ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ๙๙๙ ... คุยเฟื่องเรื่องเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ ... ๙๙๙



(N)


๙๙๙ ... คุยเฟื่องเรื่องเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์

เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ ของพระเกจิอาจารย์ที่เป็นเคารพศัทธาของคณะลูกศิษย์ เมื่อมีวาระในการจัดสร้างเหรียญเลื่อน ส่วนใหญ่จะได้รับความนิยมในการสะสม เหรียญเลื่อนในแต่ละสายนั้นๆครับ

..................................................................

กระทู้นี้ขอเชิญชวนพี่น้องชาวเวปจีพระ นำภาพเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ของหลวงพ่อที่ทุกท่านเคารพนับถือ นำมามาบอกกล่าวกันเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาและสะสมครับ


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:04 น.]



โดยคุณ superbid (245)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:09 น.] #2445942 (1/43)
รอชมด้วยครับ

โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:11 น.] #2445945 (2/43)


(N)
ความเป็นมาของสมณศักดิ์

ประเทศไทยนั้นระบบสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ เริ่มใช้มาตั้งแต่สมัยสุโขทัยในรัชสมัยพระมหาธรรมราชลิไทย
พระองค์ได้ทรงโปรดให้ราชบัณฑิตไปอาราธนาพระมหาสามีสังฆราชมาจากประเทศลังกา
เพื่อให้ประกาศพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ในกรุงสุโขทัย

พระมหาสามีสังฆราชคงจะได้ถวายพระพรให้พระมหาธรรมราชาลิไททรงตั้งสมณศักดิ์ถวายแด่พระสงฆ์ตามราชประเพณีที่ถือปฏิบัติในประเทศลังกา

ระบบสมณศักดิ์ในสมัยสุโขทัยไม่สลับซับซ้อนเพราะมีเพียง 2 ระดับชั้นเท่านั้น คือ พระสังฆราชและพระครู พอมาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาระบบสมณศักดิ์ได้รับการปรับให้มีระดับชั้นเพิ่มขึ้นเป็น 3 ระดับคือ สมเด็จพระสังฆราช พระสังฆราชคณะหรือพระราชาคณะและพระครู




ชั้นยศสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ไทยในปัจจุบัน

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 1 พระองค์
สมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ 8 รูป
พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ 19 รูป
พระราชาคณะชั้นธรรม 35 รูป
พระราชาคณะชั้นเทพ 66 รูป
พระราชาคณะชั้นราช 144 รูป
พระราชาคณะชั้นสามัญ 394 รูป
พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี-โท-เอก-พิเศษ(ไม่จำกัดจำนวน)
พระครูฐานานุกรม ตั้งได้ตามจำนวนที่ปรากฏในสัญญาบัตรของพระราชาคณะ
พระครูประทวนสมณศักดิ์ (พระครูผู้อุปการะการศึกษา)(ไม่จำกัดจำนวน)



โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:13 น.] #2445954 (3/43)


(N)
ในอดีต

การพิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์เป็นพระราชอำนาจและเป็นพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ เมื่อทรงเห็นหรือทรงทราบด้วยพระเนตรพระกรรณว่า พระภิกษุรูปใดมีความรู้ความเชี่ยวชาญในพระไตรปิฏก มีศิลาจารวัตรน่าเลื่อมใส มีความสามารถในการปกครองหมู่คณะให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาของประชาชนแล้วก็จะพระราชทานสมณศักดิ์เพื่อเป็นเกียรติและกำลังใจ ในการจะได้ช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาสืบไป


ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

เป็นช่วงเวลาที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายกอยู่นั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะโปรดพระราชทานสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์รูปใด ก็จะทรงปรึกษากับสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ก่อนทุกครั้ง ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทรงให้พระสงฆ์ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาเสนอความคิดเห็นได้
ปัจจุบัน เป็นหน้าที่ทางคณะสงฆ์จะช่วยกันพิจารณาให้ความเห็นชอบตามลำดับขั้น คือ จากเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะใหญ่ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับแล้ว สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงได้เสนอเรื่องเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานสมณศักดิ์ ตามระเบียบของทางราชการต่อไปแต่ในการพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นสูง เช่น สมเด็จพระสังฆราชหรือสมเด็จพระราชาคณะ ทางคณะสงฆ์ชอบที่จะถวายพระเกียรติแด่องค์พระมหากษัตริย์ด้วยการเสนอนามพระเถระที่เห็นสมควรขึ้นไปหลายรูปเพื่อให้ทรงพิจารณาตามพระราชอัธยาศัย เป็นธรรมเนียมปฏิบัติเสมอมา เพราะพระราชอำนาจส่วนนี้เป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงพระองค์เดียว


อ้างอิง


1. พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ. 9 ราชบัณฑิต พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด,
วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ พ.ศ. 2548
2. เวบไซต์ธรรมะ เกตเวย์
3. เวปพระไทยเน็ต


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:15 น.] #2445955 (4/43)


(N)
สมณศักดิ์ของพระสงฆ์



สมณศักดิ์ของพระสงฆ์ไทย มี 9 ชั้น และ 21 อันดับ ดังนี้

ชั้น 1 สกลมหาสังฆปรินายก เป็นตำแหน่งสังฆราช

1. สมเด็จสังฆราช สกลสังฆปรินายก

ชั้น 2 มหาสังฆนายก เจ้าคณะใหญ่ ชั้นสุพรรณบัตร

2. สมเด็จพระราชาคณะ มี 4 ตำแหน่ง คือ พระพุทธโฆษาจารย์ พระวันรัต พระพุทธาจารย์ และมหาวีรวงศ์

ชั้น 3 พระราชาคณะชั้นธรรม มี 2 อันดับ คือ

3. พระราชาคณะ เจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัตร

4. พระราชาคณะ เจ้าคณะรอง ชั้นสัญญาบัตร

ชั้น 4 พระราชาคณะชั้นธรรม

5. พระราชาคณะชั้นธรรม มีราชทินนามว่า "ธรรม" นำหน้านาม เช่น พระธรรมปิฏก พระธรรมกิตติโสภณและพระธรรมวิสุทธาจารย์ เป็นต้น

ชั้น 5 พระราชาคณะชั้นเทพ

6. พระราชาคณะชั้นเทพ มีราชทินนามว่า "เทพ" นำหน้านาม เช่น พระเทพวิสุทธิโสภณ พระเทพสังวรญาณ และพระเทพวิสุทธิเมธี เป็นต้น

ชั้น 6 พระราชาคณะชั้นราช

7. พระราชาคณะชั้นราช มีราชทินนามว่า "ราช" นำหน้า เช่น พระราชศิริธรรมเมรี พระราชนันทาจารย์ และพระราชมงคลมุนี เป็นต้น

ชั้น 7 พระราชาคณะชั้นสามัญ

8. พระราชาคณะชั้นสามัญ ไม่มีราชทินนามนำหน้า เช่น พระวิเชียรโมลี พระชัยนาทมุนี และพระกวีรญาณ เป็นต้น

ชั้น 8 พระครู เป็นตำแหน่งรองจากพระราชาคณะชั้นสามัญ ใช้คำว่าพระครูนำหน้านาม เช่น พระครูพิศาลสังฆโสภณ พระครูวิเศษบุญญากร และ

พระครูวิสุทธิ์วุฒิคุณ เป็นต้น สมณศักดิ์ชั้นพระครูมี 10 อันดับ ดังนี้

9. พระครูชั้นสัญญบัตรชั้นพิเศษ 10. พระครูชั้นสัญญาบัตรชั้นเอก

11. พระครูสัญญาบัตรชั้นโท 12. พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี

13. พระครูปลัด 14. พระครูธรรมธร

15. พระครูวินัยธร 16. พระครูคู่สวด

17. พระครูสมุห์ 18. พระครูใบฎีกา

ชั้น 9 ชั้นฐานานุกรม ไม่มีราชทินนามนำหน้า แต่ใช้ตำแหน่งนำหน้า เช่น พระสมุห์ .....และพระใบฎีกา ..... มีทั้งหมด 3 อันดับ

