ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : คุยเฟื่องเรื่องพระกริ่งครับ



(N)
https://www.g-pra.com/webboard/show.php?Category=general_talk&No=337391

จากกระทู้ลิงค์ด้านบน เป็นรอบที่๑. ที่หลายท่านมาแชร์ข้อมูลพระกริ่งที่แต่ละท่านชื่นชอบกันไว้ครับ

...................................................................

กระทู้นี้ผมอยากขอความช่วยเหลือหน่อย สำท่านที่มีภาพพระกริ่งจีนใหญ่ (ต้นตำหรับของราชวงศ์ถัง) ภาพสวยๆ คมชัด รบกวนลงภาพให้ชมกันหน่อยนะครับ

ขอขอบคุณล่วงหน้าครับผม


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:22 น.]



โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:28 น.] #2507502 (1/47)


(N)
เพื่อนำมานำมาปรับแต่งพระกริ่งองค์นี้ครับ


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:30 น.] #2507503 (2/47)
ประวัติการสร้าง พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์


พระกริ่ง "พระไภสัชคุรุ"

ประวัติการสร้าง พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ มีมาแต่โบราณ ประวัติพระกริ่ง เริ่มขึ้นที่ในประเทศทิเบต และจีน จึงเรียกติดปากว่า พระกริ่งทิเบต และพระกริ่งหนองแส พระกริ่งเป็น พระพุทธเจ้าปางมาช่วยโปรดสัตว์โลก หรือเรียกกันว่า "พระไภสัชคุรุ" เป็น พระพุทธเจ้าปางหนึ่งของลัทธิมหายาน ซึ่งหมายความว่า ทรงเป็นครูในด้านเภสัช คือ การรักษาพยาบาล ต่อมาได้แพร่หลายมาก นิยมสร้างในเขมร เรียกว่า พระกริ่งอุบาเก็ง หรือ พระกริ่งพนมบาเก็ง และพระกริ่งพระปทุมสุริยวงศ์

สำหรับพระกริ่งที่มีชื่อเสียงทรงคุณวิเศษหลายประการมีผู้นิยมนับถือกันมากยิ่งในปัจจุบันนี้ยิ่งหายาก ต้องยกให้ พระกริ่งวัดสุทัศนฯ เพราะสมเด็จพระสังฆราช(แพ) ทรงสร้างไว้จำนวนไม่มากพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ สุดยอดพิธีกรรม

พระกริ่ง วัดสุทัศน์ สาเหตุที่ทรงสร้าง พระกริ่งวัดสุทัศนนั้นเนื่องจากเมื่อครั้งที่ สมเด็จพระวันรัต(แดง) พระอุปัชฌาย์อาพาธเป็นอหิวาตกโรค สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพระองค์ทรงเคยรักษาผู้ป่วยเป็นอหิวาตกโรคให้หายได้ ด้วยการอาราธนาพระกริ่งลงในน้ำ ทำเป็นน้ำพระพุทธมนต์ แล้วโปรดให้น้ำนั้นแก่ผู้ป่วยดื่ม ปรากฏว่าหายอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อตรัสอย่างนั้นแล้วก็อาราธนาพระกริ่งลงในน้ำ ทำน้ำพระพุทธมนต์ประทานแก่ สมเด็จพระวันรัต(แดง) เมื่อท่านฉันน้ำพระพุทธมนต์นั้นแล้วก็บรรเทาหายอาพาธเป็นปกติ

สมเด็จพระสังฆราช(แพ ติสฺสเทว) วัดสุทัศนเทพวรารามได้ทอดพระเนตรเห็นคุณวิเศษน่าอัศจรรย์ของพระกริ่งในขณะนั้นแล้ว จึงเกิดความสนพระทัย และทรงเริ่มศึกษาค้นคว้าตำราที่จะสร้างพระกริ่งเรื่อยมา จนมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการสร้าง จนเจนจบ เมื่อจะมีการสร้างพระกริ่งขึ้นครั้งใด พระองค์จะถูกขอร้องให้เป็นผู้ชี้แจงการสร้าง และการหล่อ ในฐานะประธานการหล่อพระกริ่งเสมอมา

ประวัติพระกริ่ง ตำนานพระกริ่ง พระชัยวัฒน์
ตำนานความเป็นมาของ พระกริ่งและพระชัยวัฒน์ของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ซึ่งนายนิรันดร์ แดงวิจิตร หรือ อดีตพระครูวินัยกรณโสภณ เป็นผู้เขียน มีข้อความที่น่าสนใจมากดังนี้

ตำนานพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ "คำว่ากริ่ง" นี้ หมายความว่ากระไร สมเด็จฯ (สมเด็จพระสังฆราช แพ ติสฺสเทว) เคยรับสั่งเสมอว่า คำว่า "กริ่ง" นี้ มาจากคำถามที่ว่า "กึ กุสโล" (กิง กุสะโล) คือ เมื่อพระโยคาวจรบำเพ็ญสมณธรรมมีจิตผ่านกุศลธรรมทั้งปวงเป็นลำดับไปแล้ว

