ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : พระครูภัทรกิจโสภณ ( หวล ภูริภัทโท ) หลวงปู่หวล..... กู้ระเบิด... -: คุยเฟื่องเรื่องพระเครื่อง :-

(N)
พระครูภัทรกิจโสภณ ( หวล ภูริภัทโท ) หลวงปู่หวล..... การกู้ระเบิด... 3 จังหวัด ชายแดนทางใต้ -: คุยเฟื่องเรื่องพระเครื่อง :- วัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา เกี่ยวข้องกันอย่างไร คอยติดตามได้ เร็วๆๆนี้ นะครับ พี่น้อง

โดยคุณ takechivirus (317)(2)   [พ. 19 ก.ย. 2555 - 11:43 น.]



โดยคุณ takechivirus (317)(2)   [พ. 19 ก.ย. 2555 - 11:46 น.] #2460289 (1/14)
และ http://www.songpandin.com/modules.php?name=News&file=article&sid=34

วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางทิศใต้ของพระมหาราชวังโบราณสถาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ( ประมาณ ๒ กิโลเมตร ) สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ( พระเจ้าอู่ทอง ) ได้โปรดสถาปนาสร้างไว้บริเวณท้องพระโรงตรงตำหนักเดิมของพระเจ้าอู่ทอง มีอาณาเขตเนื้อที่ ๔๖ ไร่ ๒ งาน ๔๖ ตารางวา เดิมวัดพุทไธศวรรย์มีเนื้อที่มากกว่านี้ แต่กรมศาสนาได้มาจัดทำแบ่งแยกไปขึ้นอยู่เป็นสมบัติของศาสนสมบัติส่วนกลางเมื่อสมัยเจ้าอธิการคง เป็นเจ้าอาวาส ตามพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้หมอดีนส่งไปลงพิมพ์ในหนังสือไจนีสเรโปลิตอรี ที่เมืองกึงตั๋ง เมื่อปีกุน จุลศักราช ๑๒๑๓ หรือตรงกับปี พ.ศ.๒๓๙๔ จัยความกล่าวไว้ว่า

“พระเจ้าอู่ทองที่ ๔ นี้ เป็นราชบุตรของพระเจ้าอู่ทององค์ที่ ๓ ได้รับพระราชสมบัติสืบพระวงศ์ทางพระมเหสี ครองราชสมบัติอยู่ ๖ ปี …บังเกิดโรคห่าขึ้นในพระนคร สมเด็จพระเจ้าอู่ทองจึงได้ย้ายมาตั้งราชธานีใหม่ที่ ศรีอยุธยา แรกพระเจ้าอุ่ทองยกมาตั้งเมืองเล็ก ๆ อยู่ที่เวียงเหล็ก ที่วัดพุทไธศวรรย์ปัจจุบันนี้ก่อน เมื่อปีกุน จุลศักราช ๗๐๙ หรือตรงกับปี พ.ศ.๑๘๙๐ อยู่ที่พระตำหนักเวียง ๓ ปี”

