 (N)
'โกดังพระ' ปะทะ'รังพระ'
คำคมคารมเซียน
วิเชียร ฤกษ์ไพศาล kumkom99@gmail.com
สืบเนื่องจากคำคมฯ "รังพระ" ในตอนก่อน
ก็มีเสียงสะท้อนจากพลพรรคนักเลงพระระดับเด็กแนวในสนาม
ขอให้นำเสนออีกหนึ่งศัพท์ที่ความหมายใกล้กัน
นั่นคือ "โกดังพระ"...เคยได้ยินปะล่ะ
เป็นสแลงซีรีส์ใหม่ เพิ่งเริ่มใช้ไม่นานนัก รู้จักกันไว้นะ...จะได้ไม่เชย
โกดังพระ : นักสะสมพระรายใหญ่ (พร้อมจำหน่ายเมื่อได้ราคา)
ถึงแม้ "โกดังพระ" กับ "รังพระ" จะมีความหมายคล้ายๆ ครือๆ ว่าคือนักสะสมรายใหญ่
แต่ก็แตกต่างกันในหลายๆ แง่
แปลกันตามรากศัพท์... "โกดัง" คือโรงเก็บ-กัก-พักสินค้า
ส่วน "รัง" คือที่อยู่อาศัย สร้างขึ้นด้วยชีวิตจิตใจ
โดยปริยาย "โกดังพระ" ก็น่าจะเป็นเพียงที่พักชั่วคราวของพระเครื่องฯ ชั้นดีต่างๆ เพื่อรอการออกเดินทางครั้งใหม่
เป้าหมายสุดท้ายคือที่เก็บรักษาถาวร ก็ "รังพร" นั่นเอง
จึงแน่นอนว่า "โกดังพระ" ไม่ใช่รัง แถมยัง...ไม่ใช่เซียน
แต่ก็วนเวียนอยู่ไม่ไกล และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเซียน
จนมีเกียรติ-ได้โอกาสเลือกเก็บพระสวยๆ ในราคามือต้นๆ ก่อนใคร
เป็นบุคคลที่เซียนเองก็นิยมชมชอบอยากคบหา
เพราะสามารถพึ่งพา (ขาย) ฝากพระสวยๆ ไว้ (ก่อน) ได้ไม่ยาก และตาม (ซื้อ) คืนได้ง่ายในเวลาที่ (มีรังใหญ่) ต้องการ...ถามหา
ผลประโยชน์ต่างตอบแทน...Happy ดีพร้อมทั้ง 2 ฝ่าย
เซียนทั้งหลายก็ไม่ต้องแบกทุน ไม่ต้องลุ้นให้เมื่อยตุ้ม
ฝ่ายโกดังก็ถือว่าคุ้มเพราะมีสิทธิ์เปลี่ยนพระกลับไปเป็นเงินได้อีกครั้ง...อย่างมีกำไร
และโปรดสังเกตว่า "รัง" และ "โกดัง" ออกเสียงคล้ายๆ กับ "คลัง"
ซ่อนความนัยว่าต้องมี "ตังค์" ด้วยอะนะ
คนรวยๆ หลายรายจึงย้ายฐานการลงทุนจากตลาดหุ้นมาหมกมุ่นในตลาดพระกันอย่างมือเติบ
ตั้งตัวเป็นโกดังขนาดย่อมๆ กันอย่างมากมาย
มาในแนว "วัตถุนิยม" มากกว่า "วัตถุมงคล"
มองพระเครื่องฯ เป็นแค่ "สินค้า"...ขายได้
ซื้อพระมาไม่กี่วันก็ห่วงแต่ว่า..."ราคาขึ้นรึยัง"
นักสะสมตัวจริงรุ่นเก่าเค้าเล่นพระเพราะ "ความชอบ-ความศรัทธา"
มองเป็น "ทรัพย์ศิลป์"...อันล้ำค่า จึงไม่หวั่นและสนใจว่าราคาพระจะขึ้นหรือลง
เพราะให้คุณค่าที่ "สูงส่ง" อยู่ในใจเสมอ
แต่ที่สุด...ก็ต้องไม่ลืมว่า "ทุกคนสะสมเพื่อรอเวลาแห่งการสูญเสีย"
ไม่ว่าจะหวงแหนแสนรักปานใด ก็ไม่สามารถนำไปได้สักเศษเสี้ยวชิ้นเดียว...เมื่อเวลานั้นมาถึง
คำพระท่านยังหมั่นเตือนสติให้พิจารณาอยู่เสมอ...
"...เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้...
เราจะต้องได้พลัดพรากของรักของเจริญใจทั้งหมดทั้งสิ้นไป..."
"สมบัติผลัดกันชม" จึงเป็นประโยคทองที่ท่องบ่นจนขึ้นใจของทุกนักสะสม
แต่ชาวโกดังพระน่าจะเป็นกลุ่มบุคคลที่ท่องได้คล่องขึ้นใจ...มากกว่า
ไม่ยึดติดคิดนาน ตัดสินใจแบ่ง-แปลง "ศิลป์-ทรัพย์" เป็นทุน...ไม่เสียดาย
ขอแค่มีราคาที่เหมาะสม ไม่เสี่ยงเก็บยาวราวกับว่า "วันเวลานั้น" จะมาไม่ถึง
ต่างจากรังรุ่นเก่าซึ่งเฝ้าแต่เก็บพระไว้ให้เป็นมรดกชั่วลูกสืบหลาน
หวงของจนหยดสุดท้าย หลายรังเก็บนานจนลืม
ยังเคยได้ยินเรื่องเล่าว่าคุณภรรยาของรังพระใหญ่ท่านหนึ่ง
ต้องตกทุกข์ได้ยากหลังจากสามี-มีอันเป็นไป
ร้อนถึงคุณสามีที่ยังวนเวียนอย่างห่วงใยไม่ไปไหน
จำต้องมาเข้าฝันภรรยาให้นำพระที่แอบสะสมฝากเซฟซ่อนไว้ใน BANK...ไปขายเพื่อนเซียน
เขียนบันทึกทำเป็นบัญชีให้พร้อมเสร็จสรรพ ผลลัพธ์คือศรีภรรยาสามารถนำพานาวาชีวิตรอดพ้นวิกฤตไปได้หวุดหวิด ได้เงินมาหลายสิบล้าน
เพราะ...คุณพระ (ของสามี) ช่วย!
กลับมาบ้านจุดธูปจะขอบใจ แต่แวบนึงคิดขึ้นมาได้จึงพูดกัดสามีอย่างเคืองๆ ว่า
"โถ...ตาแก่ ปล่อยให้ฉันกลุ้มใจแทบแย่ นึกว่าจนอยู่ตั้งหลายปี
ที่แท้แอบเอาเงินไปเล่นพระหมดนี่เอง"...แป่ว! |
|