ถึงขั้นสุดท้ายจิตเสวยอุเบกขาเวทนา ปุญญาภิสังขาร (สภาพที่ปรุงแต่งกรรมฝ่ายดี ได้แก่ กุศลเจตนา) เปลี่ยนเป็น อเนญชา (สภาพที่ปรุงแต่งภพอันมั่นคง ไม่หวั่นไหว ได้แก่ ภาวะจิตที่มั่นคงแน่วแน่ด้วยสมาธิแห่งจตุตถฌาน คือ ฌานที่ 4) เป็นเหตุให้พระโยคาวจรเอะใจขึ้นว่า "กึ กุสโล" นี้เป็นกุศลอะไร เพราะเป็นธรรมที่เกิดขึ้น แปลกประหลาด ไม่เหมือนกับกุศลอื่นที่ผ่านมา ดังนั้น คำว่า "กึ กุสโล" จึงเป็นชื่อของ อเนญชา คือ "นิพพุติ" แปลว่า "ดับสนิท" คือหมายถึงพระนิพพานนั่นเอง"

มูลเหตุที่สมเด็จพระสังฆราช(แพ) ทรงสร้าง พระกริ่งและพระชัยวัฒน์ นั้นมีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ ทรงเล่าว่าเมื่อพระองค์ดำรงสมณศักดิ์เป็นพระศรีสมโพธิ ครั้งนั้น สมเด็จพระวันรัต (แดง) อาพาธเป็นอหิวาตกโรค สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ครั้งยังทรงเป็นกรมหมื่นเสด็จมาเยี่ยม เมื่อรับสั่งถามถึงอาการของโรคเป็นที่เข้าพระทัยแล้ว รับสั่งว่า เคยเห็นกรมพระยาปวเรศฯเสด็จพระอุปัชฌาย์ของพระองค์อาราธนาพระกริ่งแช่น้ำอธิษฐาน ขอน้ำพระพุทธมนต์แล้วให้คนไข้เป็นอหิวาตกโรคกินหายเป็นปกติ

พระองค์จึงรับสั่งให้มหาดเล็กที่ตามเสด็จไปนำพระกริ่งที่วัดบวรนิเวศแต่สมเด็จฯ ทูลว่า พระกริ่งที่กุฏิมี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า จึงรับสั่งให้นำมา แล้วอาราธนาพระกริ่งแช่ น้ำอธิษฐานขอน้ำพระพุทธมนต์แล้วนำไปถวายสมเด็จพระวันรัต (แดง) เมื่อท่านฉันน้ำพระพุทธมนต์แล้ว โรคอหิวาต์ก็บรรเทาหายเป็นปกติ ส่วนจะเป็นพระกริ่งสมัยไหนพระองค์ท่านรับสั่งว่าจำไม่ได้

สำหรับคำกล่าวว่าตำราสร้างพระกริ่งใน ยุคกรุงรัตนโกสินทร์นี้ เดิมเป็นตำราของสมเด็จพระนพระชัต วัดป่าแก้ว สำนักอรัญญิกาวาสสมถธุระวิปัสสนาธุระแห่งกรุงศรีอยุธยา และมาอยู่ที่สมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงศ์ วัดพระเชตุพนฯ จากนั้นพรมงคลทิพย์มุนี (มา) วัดจักรวรรดิราชาวาส ก่อนที่จะมาตกอยู่ที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) เมื่อครั้งยังทรงสมณศักดิ์เป็นพระเทพโมลี

นอกจากนี้การแสวงหาแร่ธาตุที่มีคุณต่างๆ นั้น ต้องใช้ความพยายามไม่น้อย ตามตำราการ สร้างพระกริ่งเนื้อ นวโลหะสายวัดสุทัศนฯ ประกอบไปด้วย 1.ชินน้ำหนัก 1 บาท (1 บาท = 15.2 กรัม) 2.จ้าวน้ำเงิน น้ำหนัก 2 บาท(แร่ชนิดหนึ่ง สีเขียวปนน้ำเงิน) 3.เหล็กละลายตัว น้ำหนัก 3 บาท 4.บริสุทธิ์ทองแดงบริสุทธิ์น้ำหนัก4 บาท 5.ปรอท น้ำหนัก5 บาท 6.สังกะสี น้ำหนัก 6 บาท7.ทองแดง น้ำหนัก 7 บาท 8.เงิน น้ำหนัก 8 บาท และ 9.ทองคำ น้ำหนัก 9 บาท มาหล่อหลอมให้กินกันดีแล้วนำมาตีเป็นแผ่นแล้วจารยันต์ 108 กับ นะ ปถมัง 14 นะ ครั้งได้ฤกษ์ยามดีก็จะพิธีลงยันต์ในพระอุโบสถต่อไป จากนั้นก็กลับนำมาหล่อตามฤกษ์อีกครั้ง