เมื่อถึงเวลาสมควรจะประกาศเป็นอิสรภาพเปิดเผยได้แล้ว จึงสร้างพระนครศรีอยุธยา และทำพิธีราชาภิเษกโดยประกาศเป็นอิสรภาพ ( ผู้เขียนใคร่ขอเพิ่มเติมเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจยิ่งขึ้น กล่าวคือเมื่อพระเจ้าอู่ทอง ได้ประกาศอิสรภาพแล้วจึงได้ข้ามแม่น้ำมาสร้างพระนครศรีอยุธยา ที่ตำบลหนองโสน ปัจจุบันนี้เรียกว่า บึงพระราม ) เมื่อศุภพัสดุศักราช )๗๑๒ ปีขาลโทศก ( พ.ศ. ๑๘๙๓ ) วันศุกร์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕ เพลาสามนาฬิกาเก้าบาท สถาปนากรุงเทพพระนครศรีอยุธยา มีพ่อพราหมณ์ให้ฤกษ์ตั้งพิธีกลบาตร์ ได้สังข์ทักขิณาวัฎ ใต้ต้นหมันใบหนึ่งแล้วสร้างพระที่นั่งไพฑูรย์มหาปราสาทองค์หนึ่ง สร้างพระที่นั่งไอศวรรย์มหาปราสาทองค์หนึ่ง แล้วพระเจ้าอู่ทองเสด็จเข้ามาเสวยราชสมบัติพระชนม์ได้ ๓๗ พระพรรษา ชีพ่อพราหมณ์ถวายพระนามว่า สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสุนทรบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว กรุงเทพมหานครบวรทวาราวดีศรีอยุธยามหาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ เหมือนด้วยนามสมเด็จพระรามนารายณ์อวตาร อันผ่านกรุงศรีอยุธยา แต่กาลก่อนนั้น แล้วโปรดให้ขุนหลวงพะงั่วซึ่งเป็นพระมเหสี แล้วตรัสเรียกพระเชษฐานั้น เป็นสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าไปครองราชสมบัติเมืองสุพรรณบุรี จึงได้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระราเมศวรขึ้นไปครองราชสมบัติในเมืองลพบุรี

ศักราชได้ ๗๑๕ ปีมะเส็ง เบญจศก ( พ.ศ. ๑๘๙๖ ) วันพฤหัสบดี เดือน ๔ ขึ้น ๑ ค่ำ เพลาเช้า สองนาฬิกา ห้าบาท ทรงพระกรุณาตรัสว่า ที่พระตำหนักเวียงเหล็กนั้น ให้สถาปนาพระวิหาร และพระมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวง แล้วให้นามชื่อ “ วัดพุทไธศวรรย์ “

นับเป็นวัดเดียวที่ยังดำรงความเป็นวัด มีพระสงฆ์จำพรรษามาโดยตลอด อีกทั้งปูชะนียวัตถุสถานเสนาสนะ และสิ่งก่อสร้างทั้งหลายทั้งปวงยังอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่กลายเป็นสภาพปรักหักพังแลเห็นแต่เศษอิฐ กรวด ปูน หรือแปรสภาพเป็นวัดร้าง ที่สืบเนื่องมาจากธรรมชาติและเงื้อมมือของกองทัพพม่าที่ได้ทุบทำลายเผาผลาญเกือบจะทุกวัดในเกาะเมืองเมื่อคราวยกทัพมารบพุ่งชิงชัย เมื่อสมัยกระโน้น จนเป็นเหตุให้ย้ายราชธานีไปแห่งใหม่ เพราะเหตุใด วัดพุทไธศวรรย์ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ไม่กลายเป็นเศษอิฐ กรวด ทราย เหมือนหลาย ๆ แห่ง ทรงความสำคัญอยู่คู่พระพุทธศาสนา เป็นศรีแก่บ้านเมือง

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานีนั้น วัดพุทไธศวรรย์ ได้รับพระราชทานอุปถัมภ์จากพระมหากษัตริย์ หลายพระองค์ โดยเฉพาะสมัยพระนารายณ์มหาราช วัดพุทไธศวรรย์รุ่งเรืองมาก เนื่องจากเจ้าอาวาสเป็นพระอาจารย์แห่งพระเป็นเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเจ้าอาวาสท่านนั้นก็คือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ผู้เป็นประมุขของสงฆ์ฝ่ายคามวาสี ( ประมุขของสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสี ก็คือ สมเด็จพระวันรัต วัดป่าแก้ว ) ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า ตำหนักของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ได้รับการบูรณะอยู่มาจนทุกวันนี้ เมื่อล่วงเข้ามาในสมัยรัตนโกสินทร์ มีหลักฐานปรากฎว่า รัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จมายังวัดพุทไธศวรรย์ ทั้งในงานพระราชทานกฐินประจำกาล และในโอกาสอื่น หลักฐานดังกล่าวนั้นผู้เขียนใคร่ขออัญเชิญพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีไปถึงเจ้าจอมมารดาผึ้ง ( เต่า ) ยังกรุงเทพ ฯ ( ขณะนั้นรัชกาลที่ ๔ ท่านเสด็จประพาสอยุธยา และได้ประทับแรม ณ พลับพลา ซึ่งกรมการจัดสร้างถวาย บริเวณป้อมเพชร ) เพื่อมาอ้างอิง ความว่า “ วันนี้แห่พยุหยาตรารอบเมือง ทอดกฐิน ๔ วัด อันมี วัดพุทไธศวรรย์ หนึ่ง วัดกษัตราราม หนึ่ง วัดศาลาปูน หนึ่ง วัดหน้าพระเมรุ หนึ่ง “ จากหลักฐานที่ คุณเกษม พรอุตสาห์ ได้ค้นคว้ามา กับส่วนหนึ่งที่ทางวัดพุทไธศวรรย์ให้มาและผู้เขียนได้อัญเชิญมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นเครื่องชี้ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นถึงความเก่าแก่และความสำคัญของวัดพุทไธศวรรย์แห่งนี้

เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่วัดพุทไธศวรรย์ เป็นการส่วนพระองค์พร้อมด้วยข้าราชบริพารจำนวนหนึ่ง เสด็จพระราชดำเนินถึงวัดเวลา ๑๘.๔๕ นาฬิกา ได้เสด็จทอดพระเนตรตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ และพระอุโบสถ ประทับจนถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรองค์พระปรางค์ ทรงสอบถามเกี่ยวกับการทำนุบำรุงเสนาสนะและสิ่งก่อสร้างอันสำคัญ ๆ กับพระครูภัทรกิจโสภณ ( หลวงพ่อหวล ) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พร้อมนี้หลวงพ่อท่านได้ถวายพระเครื่องอู่ทองจำนวน ๒,๒๐๐ องค์ เพื่อพระองค์จักได้จัดแจกจ่ายแก่ตำรวจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามชายแดน ในวโรกาสต่อไป เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ ในหลายๆวาระโอกาส ศิษย์วัดพุทไธศวรรย์ต่างปลื่มปิติที่ได้รับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ ไม่ว่าเป็นไปตามราชประเพณีในวาระโอกาสสำคัญ หรือเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ อีกทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีกหลายต่อหลายท่าน

จากประวัติย่อ ๆ ของวัดพุทไธศวรรย์ แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่และความสำคัญของวัดแล้ว ท่านผู้อ่านคงพอจะทราบว่าสิ่งที่ต้องบูรณะซ่อมแซมและการก่อสร้างที่จำเป็นอีกหลายอย่างนั้น เป็นเรื่องที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างกรมศิลปากรดำเนินการ และส่วนที่เหลือเป็นภาระของเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันนั่นเอง ในส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าอาวาส คุณเกษม ฯ เขียนไว้ว่า “ ในส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าอาวาส จาการสอบถามคนเฒ่าคนแก่คงได้ความแต่เพียงในชั้นหรือสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เท่านั้น และเป็นการบอกกล่าวเล่าต่อกันมาแบบปากต่อปาก ไม่ได้มีการจดจารเอาไว้เป็นเอกสารแต่อย่างใดเลย อีกทั้งชื่อเสียงเรียงนามและการลำดับการดำรงตำแหน่งนั้นเล่าก็สาวขึ้นไปได้เพียงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “

อย่างไรก็ตามข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้แสดงให้เห็นตามข้างต้น บอกให้เราได้รู้ว่าวัดพุทไธศวรรย์เก่าแก่มากถึงปัจจุบันก็เกือบ ๗๐๐ ปี สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ก็มีอันต้องซ่อมแซมให้คงอยู่บางอย่างก็ต้องสร้างใหม่ และสิ่งจำเป็นในการดังกล่าวก็คือปัจจัย ทางเลือกมีอยู่ ๒ ทางคือ ปล่อยให้พังทลายไปตามกาลเวลา หรือต้องหาวิธีเพื่อให้ดำรงอยู่ต่อไป เป็นที่น่าเสียดาย ที่ประวัติของวัดพุทไธศวรรย์กับผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้น เนื่องจากมิได้มีการบันทึกเอาไว้ ทำให้ขาดความต่อเนื่อง และใคร่ขอเรียนเสนอผู้ดำรงตำแหน่ง เจัาอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ต. สำเภาล่ม อ. เมืองพระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเท่าที่มีผู้ค้นหารวบรวมมาได้มีหลายท่านดังนี้