19. พระปลัด 20. พระสมุห์ 21. พระใบฏีกา




โดยคุณ takechivirus (317)(2)   [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:16 น.] #2445956 (5/43)


(N)


ทางโคราชบ้านผม ก็ต้องรุ่นนี้ครับ
1.หลวงพ่อคูณท่านมีเมตตาปลุกเษกให้ที่วัดบ้านไร่ และท่านก็ยังมาร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษกปลุกเษกถึงที่วัด ซึ่งในรอบหลายสิบปีไม่มี
2.ในพิธีมหาพุทธาภิเษก โดย พระเดชพระคุณพระเกจิระดับประเทศ ยิ่งใหญ่สุดๆในภาคอีสานขณะนั้น
3.เหรียญทุกเหรียญได้เข้าร่วมในพิธี ไม่มีปั้มทีหลัง ไม่ต้องรอ ยอดจอง

โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:21 น.] #2445958 (6/43)


(N)
พัดยศ เป็นเครื่องประกอบสมณศักดิ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชานุญาตให้สร้างขึ้น เพื่อถวายแก่พระสังฆาธิการในโอกาสรับพระราชทานสมณศักดิ์ โดยจะนำมาใช้เฉพาะงานรัฐพิธีและการพระราชพิธีเท่านั้น วิวัฒนาการของพัดยศก่อนจะมีรูปแบบดังที่พบเห็นอยู่นี้ มีความเป็นมาที่ยาวนานและได้มีการพัฒนารูปแบบมาหลายครั้ง หากสังเกตให้ดีจะพบว่าตาลปัตรหรือพัดยศมีอยู่หลายชนิด แต่ละชนิดก็มีรูปทรง ลวดลาย ตลอดจนสีสันงดงามแตกต่างกันออกไปตามระดับของชั้นยศที่ได้รับพระราชทาน


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:22 น.] #2445959 (7/43)