ด้วยมวลสารพิธีกรรมและฤกษ์ ทำให้พระกริ่งที่ สร้างในยุคก่อนมีความเข้มขลังสามารถแช่น้ำทำน้ำมนต์มาดื่มกันรักษาโรคได้ แต่การสร้างยุคหลัง ส่วนใหญ่จะเป็นการรวบรัด แม้ว่าจะเป็นเนื้อนวโลหะครบตามสูตร แต่การจารยันต์และฤกษ์การเทนั้นไม่เป็นตามตำรา พระกริ่งยุคหลังจึงนำมาแช่น้ำทำน้ำมนต์มาดื่มกันรักษาโรคไม่ได้ดีเท่าในอดีต

พระกริ่ง เป็นพระเครื่องที่คนในวงการพระเครื่องเชื่อมากันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะ "เซียนพระกริ่ง" ยังเชื่อกันอย่างแน่วแน่ว่า สามารถช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้ทุกโรค โดยเฉพาะโรคที่การแพทย์แผนปัจจุบันหาสาเหตุไม่พบ และรักษาด้วยยาไม่ได้ ยามใดที่เกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยจงอธิษฐานขออำนาจพุทธคุณในพระกริ่ง แล้วนำพระแช่น้ำ จากนั้นก็เอามาดื่ม บ้างก็นำมาอาบ เพื่อความเป็นสิริมงคล โรคภัย ไข้เจ็บป่วยอยู่นั้น ก็จะหายโดยอัศจรรย์

เรื่องการใช้พระกริ่งทำ น้ำมนต์รักษาโรคนั้นผมเคยมีประสบการณ์ตรงด้วยตัวเองเมื่อประมาณปี 2530 ลูกชายคนโต (นายอรรจน์ จิระเจริญยิ่ง ปัจจุบันอายุ 26 ปี) ท้องร่วงอย่างรุนแรง ต้องหามส่งโรงพยาบาล หมอเริ่มให้กินยาชุดแรกตอน 02.00 น. และชุดที่ 3 ประมาณ 04.00 น. อาการก็ไม่ดีขึ้น นอนดิ้นทุรนทุราย จึงคิดถึงคำร่ำลือเรื่องพระกริ่งช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ทุกโรค จากนั้นนำพระกริ่งวัดช้างปี 2484 ที่พกติดตัวเป็นประจำ เอาน้ำใส่แก้ว จากนั้นก็ยกมืออธิษฐานก่อนที่จะแช่พระกริ่งใน แก้ว แล้วให้ลูกดื่มกิน เพียงแค่ลูกกลืนน้ำอึกที่ ๓ ลูกก็หลับสนิท ตื่นมาอีกครั้งตอนเที่ยงวันของวันรุ่งขึ้น สามารถกินข้าวได้ และออกจากโรงพยาบาลได้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

ล้งท่าพระจันทร์ ที่มา


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:31 น.] #2507504 (3/47)
อีกหนึ่งข้อมูล

.........................................................................

ประวัติการสร้างพระกริ่งในเมืองไทย

พระกริ่งที่เราเริ่มรู้จักกันสมัยสมเด็จพระสังฆราชแพ มีการสร้างพระกริ่งวัดสุทัศน์ และพระชัยวัฒน์

ซึ่งพระกริ่งมาจากคติความเชื่อของนิกายมหายาน นิกายทิเบต, นิกายจีน, นิกายยวนซึ่งได้แบ่งภาค ของพระพุทธเจ้า เป็น 3 องค์ คือ

1. พระปฏิมา พระสมณโคดม (ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง) คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีไทยเรานับถืออยู่

2. พระปฏิมา พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า(พระพุทธเจ้าหมอยา) ประดิษฐาน ณ ทิศตะวันออก ทุกองค์จะมีน้ำเต้า โอสถ หรือ น้ำมนต์ วางไว้บนตักเสมอ ถ้ามีคนเจ็บไข้ได้ป่วยพระองค์ก็ทรงใช้ยาในน้ำเต้ารักษาโรคต่างๆ คือเป็นพระกริ่งของไทยเราเอง ฉะนั้นพระกริ่งจะมีพระพุทธคุณทางด้านรักษาโรคเท่านั้น พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า แปลว่า พระครูแห่งเภสัช

3. พระอมิตตา ประดิษฐาน ณ ทิศตะวันตก พระปฏิมาองค์นี้เน้นการโปรดสัตว์ โปรคคน


พระกริ่งและพระชัยวัฒน์ ของสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว)"
พระกริ่ง และพระชัยวัฒน์ว่า "คำว่า "กริ่ง" นี้หมายความว่า สมเด็จฯ (สมเด็จพระสังฆราช แพ ติสฺสเทว) เคยรับสั่งเสมอว่า