1. พระอธิการฟัก
2. พระอุปัชฌาย์วัตร
3. พระอาจารย์อินทร์
4. พระสมุห์วร
5. พระครูเทศธรรมวินัย ( ชม พรัห์มโชติ )
6. พระอาจารย์สนธิ์
7. พระอธิการคง
8. พระครูสาธุกิจโกศล ( ยอด มนิสสะโร )
9. พระครูภัทรกิจโสภณ ( หวล ภูริภัทโท ) หลวงปู่หวล

ตามรายชื่อเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์นั้น บางรูปท่านมีวิชาคาถาเป็นที่เลื่องลือ เช่น พระอธิการฟัก ท่านโด่งดังเรื่องตะกรุดโทน ( ที่ทำด้วยไม้รวก ) และด้านการลงนะหน้าทอง หลวงพ่อชมโด่งดังเคียงบ่าเคียงไหล่กับหลวงพ่อกลั่น ธัมมโชติ วัดพระญาติการาม และหลวงพ่อหวล ท่านมีวิชาอาคมเรียกเหล็กไหล ท่านเชิญเหล็กไหลมาเพื่อสรางเป็นวัตถุมงคล ตอบแทนแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ปัจจัยที่ท่านได้มาทั้งสิ้น ท่านใช้ในการทำนุบำรุงบูรณะซ่อมแซมและก่อสร้างสิ่งที่จำเป็นภายในวัดพุทไธศวรรย์ด้วยความมุ่งมั่นของหลวงพ่อหวลที่ได้พัฒนาวัดพุทไธศวรรย์ตั้งแต่อายุยังน้อย ท่านพัฒนาเรื่อยมาจนถึงบัดนี้รวมเวลาหลายสิบปี ด้วยความตั้งใจและด้วยความอุตสาหะเป็นเลิศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงมอบธาตุกายสิทธิ์ให้แก่หลวงพ่อ เพื่อมอบให้แก่ผู้มีวาสนาซึ่งได้บริจาคปัจจัย บูรณะซ่อมแซมและสร้างเสนาสนะที่จำเป็นของวัดพุทไธศวรรย์ต่อไป

โดยคุณ takechivirus (317)(2)   [พ. 19 ก.ย. 2555 - 11:47 น.] #2460290 (2/14)
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=fan-eod&group=25


สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 บรรดาสรรพาวุธระเบิดทั้งหลายมีการใช้ชนวนที่ทำงานอย่างง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ต่อมาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้มีการพัฒนาชนวนขึ้นมาใช้ เช่น ชนวนถ่วงเวลา (Long Delay ) และชนวนป้องกันการถอด(Anti-Disturbance) ซึ่งสร้างความสูญเสียให้แก่เจ้าหน้าที่ทำลายวัตถุระเบิดของอังกฤษเป็นจำนวนมาก

- พ.ศ. 2483 อังกฤษ ได้จัดตั้งหน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด (Bomb Disposal) ขึ้นโดยรับอาสาสมัคร จำนวน 46 นาย ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้และทำงานสรรพาวุธระเบิดจนถึงปี พ.ศ. 2485 โดยมีเจ้าหน้าที่ทำลายวัตถุระเบิดรอดอยู่เพียง 8 นาย เท่านั้น เนื่องจากไม่ได้มีการเตรียมการศึกษาเรื่องการทำลายวัตถุระเบิดและระบบชนวนชนิดใหม่มาก่อน

