน ท่านเป็นที่เคารพนับถือเหนือชีวิตจิตใจของชาวคลองด่านทุกวันนี้ ท่านเป็นพระอาจารย์ชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จัก ในปฏิปทาของท่านเป็นเป็นอย่างดี ท่านเกิดที่ ต.บางเหี้ย อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2368 ในรัชการพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) มีโยมบิดาชื่อหนูจีน โยมมารดาชื่อตาล

การศึกษาขึ้นต้นของหลวงพ่อ โยมบิดามารดาได้พาไปฝากไว้กับท่านเจ้าคุณศรีศากสุนทร เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) จ.ธนบุรี ต่อมาได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดแจ้งมาตั้งแต่เด็กๆ เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและเมื่ออายุครบบวชก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดแจ้งนั่นเอง โดยมีท่านเจ้าคุณศรีศากยมุนีเป็นพระอุปัชฌาย์

เมื่อหลวงพ่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ก็ได้อยู่ศึกษาพระธรรมวินัยกับท่านเจ้าคุณผู้เป็นพระอุปัชฌาย์หลายปี และท่านมีความสนใจในทางกรรมฐานเป็นอย่างมาก เพราะกรรมฐานเป็นธรรมพิเศษของพระพุทธศาสนา เป็นเครื่องซักฟอก และถ่ายถอนความคิดเห็นที่ผิดของตน อันเป็นพื้นเพของจิตที่มีเชื้อวัฏฏะจมอยู่ภายในให้สูญหายไป และให้คงมีแต่พระธรรมอันเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธองค์อยู่ในจิตใจเท่านั้น

กลับสู่บ้านเกิด หลังจากศึกษาในเรื่องกรรมฐานจนเป็นที่พอใจแล้ว หลวงพ่อก็ได้กราบลาสมเด็จพระศรีศากยมุนีผู้เป็นทั้งพระอาจารย์และเจ้าอาวาสวัดแจ้ง เมื่อเดินทางกลับบ้านมายังวัดบางเหี้ยนอก (วัดมงคลโคธาวาส) อันเป็นบ้านเกิด หลวงพ่อปานได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลพระภิกษุสงฆ์ในวัดมงคลโคธาวาส ได้ปกครองพระเณรลูกวัดโดยเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการปฏิบัติท่าน จะอบรมสั่งสอนการปฏิบัติกรรมฐานให้แก่พระภิกษุสามเณร ตลอดจนประชาชนพุทธบริษัท ให้รู้จักการนั่งสมาธิเจริญภาวนาเป็นประจำทุกวันมิได้ขาด และตัวท่านเองก็ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดจนพระเณรต้องเคารพยำเกรงท่านเป็นอันมาก

ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์เสด็จมาประทับอยู่ประตูน้ำบางเหี้ย (ชลทานพิจิต) เพื่อทรงแก้ปัญหาประตูน้ำที่ชำรุดไม่ให้น้ำเค็มเข้าสู่บริเวณน้ำจืดนั้น พระองค์ได้รับสั่งให้นิมนต์หลวงพ่อปานเข้าเฝ้า เพื่อไต่ถามในเรื่องต่างๆ ขณะที่หลวงพ่อปานเดินทางไปเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวนั้นท่าน ได้ให้เด็กชายป๊อดถือพานใส่เขี้ยวเสือที่แกะเป็นรูปเสือไปด้วย ซึ่งสมัยนั้นเป็นเขี้ยวเสือจริงๆ เมื่อไปถึงที่ประทับของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 หลวงพ่อได้เรียกเอาพานใส่เขี้ยวเสือจากเด็กชายป๊อดที่ถือติดตามท่านไปแต่เด็กชายป๊อดตอบว่า “เสือไม่มีแล้ว” เพราะมันกระโดดน้ำไปในระหว่างทางจนหมดแล้ว

หลวงพ่อปานจึงให้เอาหมูที่ทำขึ้นจากดินเหนียว แล้วเสียบกับไม้แกว่งล่อเสือขึ้นมาจากหน้าพระพักตร์ จนพระองค์ถึงกับตรัสว่า “พอแล้วหลวงตา” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เสือของหลวงพ่อปานก็เป็นที่เลื่องลือกันในสมัยนั้นมาก และเป็นของอันล้ำค่าหาได้ยากมากในสมัยปัจจุบันนี้

โดยคุณ อ้อกะออย (45)  [อ. 23 ต.ค. 2555 - 18:22 น.] #2515865 (3/7)

โดยคุณ uthai08 (2.5K)  [อ. 23 ต.ค. 2555 - 19:24 น.] #2515987 (4/7)

โดยคุณ หนวดลาดพร้าว (3K)  [อ. 23 ต.ค. 2555 - 22:06 น.] #2516863 (5/7)

โดยคุณ papze (1.7K)(1)   [พ. 24 ต.ค. 2555 - 02:50 น.] #2517075 (6/7)

โดยคุณ kor_kai (1.1K)(1)   [พ. 24 ต.ค. 2555 - 07:11 น.] #2517153 (7/7)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5