คำว่า "กริ่ง" นี้ มาจากคำถามที่ว่า "กึ กุสโล" (กิง กุสะโล) คือเมื่อพระโยคาวจรบำเพ็ญสมณธรรม มีจิตผ่านกุศลธรรมทั้งปวงเป็นลำดับไปแล้ว ถึงขั้นสุดท้าย จิตเสวยอุเบกขาเวทนา ปุญญาภิสังขาร "มูลเหตุที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) วัดสุทัศนเทพวราราม สร้างพระกริ่งและพระชัยวัฒน์นั้น มีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ

เมื่อพระองค์ดำรงสมณศักดิ์เป็นพระศรีสมโพธิ ครั้งนั้น สมเด็จพระวันรัต (แดง) ได้อาพาธเป็นอหิวาตกโรค

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ครั้งยังทรงเป็นกรมหมื่นเสด็จมาเยี่ยม เมื่อรับสั่งถามถึงอาการของโรคเป็นที่เข้าพระทัยแล้ว

รับสั่งว่า เคยเห็นกรมพระยาปวเรศฯ เสด็จพระอุปัชฌาย์ของพระองค์อาราธนาพระกริ่งแช่น้ำอธิษฐาน ขอน้ำพระพุทธมนต์แล้วให้คนไข้เป็นอหิวาตกโรคกินหายเป็นปรกติ

พระองค์จึงรับสั่งให้มหาดเล็กที่ตามเสด็จไปนำพระกริ่งที่วัดบวร นิเวศ แต่สมเด็จฯ ทูลว่า พระกริ่งที่กุฏิมี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า จึงรับสั่งให้นำมา แล้วอาราธนาพระกริ่ง แช่น้ำอธิษฐานขอน้ำพระพุทธมนต์แล้วนำไปถวายสมเด็จพระวันรัต (แดง) เมื่อท่านฉันน้ำพระพุทธมนต์แล้วโรคอหิวาต์ก็บรรเทาหายเป็นปรกติ


พระกริ่งที่อาราธนาขอน้ำพระพุทธมนต์นั้น เป็นพระกริ่งสมัยไหน พระองค์ท่านรับสั่งว่าจำไม่ได้ เข้าใจว่าเป็นพระกริ่งเก่า

หรือไม่ก็คงเป็นพระกริ่งของสมเด็จกรมพระยาปวเรศฯ องค์ใดองค์หนึ่ง

ตั้งแต่นั้นมา พระองค์ก็เริ่มสนพระทัยในการสร้างพระกริ่งขึ้นเป็นลำดับ ค้นหาประวัติการสร้างพระกริ่งและก็ได้เค้าว่า

การสร้างพระกริ่งนี้มีมาแต่โบราณกาลแล้ว เริ่มขึ้นที่ประเทศทิเบตก่อน

ต่อมาก็ประเทศจีน และประเทศเขมร และมีข้อความอีกตอนหนึ่งได้กล่าวถึงพระพุทธลักษณะของพระกริ่งไว้ ดังนี้


พระพุทธลักษณะของพระกริ่ง เป็นแบบพระพุทธรูปมหายานทางประเทศทิเบต และปรากฏว่าในประเทศเขมรก็มีพระกริ่งแบบนี้เหมือนกับเรา

เรียกกันว่า "กริ่งปะทุม" ประเพณีนิยมสร้างพระกริ่งของไทยจะได้ครูจากเขมรเป็นแน่แท้ และมีการสร้างกันในยุคกรุงสุโขทัยแล้ว

ที่กล่าวว่าตำราสร้างพระกริ่งในยุคกรุงรัตนโกสินทร์นี้ เดิมเป็นของสมเด็จพระพนรัต วัดป่าแก้วก็น่าจะจริง

เพราะสมเด็จพระพนรัตองค์นั้นท่านคงจะได้รวบรวมวิธีการสร้างตำรับตำราเก่า ๆ และในสมัยนั้น

วัดป่าแก้วก็นับถือกันว่าเป็นสำนักอรัญญิกาวาส สมถธุระวิปัสสนาธุระ

พระกริ่งก็คือ พระปฏิมาพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้านั่นเอง พระพุทธเจ้าองค์นี้เป็นที่นิยมนับถือของปวงพุทธศาสนิกชน

ฝ่ายลิทธิมหายาน ยิ่งนัก ปรากฏพระประวัติมาในพระสูตรสันสกฤตสูตรหนึ่ง คือ "พระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาราชามูลประณิธานสูตร" แปลเป็นจีนในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๐...

satu

ก็เป็นอันว่า "พระกริ่ง" นั้นเป็นพระเครื่องที่ได้แบบมาจากทิเบต

หมายถึงพระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุซึ่งหมายความว่า ทรงเป็นครูในด้านเภสัช คือ การรักษาพยาบาล

เพราะฉะนั้นจึงนิยมใช้อธิษฐานแช่น้ำทำเป็นน้ำพระพุทธมนต์แล้วดื่มกินเชื่อว่ารักษาโรคภัยไข้เจ็บแม้แต่อหิวาตกโรคได้

satu

สรุปพระกริ่ง ปวเรศฯ สามารถรักษาอาการอาพาธ ของสมเด็จพระวันรัตจากโรคอหิวาต์ พุทธคุณของพระกริ่งที่สร้างกันมา

