ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : คำคมคารมเซียน "ตุ๊ง" พระ...กระเป๋าตุง

(N)
คำคมคารมเซียน
วิเชียร ฤกษ์ไพศาล kumkom99@gmail.com


วงการพระเครื่องฯ พัฒนาต่อเนื่องมานานนับหลายสิบปี

เกิดเป็นวัฒนธรรม-มีกิจกรรมประจำกลุ่ม ในแบบฉบับของตัวเอง

หลายเรื่องราวไม่เป็นที่รับรู้ของคนนอก จึงอยากนำมาบอกเล่าเก้าสิบ หยิบบางแง่มุมมาขยาย

คล้ายศัพท์ยุคเก่าคำว่า "ตุ๊ง" ในตอนนี้ ก็มีอะไรดีๆ...ใช้ได้เลยครับ

คำว่า "ตุ๊ง" มักถูกแปลว่า "Okay...ตกลง"

ใช้พูดหลังจากการเจรจาซื้อ-ขายพระลงเอยเรียบร้อย

ในวันนี้น้อยคนจะใช้คำนี้ให้ได้ยินแล้ว

แต่ยี่สิบ-สามสิบปีก่อน...

ถ้าใครโคจรอยู่ในสนามพระ คงจะเคยเห็นเซียนเค้าจับกลุ่ม "ตุ๊งพระ" กัน

มันคือกิจกรรมประจำวันของเหล่าเซียน เป็นการนำพระมาแลกเปลี่ยนด้วยวิธีประมูล สลับกันขานตัวเลขเป็นจำนวนเงิน สักพักก็ตกลง..."ซื้อ" เป็นอันจบกัน

เล่นหนุกๆ คลายเหงา แต่บางคราวก็เอาเป็นเอาตาย...ตุ๊งกันหลายชั่วโมง

มีลุ้นได้-เสีย กำไรเป็นเงินบ้าง-พระบ้าง ฯลฯ แล้วแต่จะฟลุกหรือฟุบ

นอกจากตุ๊งพระ บางทีก็ตุ๊งดะตั้งแต่สร้อยทอง กล้องส่องพระ นาฬิกาโรเล็กซ์... ไปจนถึงกล่องใส่พระหายาก เล่นเป็นของเก่าที่ประยุกต์เอามาจากกล่องยาถ่ายสีแดงๆ ยี่ห้อ "บรุ๊กแล็กซ์"

ก็นักเลงพระรุ่นเก่าเค้าถือเคล็ดกันว่าถ้านิมนต์พระมาใส่เจ้ากล่องนี้ จะทำให้ขายดี...ระบายคล่อง

ยาที่ว่าก็มีรสหวานแบบช็อกโกแลต เลยเชื่อกันไปอีกว่าจะได้แต่พระราคาขนมหวาน แถมบางคนยังพก "สวีตแล็กซ์" ยี่ห้อคล้ายกัน-สีฟ้าๆ อีกกล่อง เอาไว้แก้ทาง...ว่ากันอย่างนั้น

แต่โดยทั่วไปมักจะตุ๊งพระหลักๆ เก่าๆ ซึ่งค่านิยมสมัยนั้นยังผันผวน

ทีนี้หากจะอธิบายวิธี "ตุ๊งพระ" คงต้องจำลองเหตุการณ์เหมือนจริงมาอธิบาย

สมมติว่านายตุ๋งอยากได้พระ A ของเซียนติ๊ก แต่เซียนติ๊กไม่อยากขาย ท้าทายให้ตุ๊งแทน จึงขอเปิดกล่องยาถ่ายของนายตุ๋งดูเพราะแอบรู้ว่ามีพระ B ที่เซียนติ๊กอยากได้ ยังรู้อีกว่าน่าจะแพงกว่าพระของตัวเองด้วยซ้ำ

และเพราะมั่นใจว่าแม่นเรื่องราคา เซียนติ๊กประเมินว่าน่าจะได้เปรียบ จึงขอเทียบจับคู่ท้า...ตุ๊ง

ในการตุ๊งพระจะเป็นการ "ประมูลลง"

กล่าวคือจะเปิดราคาสูงเว่อร์ไว้ก่อน แล้วค่อยๆ เคาะประมูลให้ราคาลดลงมาเป็นสเต็ป เช่นจาก 1 แสน ลงมาเหลือ 9 หมื่น -8 หมื่น -7 หมื่น เป็นต้น ใกล้ทุนใครก่อน ฝ่ายนั้นจะต้องเป็นฝ่ายรีบชิงซื้อตัดหน้า เพราะถ้าช้าจะกินทุนตัวเอง