- พ.ศ. 2488 กองทัพเรือสหรัฐ ฯ เห็นความจำเป็นในงานทำลายล้างวัตถุระเบิด จึงได้จัดตั้งโรงเรียนทำลายสรรพาวุธระเบิดขึ้นชื่อว่า “ BOMB DISPOSAL SCHOOL โดยมุ่งศึกษาเฉพาะการเก็บกู้และทำลายลูกระเบิดอากาศ

- พ.ศ. 2491 สหรัฐ ฯ มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายโดยให้มีการฝึก – ศึกษา แก่กำลังพลทุกเหล่าทัพเกี่ยวกับการเก็บกู้ , ประเมินค่าและการทำลายสรรพาวุธ ทั้งภาคพื้นดิน , ใต้น้ำ ทั้งของสหรัฐ ฯ เอง และของต่างชาติ โดยเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น “ Explosive Ordnance Disposal School” ซึ่งกองทักบกไทยได้ส่งกำลังพลนายทหารและนายสิบเข้ารับการศึกษาจากโรงเรียนทำลายสรรพาวุธระเบิดของสหรัฐฯ นับจนถึงปัจจุบัน

มัยสงครามโลกครั้งที่ 1 บรรดาสรรพาวุธระเบิดทั้งหลายมีการใช้ชนวนที่ทำงานอย่างง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ต่อมาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้มีการพัฒนาชนวนขึ้นมาใช้ เช่น ชนวนถ่วงเวลา (Long Delay ) และชนวนป้องกันการถอด(Anti-Disturbance) ซึ่งสร้างความสูฐเสียให้แก่เจ้าหน้าที่ทำลายวัตถุระเบิดของอังกฤเป็นจำนวนมาก

- พ.ศ. 2483 อังกฤษได้จัดตั้งหน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด (Bomb Disposal) ขึ้นโดยรับอาสาสมัคร จำนวน 46 นาย ซึ้งได้ปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้และทำงายสรรพาวุธระเบิดจนถึงปี พ.ศ. 2485 โดยมรเจ้าหน้าที่ทำลายวัตถุระเบิดรอดอยู่เพียง 8 นาย เท่านั้น เนื่องจากไม่ได้มีการเตรียมการศึกษาเรื่องการทำลายวัตถุระเบิดและระบบชนวนชนิดใหม่มาก่อน

- พ.ศ. 2488 กองทัพเรื่อสหรัฐ ฯ เห็นความจำเป็นในงานทำลายล้างวัตถุระเบิด จึงได้จัดตั้งโรงเรียนทำลายสรรพาวุธระเบิดขึ้นชื่อว่า “ BOMB DISPOSAL SCHOOL โดยมุ่งศึกษาเฉพาะการเก็บกู้และทำลายลูกระเบิดอากาศ

- พ.ศ. 2491 สหรัฐ ฯ มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายโดยให้มีการฝึก – ศึกษา แก่กำลังพลทุกเหล่าทัพเดี่ยวกับการเก็บกู้ , ประเมินค่าและการทำลายสรรพาวุธ ทั้งภาคพื้นดิน , ใต้น้ำ ทั้งของสหรัฐ ฯ เอง และขอบต่างชาติ

โดยเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น “ Explosive Ordnance Disposal School” ซึ่งกองทัพบกไทยได้ส่งกำลังพลนายทหารและนายสิบเข้ารับการศึกษาจากโรงเรียนทำลายสรรพาวุธระเบิดของสหรัฐฯ นับจนถึงปัจจุบัน

บทบาทและหน้าที่ EOD


"หน่วยทำลายล้างวัตถุระบิด กองทัพบกไทย"