เข้าใจผิดกันว่าอยู่ยงคงกระพัน แท้ที่จริงพระกริ่งคือพระพุทธเจ้าหมอยา ยุคหลังความเชื่อในการสร้างพระกริ่งเปลี่ยนไป บางที่สร้างพระกริ่ง เพื่ออยู่ยงคงกระพัน และสร้างกันหลายที่หลายวัด รูปทรงเปลี่ยนไป ไม่ได้เนื้อแท้และความเป็นมาของพระกริ่ง


เรียบเรียงโดย อ.เวทิต

ที่มา... http://praphrae.igetweb.com/index.php?mo=12&catid=53368


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:36 น.] #2507511 (4/47)
รบกวนสอบถามอีกเรื่องครับ

... ขนาดของพระกริ่งแบบพกติดตัว ตามความคิดของท่าน ท่านคิดว่าขนาดความสูงเท่ากี่เซนต์ถึงจะสวยครับ


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:38 น.] #2507513 (5/47)
รบกวนสอบถามอีกเรื่องครับ

... ขนาดของพระกริ่งแบบพกติดตัว ตามความคิดของท่าน ท่านคิดว่าขนาดความสูงกี่เซนต์ถึงจะสวยครับ

ปล. ถ้านำขนาดความสูงของพระกริ่งที่ท่านเห็นว่าเหมาะสมไปใช้ในการหล่อพระกริ่งองค์จริง ก็น่าจะ...................




โดยคุณ สายหนึ่งบางแค (1.8K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:48 น.] #2507516 (6/47)

โดยคุณ c_chai27 (1.9K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:49 น.] #2507519 (7/47)
ชอบแบบกริ่งชินบัญชรครับ พี่อนุสิษฐ์

โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:51 น.] #2507520 (8/47)


(N)


ขออนุญาตฝากข่าวงานบุญครับ

วันทอดกฐินประจำปี วัดหนองกรับ วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ครับ

ในวันนี้จะมีการเปิดให้บูชาวัดถุมงคล ๒ แบบ...

.......................................................................................

๑. เหรียญหล่อเจริญพรไตรมาส๕๕ (ตู้ที่ ๑.)

๑.๑ เหรียญหล่อเจริญพรไตรมาส๕๕ เนื้อเงินทำบุญเหรียญละ ๒๐๐๐ บาท จำนวนการสร้าง ๓๓๓ เหรียญ (๑ คิว บูชาได้ ๑ เหรียญ)

๑.๒ เหรียญหล่อเจริญพรไตรมาส๕๕ เนื้อนวะทำบุญเหรียญละ ๘๐๐ บาท จำนวนการสร้าง ๒๕๕๕ เหรียญ (๑ คิว บูชาได้ ๓ เหรียญ)

..................................................................................................

๑. เหรียญพระพุทธชินราช ไตรมาส๕๕ (ตู้ที่ ๒.)

๒.๑ เหรียญพระพุทธชินราช ไตรมาส๕๕ เนื้อเงินทำบุญเหรียญละ ๑๕๐๐ บาท จำนวนการสร้าง ๓๓๓ เหรียญ (๑ คิว บูชาได้ ๑ เหรียญ)

๒.๒ เหรียญพระพุทธชินราช ไตรมาส๕๕ เนื้อนวะทำบุญเหรียญละ ๕๐๐ บาท จำนวนการสร้าง ๕๕๕ เหรียญ (๑ คิว บูชาได้ ๒ เหรียญ)

.......................................................................................

วันทอดกฐินประจำปี วัดหนองกรับ วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

ในวันนี้จะมีการประมูล เหรียญเจริญพรไตรมาส๕๕ หมายเลขสวยด้วยครับ


โดยคุณ Boonjan (1K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:56 น.] #2507522 (9/47)

โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:57 น.] #2507524 (10/47)
ฝากถามอีกหนึ่งเรื่องครับ

ท่านใดพอมีความรู้ เรื่อง " หยก " กับ " พระกริ่ง " มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรครับ


โดยคุณ Boonjan (1K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 13:58 น.] #2507525 (11/47)

โดยคุณ Boonjan (1K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:00 น.] #2507526 (12/47)
ต้นกำเนิดของ " หยก " กับ " พระกริ่ง " มาจากที่เดียวกัน....ผมว่าน่าจะมีส่วนที่เกี่ยวโยงกันอยู่บ้างนะครับ....