อย่าลืมว่าต่างฝ่ายต่างไม่รู้ทุนซึ่งกันและกันนะครับ

ในที่นี้ตีว่าทุนพระ A ของเซียนติ๊กนั้น 5 หมื่น แต่พระ B ของตุ๋งแค่ 4 หมื่น

โดยทั้งคู่ตกลงตั้งราคาเริ่มต้นที่ 3 แสน แล้วจึงทยอยปล่อยไหล

ครั้นถึง 5 หมื่น เซียนติ๊กจึงรีบขานขอซื้อ

ผลคือ...นายตุ๋งต้องขายพระแสนรักของตนแทนที่จะได้เช่าพระถูกใจ...ได้เงิน 5 หมื่นกลับบ้าน

การตุ๊งพระจะเป็นการบอกฝีมือ-ชื่อชั้น-อันดับขั้นของแต่ละเซียนว่าใคร "แข็ง" กว่า เช่นกรณีนี้ที่นายตุ๋งโดนเซียนติ๊กตุ๊งพระดีๆ ไปได้ในราคาถูกๆ (ซึ่งอาจปล่อยได้เป็นแสน) ถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็แสดงว่านายตุ๋ง...หมู

หรือถ้าความจริงนายตุ๋งอยากออกพระของตัวเองใจจะขาด แต่วางมาดเป็นอยากได้พระของเซียนติ๊ก แบบนี้ต้องจัดว่านายตุ๋งมีฟอร์ม แล้วถ้าเรื่องมันโอละพ่อ...พระ B ของนายตุ๋งเก๊หรือซ่อมมา แต่เซียนติ๊กดูไม่ขาด

ก็แสดงว่าเซียนติ๊กอ่อนหัด พลาดท่าให้น้องตุ๋งซ้อนกลอ่อยเหยื่อ

เรื่องราวเหล่านี้ปัจจุบันคงเหลือเป็นแค่เรื่องเล่า...เค้าไม่ตุ๊งพระกันแล้ว

แต่การห้ำหั่นฟาดฟันในหมู่เซียนด้วยกันยังคงมั่นคงแน่แน่ว...ไม่เคยเปลี่ยน

ก็แหม...

"เพื่อนไม่กินเพื่อนแล้วจะไปกินใคร"...จริงมั้ยเพื่อน

โดยคุณ worawitk (588)  [ส. 22 ก.ย. 2555 - 12:06 น.]



โดยคุณ เสาเอก (762)  [ส. 22 ก.ย. 2555 - 12:22 น.] #2464990 (1/3)
ผมเคยได้ยินมาว่ากล่องยาถ่าย บรุ๊กแล็กซ์ เซียนสมัยเก่าเค้าไว้ใส่พระสมเด็จ (ที่ตกมาได้) ในสมัยนั้น

โดยเอาฟองน้ำมาติดเอง โดยมีความเชื่อว่าถ้ามีกล่องนี้แล้วพระสมเด็จจะตามมาเอง


สมัยนั้นพระเครื่องที่มีประสพการณ์โด่งดัง คือ พระสมเด็จบางขุนพรหม เป็นพระที่ลงบรรจุลงกรุไว้ แต่ต่อมาที่เจดีย์ เริ่มมีรอยชำรุด เกิดมีรอยแตกเป็นรูโพรง ทำให้มีการลักลอบมาตกพระกันมาก

วิธีการตกพระก็คือ โดยใช้เชือกมัดกับก้อนดินเหนียว และหย่อนลงไป ในรูโพรงของเจดีย์ ถ้ามีพระสมเด็จติดขึ้นมาก็ถือว่ามีบุญมาก ที่ได้ท่านไปบูชา พอหนักๆเข้า จึงทำให้มีก้อนดินเหนียวหลงเข้าไปสะสมอยู่ในเจดีย์เป็นจำนวนมากครับ เค้าว่ากันมานะครับ จริงไม่จริงก็ไม่รู้ผมเกิดไม่ทันครับ

โดยคุณ คำปัน (578)  [ส. 22 ก.ย. 2555 - 16:26 น.] #2465214 (2/3)
"เพื่อนไม่กินเพื่อนแล้วจะไปกินใคร"...จริงมั้ยเพื่อน
ุ.........โดนใจอย่างแรง เอาไป5 กะโหลกครับ

โดยคุณ uthai08 (2.5K)  [ส. 22 ก.ย. 2555 - 19:46 น.] #2465491 (3/3)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5