- พ.ศ. 2509 กองทัพบกไทย ได้จัดตั้งหน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิดขึ้นครั้งแรก ใช้ชื่อว่า "หน่วย ทลร." โดยใช้กำลังพลของแผนกวิชาส่งกำลังยุทโธปกรณ์กระสุน กองการศึกษา โรงเรียนทหารสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก มี ร.อ.ไพฑูรย์ อรรครัตน์ ซึ่งสำเร็จหลักสูตรทำลายวัตถุระเบิดของ สหรัฐฯ เป็นเจ้าหน้าที่โครงการ ต่อมาได้มีการจัดตั้ง "ชุด ทลร.1" โดยเจ้าหน้าที่โครงการจาก โรงเรียนทหารสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก เป็นกำลังพลหลักในการปฏิบัติงาน ทลร.เป็นส่วนรวม

- ปัจจุบัน โรงเรียนทหารสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบกเป็นหน่วยผลิตนักทำลายวัตถุระเบิดของกองทัพบก โดยได้เปิดหลักสูตรทำลายวัตถุเบิดไปแล้วจำนวนหลายรุ่น ทั้งหลักูตรนายทหารและนายสิบ ซึ้งนักทำลายวัตถุระเบิดทุกนาย จะต้องศึกษาทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติเป็นเวลารวมทั้งสิ้น 16 สัปดาห์ เมื่อสำเร็จการศึกษา จะได้รับประกาศนียบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ " นักทำลายวัตถุระเบิด "

โดยคุณ chengsim (3.8K)(1)   [พ. 19 ก.ย. 2555 - 12:23 น.] #2460325 (3/14)

โดยคุณ takechivirus (317)(2)   [พ. 19 ก.ย. 2555 - 12:24 น.] #2460326 (4/14)
แก้ไขครับ
1. พระอธิการฟัก
2. พระอุปัชฌาย์วัตร
3. พระอาจารย์อินทร์
4. พระสมุห์วร
5. พระครูเทศธรรมวินัย ( ชม พรัห์มโชติ )
6. พระอาจารย์สนธิ์
7. พระอธิการคง
8. พระครูสาธุกิจโกศล ( ยอด มนิสสะโร )
9. พระครูภัทรกิจโสภณ ( หวล ภูริภัทโท ) หลวงปู่หวล

9. หลวงปู่หวล (พระพุทไธศวรรย์วรคุณ)

โดยคุณ chengsim (3.8K)(1)   [พ. 19 ก.ย. 2555 - 12:25 น.] #2460327 (5/14)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีครับ

โดยคุณ เจมส์_จิรพันธ์ (445)  [พ. 19 ก.ย. 2555 - 12:48 น.] #2460342 (6/14)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ ออสก้า99 (7.4K)  [พ. 19 ก.ย. 2555 - 12:55 น.] #2460349 (7/14)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีครับ

โดยคุณ kittipat (38)(2)   [พ. 19 ก.ย. 2555 - 13:04 น.] #2460359 (8/14)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับพี่

โดยคุณ kcasanova (2.8K)  [พ. 19 ก.ย. 2555 - 15:10 น.] #2460464 (9/14)

โดยคุณ หลวงน้า (4.3K)  [พ. 19 ก.ย. 2555 - 15:21 น.] #2460472 (10/14)
ขอสนับสนุึนงานบุญงานนี้ด้วยครับ ...... สุดยอดครับ



ใกล้เข้ามาแล้วตื่นเต้น .........................

โดยคุณ สายหนึ่งบางแค (1.8K)  [พ. 19 ก.ย. 2555 - 18:52 น.] #2460689 (11/14)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ


โดยคุณ หลักชัย (1.8K)  [พ. 19 ก.ย. 2555 - 19:10 น.] #2460719 (12/14)

โดยคุณ kor_kai (1.1K)(1)   [พ. 19 ก.ย. 2555 - 20:30 น.] #2460856 (13/14)

โดยคุณ พิภพ16 (9.4K)  [พฤ. 20 ก.ย. 2555 - 01:09 น.] #2461282 (14/14)


(N)
ติดภารกิจ พึ่งกลับมาครับ ...... คอยติดตามได้เร็วๆนี้ครับ มาร่วมทำบุญด้วยกันนะครับพี่ๆน้องๆเพื่อนๆชาวสมาชิกเว็บจีพระ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5