โดยคุณ Boonjan (1K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:03 น.] #2507529 (13/47)
ต้นกำเนิดของ "พระกริ่ง" นั้นอยู่ที่ใด จะขออธิบายพอสังเขป เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วสำหรับพระกริ่ง แต่จริงๆ แล้ว พระกริ่งใหญ่ นั้นมีถิ่นกำเนิดอยู่ ณ มณฑลซัวไซ ประเทศจีน ในราวสมัยราชวงศ์ถัง เป็นที่นิยมอย่างมากในจีนต่อมา ขยายไปยังเขมร และเข้ามาสู่ประเทศไทย เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยานับถึงปัจจุบันก็มีอายุกว่าพันปีขึ้นไปทีเดียว ซึ่งได้รับยกย่องให้เป็นยอดพระกริ่งชั้นนำอันดับหนึ่งของพระกริ่งนอกทั้งหมด และหาดูได้ยากมาก

พระกริ่งใหญ่ เป็นพระเนื้อโลหะสำริดสีทองดอกบวบ ผิวสนิมหุ้มออกเป็นสีมันเทศหรือน้ำตาลแก่ ก้นปิดเป็นแอ่งแบบกระทะด้วย เนื้อโลหะที่ค่อนข้างแก่ทองเหลือง เขย่าแล้วเกิดเสียงดังกังวาน บางองค์ก้นกลวงโดยไม่ปิดก็มีหล่อแบบลอยองค์ สร้างเป็นองค์ "พระไภษัชยคุรุ" ในลัทธิมหายาน โดยใช้แม่พิมพ์แบบ "พิมพ์ประกับ หรือ พิมพ์ประกบ" คือมีแม่พิมพ์ 2 ชิ้น เป็นพิมพ์ประกบด้านหน้าและด้านหลัง ดังนั้น จึงปรากฏตำหนิเป็นรอยตะเข็บที่ด้านข้างขององค์พระทุกองค์มากน้อยต่างกันไป และจากพุทธลักษณะที่ใหญ่อวบขององค์พระ จึงให้ชื่อพระกริ่งนี้ว่า "พระกริ่งใหญ่" เมื่อสังเกตพระพักตร์หรือพระเนตรแล้ว จะสามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นศิลปะที่เกิดจากสกุลช่างจีนบริสุทธิ์จริงๆ

เมื่อพิจารณาดู "พระกริ่งใหญ่" แล้วจะเกิดความรู้สึกอิ่มเอิบเยือกเย็น ให้ความบันดาลใจอย่างเป็นสุขได้อย่างน่าอัศจรรย์ กอปรกับพุทธคุณที่เพียบพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งป้องกันภูตผีปีศาจ แช่น้ำมนต์รักษาโรค เป็นต้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ แห่งวัดบวรนิเวศวิหาร และสมเด็จพระสังฆราชแพ วัดสุทัศนเทพวราราม จึงได้จำลองแบบอย่างไปสร้าง จึงถือได้ว่า "พระกริ่งใหญ่" นี้ เป็นต้น


โดยคุณ เจมส์_จิรพันธ์ (445)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:04 น.] #2507530 (14/47)
ผมชอบพระกริ่งที่ออกแบบโดยนายช่างเกษม มงคลเจริญ เกือบทุกรุ่นเลยครับพี่บ้านพระระยอง

โดยคุณ channarong23 (241)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:04 น.] #2507531 (15/47)

โดยคุณ Lerm_kawilo (619)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:06 น.] #2507532 (16/47)

โดยคุณ Boonjan (1K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:07 น.] #2507533 (17/47)
พุทธลักษณะของพระกริ่งใหญ่ องค์พระประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย บนฐานกลีบบัวซ้อนสองชั้น ชั้นละ 7 กลีบ พระหัตถ์ขวา วางพาดบนพระเพลา พระหัตถ์ซ้ายทรงวชิราวุธ พระเศียรค่อนข้างใหญ่ ด้านหลัง แบนราบ กว่าด้านหน้ามาก พระเกศเป็นแบบมุ่นเมาลี 3 ชั้น ด้านหน้าระหว่างพระเมาลีชั้นล่างสุดและชั้นที่ 2 ประดับแซมด้วยรูปพระจันทร์ครึ่งซีก เม็ดพระศกเป็นตุ่มนูน เว้นช่องอย่างสม่ำเสมอ แสดงถึงความละเอียดประณีตในการสร้าง มีทั้งหมด 14 เม็ด ไม่มีซ้ำหรือแซม อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญประการหนึ่ง กรอบไรพระศกยกสูงกว่าพระนลาฏมากเป็นพิเศษ

