 (N)

ร่วมบุญสนับสนุนศึกษาพระเณร๓จว.ใต้
จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีต โดยเฉพาะตั้งแต่เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๗ มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ ความรุนแรงจะมีลักษณะเกิดขึ้นบ้าง เป็นบางครั้งบางคราว แต่ปัจจุบันนี้ความรุนแรงกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทหาร ตำรวจ ชาวบ้าน ไม่เว้นแม้แต่ พระเณร ถูกฆ่าตายรายวัน ทำให้พื้นที่การปกครองของชนชั้นปกครอง แคบลงทุกวัน นายอำเภอ ผู้ว่าฯที่เคยไปเยี่ยมประชาชน ก็ไปไม่ได้เพราะไม่แน่ใจในความปลอดภัย ทำให้ชาวบ้านต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และเป็นแนวร่วมโจรทางการเมืองมากขึ้น
ข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ปัจจุบันมีชาวไทยพุทธ ที่ยังคงเหลืออยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แยกเป็นจังหวัด สรุปตัวเลขได้ดังนี้ คือ จ.ยะลา ประชากรทั้งหมด ๔๕๘,๓๑๒ คน มีชาวไทยพุทธอยู่เพียง ๑๙,๐๐๐ คน จ.ปัตตานี มีประชากรทั้งหมด ๖๒๙,๖๙๑ คน เหลือชาวไทยพุทธ ๑๗,๙๐๒ คน และ จ.นราธิวาส ๖๙๔,๐๑๐ คน เหลือคนไทยพุทธ ๑๓,๙๐๕ คน
นอกจากนี้แล้วจากข้อมูลล่าสุดที่สำรวจโดยพุทธสมาคมจังหวัดยะลา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พบว่าวัดและสำนักสงฆ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่มีวัดและสำนักสงฆ์ทั้งหมด ๒๔๘แห่ง และมีพระและสามเณรจำนวน ๑,๐๓๘ รูปเท่านั้น ประกอบด้วย จ.ยะลา ๖๓ แห่ง มีพระ ๒๖๙ รูป ,จ.ปัตตานี ๙๒ แห่ง มีพระ ๔๓๖ รูปและ จ.นราธิวาส ๙๓ แห่ง มีพระ ๓๓๓ รูป
อย่างไรก็ตามไม่ว่าสถานการณ์จะมีความรุนแรงขึ้นสักแค่ไหนแต่พระสงฆ์ที่อาศัยอยู่ตามวัดวาอารามต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างก็มิได้รู้หวาดกลัวถึงกับไม่กล้าออกไปบิณฑบาตนอกวัด เพียงแต่ข่าวที่ถูกนำเสนอออกไปนั้นอาจจะทำให้เกิดความสับสน ซึ่งจริงๆ แล้วถือเป็นธรรมเนียมของชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธาต่อพุทธศาสนา และได้ร่วมปฏิบัติกันมาตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยเฉพาะวัดที่ตั้งอยู่ชานเมืองหรือในชนบท ซึ่งจะมีพระสงฆ์เพียงไม่กี่รูป และการเดินทางไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยจะสะดวก ดังนั้น ชาวบ้านจึงได้ขอร้องให้พระสงฆ์ไม่ต้องออกไปบิณฑบาตนอกวัด และจัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบทำอาหารมาถวายวันละ ๒-๓ ครัวเรือน แต่สำหรับพระสงฆ์ที่มีวัดตั้งอยู่ในตัวเมืองนั้น ยังคงต้องออกไปบิณฑบาตตามปกติ และยึดถือว่าเป็นกิจหรือเป็นหน้าที่ที่พระสงฆ์ต้องปฏิบัติ ไม่ว่าจะมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นเพียงใดก็ตาม
พระเกจิรูปหนึ่งที่ตั้งปฏิปทามั่นในการอยู่ในพื้นที่อันตราย จ.ปัตตานี เพื่อเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวปักษ์ใต้ ถึงขั้นขนานนามท่านว่าเป็น "เทพเจ้าฝ่ายบู๊แห่งลังกาสุกะ" คือ พระครูอนุศาสน์กิจจาทร หรือ พ่อท่านเขียว กิตติคุโณ แห่งวัดห้วยเงาะ ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ท่านยังคงอยู่เป็นขวัญกำลังใจของทหารหาญ และพลเรือนในพื้นที่นั้นต่อไปสั่งสอนธรรมะของพุทธองค์สืบไป โดยล่าสุดคณะศิษย์ผู้มีจิตศรัทธาได้จัดสร้าง เหรียญ เสมา ๗ รอบมหาเศรษฐี พ่อท่านเขียว (ด้านหน้าหลวงปู่ทวด ด้านหลังพ่อท่านเขียว) วัตถุประสงค์ สมทบทุนและส่งเสริมการศึกษาพระภิกษุ-สามเณร รวมทั้งช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้พระภิกษุ-สามเณร ที่กำลังศึกษาอยู่ในทุกระดับชั้น ทั้งแผนกบาลีและสามัญ ได้มีโอกาสศึกษาในระดับที่สูงขึ้นและเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพระภิกษุ-สามเณร ที่ปฏิบัติหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้พุทธาภิเษก
เหรียญ เสมา ๗ รอบมหาเศรษฐี พ่อท่านเขียวประกอบด้วย เหรียญฉลุลงยา เหรียญเสมาลงยา และเหรียญหน้าเลื่อน ทั้งนี้จะประกอบพิธีพุทธาพิเษก ณ อุโบสถ วัดห้วยเงาะ ในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ พุทธศาสนิกชนร่วมบุญได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์วัดห้วยเงาะ โทร.๐๘-๖๙๕๖-๔๙๓๕, ๐๘-๙๑๔๓-๘๘๙๘ และ ๐๘-๓๑๙๖-๑๖๖๖
หรือจะจองกับศูยน์จองสายตรง ลป.ทวด(ของสมาชิกจีพระ) พี่นราลัย ก็ได้ครับ |