พระเนตรตอกเป็นเส้นลึก เฉียงขึ้นด้านบนเล็กน้อย ที่เรียกว่า "ตาจีน" พระนาสิกโด่งเป็นสัน ตรงปลายขยายบาน พระโอษฐ์เป็นเส้นโค้งด้านบนกว้างกว่าด้านล่าง มุมปากทั้งสองตอกลึกลงไป วงพระพักตร์อิ่มอวบอูม ลักษณะคล้ายรูปสี่เหลี่ยมมน พระหนุจะเห็นอยู่ในที พระกรขวาสั้นกว่าข้างซ้ายและไม่ติดพระอังสา ส่วนด้านซ้ายจรดพระอังสาพอดี พระอังสา 2 ข้างลาดมนกลมกลืน พระอุระอวบอูมและวาดเข้าหาพระกัจฉะเป็นเส้นสัน ฐานผ้าทิพย์ด้านหน้าพระเพลาแบนราบแลดูพลิ้วอยู่ในที เส้นชายจีวรและสังฆาฏิตลอดจนเส้น อาสนะเหนือฐานบัวด้านหน้า เป็นเม็ดไข่ปลานูนกลมละเอียดงดงาม สัณฐานบัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบบัวจีน ส่วนเม็ดบัวเป็นตุ่มกลมนูน ร่องบัวทั้งสองเป็นร่องลึก

โดยคุณ Boonjan (1K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:09 น.] #2507534 (18/47)
ดตำหนิพระกริ่งใหญ่มีดังนี้ 1.พระเกตุตุ้ม ตั้งไม่ได้ศูนย์ มักจะเอนซ้าย 2.เม็ดพระศก ตอกตุ๊ดตู่ในตัว 3.ร่อง คิ้วลึกวาดลงมาเป็นพระนาสิก เนื้อเป็นปื้นแบบตางิ้ว 4.เส้นขอบจีวรเม็ดเป็นเหลี่ยมตอกมาแต่เดิม 5.กลีบบัวตรงกลางจะเอียงไปทางขวาเล็กน้อย 6.ก้นปิดด้วยแผ่นโลหะ เป็นแอ่งกระทะจะเห็นรอยเชื่อมอย่างชัดเจน 7.นิ้วชี้เป็นนิ้วที่เล็กที่สุด 8.ใต้พระนาสิกจะเป็นร่องลึกปากเป็นรูปกระจับ 9.หน้าผากเปิดกว้างมาก

เรื่องพุทธคุณโดดเด่นในเรื่องสยบสิ่งอัปมงคลศัตรูหมู่มาร ลบล้างปัดเป่าเสนียดจัญไร ทำน้ำมนต์อาบดื่มกิน


โดยคุณ kumkum (395)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:16 น.] #2507537 (19/47)
อยากทราบว่า สูตรส่วนผสมที่ใช้ทำพระกริ่งตามรายละเอียดข้างบน เท่ากับว่า ถ้าตามสูตรนั้นจะได้พระกริ่ง 1 องค์ใช่หรือเปล่าครับ ถ้าจะทำพระกริ่ง1000 องค์ ก็ต้องเพิ่มปริมาณเข้าไปอีก ผมเข้าใจถูกต้องหรือเปล่าครับ

โดยคุณ anupong (1.2K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:17 น.] #2507539 (20/47)
พระกริ่งเจ้าฟ้า หลวงพ่อสงฆ์

โดยคุณ anupong (1.2K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:20 น.] #2507547 (21/47)
พระกริ่งสายรก+พระชัย หลวงปู่สวน พระกริ่งชินบัญชร หลวงปู่สวน แห่งวัดนาอุดม จ. อุบลฯ ครับผม

โดยคุณ anupong (1.2K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:22 น.] #2507548 (22/47)
ถ้าหล่อเทดินไทยโบราณแท้ๆๆๆๆ จะสวยมากครับ

โดยคุณ anupong (1.2K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 14:32 น.] #2507555 (23/47)
มีความเชื่อว่า หยก สามารถใช้รักษาโรคไตและลมบ้าหมูได้ ทั้งยังใช้เป็นเครื่องรางป้องกันอันตรายจากสัตว์หรืออุบัติเหตุ

โดยคุณ anupong (1.2K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 15:04 น.] #2507606 (24/47)
ขนาดน่าจะประมาณ 2.3x3.5 ซม. ครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 16:17 น.] #2507685 (25/47)


(N)
ขนาดเท่าพี่ anupong เนื้ออยากได้แบบเนี๊ย

โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 19:03 น.] #2507848 (26/47)


(N)


พระชัยวัฒน์ รุ่นโสฬส หลวงปู่ทิม

รูปแบบพิมพ์นี้ สวยไหมครับ


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 19:05 น.] #2507853 (27/47)


(N)


กริ่งหลวงปู่ดู่ สร้าง 108 องค์

โดยคุณ kor_kai (1.1K)(1)   [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 19:12 น.] #2507868 (28/47)

โดยคุณ อาระดิน (7.5K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 19:27 น.] #2507891 (29/47)
รูปแบบสวยค่ะ...หากได้เนื้อโลหะสวยๆ ยิ่งน่าบูชาค่ะ


โดยคุณ Matin22 (4K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 19:29 น.] #2507894 (30/47)

โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 19:36 น.] #2507915 (31/47)


(N)


ระฆังใบนี้ วัดหนองกรับจะทำพระมาแจกครับ


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 19:42 น.] #2507928 (32/47)


(N)


...


โดยคุณ พรโกสีย์ (8.4K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 20:12 น.] #2508010 (33/47)

โดยคุณ GST99 (3.8K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 20:45 น.] #2508076 (34/47)
เข้ามาฟังด้วยคนครัรบพี่บ้านพระระยอง........ แหม ได้ความรู้ขึ้นอีกเยอะเลย

.......


พระกริ่ง องค์สีเขียวๆ ผมก็ว่าสวยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ แล ดู อวบอิ่ม เข้มขลังดีครับ

ส่วนพระชัยวัฒน์ ถ้าหาก ได้แบบ พระชัยวัฒน์ ชินบัญชร หลวงปู่ทิม . สุดยอดเลยละครับพี่...........





โดยคุณ Channarong23 (241)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 20:51 น.] #2508089 (35/47)

โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 21:05 น.] #2508129 (36/47)
โดยคุณ GST99 (1636) (125.25.143.*) [18 Oct 2012 20:45] #2508076 (34/35)

เข้ามาฟังด้วยคนครัรบพี่บ้านพระระยอง........ แหม ได้ความรู้ขึ้นอีกเยอะเลย

.......


พระกริ่ง องค์สีเขียวๆ ผมก็ว่าสวยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ แล ดู อวบอิ่ม เข้มขลังดีครับ

ส่วนพระชัยวัฒน์ ถ้าหาก ได้แบบ พระชัยวัฒน์ ชินบัญชร หลวงปู่ทิม . สุดยอดเลยละครับพี่...........

.......................................................

ต้องรอดูองค์จริงครับ ปลายเดือนพฤศจิกายนต์ ได้เห็นกันครับ


โดยคุณ ทับทิมทอง (270)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 21:14 น.] #2508157 (37/47)

โดยคุณ mikenakub (1.9K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 21:25 น.] #2508189 (38/47)

โดยคุณ anupong (1.2K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 22:21 น.] #2508319 (39/47)


(N)


โดยคุณ pui_l (1028 (183.89.82.*) [18 Oct 2012 16:17] #2507685 (25/38)
ขนาดเท่าพี่ anupong เนื้ออยากได้แบบเนี๊ย

ตรงใจเลยครับคุณปุ้ย องค์นี้คราบแป้ง สวยเดิมครับ ชอบมาก

...................................
ไม่รู้จะโดนใจแบบนี้เปล่าครับ

โดยคุณ anupong (1.2K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 22:22 น.] #2508325 (40/47)
ขออนุญาตพี่พระระยองด้วยครับ

โดยคุณ anupong (1.2K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 22:27 น.] #2508339 (41/47)
คนจีนเรียกหยกว่า หยู ยุก หยุก และเง็ก ยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณธรรม 5 ประการ คือ ใจบุญ สมถะ กล้าหาญ ยุติธรรม มีสติปัญญา เชื่อว่าเป็นสื่อของพลังในการสร้างสรรค์

ชาวจีนยังเชื่อกันอีกว่าหยกมีอำนาจคุ้มครองผู้สวมใส่ให้พ้นจากสิ่งชั่วร้าย เป็นเครื่องรางบอกเหตุได้ว่าผู้สวมใส่กำลังมีโชคหรือมีเคราะห์อย่างไร สังเกตได้จากสีของหยก หากหยกมีสีสันสดใส นั่นก็หมายความว่า เจ้าของหยกกำลังจะมีโชค แต่ถ้าหากหยกมีสีหมองลงหรือมองเห็นรอยแตกร้าวชัดขึ้นก็แปลว่า เจ้าของหยกกำลังจะมีเคราะห์มาเยือน หยกที่ชาวจีนใช้เป็นเครื่องรางมักจะแกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น ปลา เต่า จิ้งหรีด หน้าเสือ

ทางด้านการรักษาโรค ชาวจีนเชื่อกันว่าหากกินหยกบดละเอียดจะช่วยรักษาโรคไต โรคเจ็บสีข้าง โรคโลหิตจาง โรคหอบหืด

โดยคุณ anupong (1.2K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 22:35 น.] #2508359 (42/47)
ขนาดพระกริ่งน่าจะประมาณ 2 x 3.8 cm. ครับ

โดยคุณ uthai08 (2.5K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 22:39 น.] #2508367 (43/47)


(N)


..นารายณ์พลิกแผ่นดินครับ..

โดยคุณ ตระกูลทอง (1.8K)  [พฤ. 18 ต.ค. 2555 - 22:49 น.] #2508390 (44/47)

โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [ศ. 19 ต.ค. 2555 - 08:20 น.] #2508756 (45/47)
ขอขอบคุณทุกท่าน ที่รวมแชร์ข้อมูลกันครับ


โดยคุณ anupong (1.2K)  [ศ. 19 ต.ค. 2555 - 11:57 น.] #2509095 (46/47)
มีของรางวัลเปล่านะ

โดยคุณ chaimongkol (1.4K)  [ศ. 19 ต.ค. 2555 - 16:22 น.] #2509363 (47/47)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5