(N)
พัดยศพัฒนามาจากรูปแบบเดิมคือตาลปัตร คำว่าตาลปัตรมาจากภาษาบาลีว่า ตาลปตฺต ซึ่งแปลว่า ใบตาล ความหมายคือพัดของพระสงฆ์ในยุคแรกนั้นทำด้วยใบตาล ต่อมาได้มีวัฒนาการมาเป็นอย่างอื่น เช่น ทำด้วยขนนก หรือโครงเหล็กหุ้มด้วยผ้าชนิดต่างๆ ตลอดถึงทำด้วยงาหรือของมีค่าอื่น ๆ แต่ก็ยังนิยมเรียกว่าตาลปัตรอยู่นั่นเอง จากตาลปัตรที่ใช้พัดโบกได้พัฒนามาเป็น พัดยศ หมายถึง พัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแด่พระสงฆ์มาพร้อมกับการทรงตั้งสมณศักดิ์ในระดับชั้นต่าง ๆ ส่วนคำว่า พัดรอง หมายถึง พัดที่ทำขึ้นเป็นที่ระลึกในงานพิธีต่าง ๆ รวมถึงงานพระราชพิธี รัฐพิธี และพิธีทำบุญต่างของราษฎร ก็รวมเรียกว่าพัดรองด้วยเช่นกัน คำว่าพัดรอง เป็นชื่อเรียกเฉพาะพัดที่สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกในงานพิธีต่าง ๆ ดังกล่าวนี้เท่านั้น ส่วนคำว่าตาลปัตรเป็นชื่อรวมเรียกได้ทั้งพัดยศ และพัดรอง
เรื่องตาลปัตร-พัดยศนี้ นักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาหลายท่านได้ให้ข้อสันนิษฐานว่า แต่เดิมนั้นคงมิใช่ของที่ทำขึ้นมาสำหรับพระสงฆ์โดยเฉพาะ แต่เป็นสิ่งของเครื่องใช้ของชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในประเทศแถบเมืองร้อนมาก่อนสมัยพุทธกาลแล้ว ซึ่งชนแถบนี้มีพัดไว้ใช้พัดลม บังแดด บังฝน นับเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นอย่างหนึ่ง พัดที่ใช้กันนั้นน่าจะมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ และทำด้วยวัสดุต่าง ๆ ตามฐานะของผู้ใช้ คำที่พบในคัมภีร์ทางศาสนาที่กล่าวถึงเรื่องพัดมีอยู่หลายคำ เช่น คำว่า ตาลปัตร วาลวิชนี และจิตรวิชนี
ตาลปัตร เป็นพัดที่เก่าแก่ที่สุด ทำด้วยใบตาล ซึ่งเป็นวัสดุที่หาง่าย โดยวิธีเอาใบตาลมาตีแผ่ออกแล้วเจียนให้มน หรือมีรูปแบบตามใจชอบแล้วขึงริมให้ตึงเหลือก้านตาลไว้เป็นด้ามตรงกลาง วาลวิชนี คือ พัดที่มีด้ามด้านข้าง มีทั้งที่ทำด้วยใบตาล ขนนก หรือวัสดุมีค่าอื่นๆ ส่วนใหญ่มักเป็นเครื่องสูงสำหรับใช้โบกพัดวีท่านผู้สูงศักดิ์ หรือเป็นเครื่องราชูปโภค ส่วนจิตรวิชนี คือ พัดอันวิจิตรงดงามนั้น เป็นพัดที่ประดิษฐ์ตกแต่งด้วยสิ่งของสำหรับผู้มีทุนทรัพย์ใช้โบกพัดวีในเวลาอากาศร้อน
การที่ตาลปัตรรูปหน้านางเป็นที่แพร่หลาย และรู้จักกันทั่วไปนั้นเกิดขึ้นจากพระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่มีพระราชประสงค์ให้พระภิกษุสงฆ์ใช้ตาลปัตรรูปหน้านางแทนตาลปัตรที่เรียกว่า "พัชนี" กล่าวคือพระสงฆ์ในช่วงระยะเวลานั้นนิยมนำพัชนีที่มีรูปทรงเป็นพัดงองุ้มด้ามยาว ตัวพัดทำขึ้นจากโครงโลหะหรือไม้แล้วหุ้มด้วยผ้าที่มีลวดลายมาใช้แทนตาลปัตรใบตาล ด้วยถือกันอย่างผิดๆ ว่าเป็นเครื่องยศสำหรับพระสงฆ์ผู้มีบรรดาศักดิ์ที่เอาไว้ใช้แทนตาลปัตรหรือให้ลูกศิษย์พัดถวายปรนนิบัติ และยิ่งกว่านั้นยังได้ปรากฏการทำตาลปัตรพัชนีเลียนแบบพัชนีที่เป็นเครื่องยศของเจ้านายและขุนนางออกจำหน่ายแก่ผู้ซื้อ เพื่อนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์ในงานพิธีกระทำบุญกุศลต่าง ๆ ดังนั้นจึงทรงมีพระราชดำริให้พระสงฆ์ใช้ตาลปัตรรูปหน้านางไว้ดังนี้

(พัดหน้านาง)พัดยศเปรียญธรรม 9 ประโยค"....พัชนีนั้นท่านคิดไปดูรูปร่างเห็นบัดสี ใครคิดอ่านทำขึ้นเมื่อไรให้เปนรูปอย่างนี้ ผู้นั้นจะไม่ได้พิจารณาให้ลเอียดเลย...ใช้ไปไม่มีสตินึกได้บ้างเลยว่า รูปร่างไม่ดีไม่เปนมงคลเลย เอามาถือบังหน้าตาครอบหัวครอบหูอย่างไรมิรู้อยู่ น่ารำคาญใจ...เครื่องมือไทยอีกอย่าง 1 รูปร่างก็คล้ายพัชนี คือจวัก ที่เรียกว่าจ่าหวักก็ดี.....เอามาใช้ตักเข้ากวนแกงซึ่งจะขึ้นถ้วยขึ้นชามขึ้นสำรับ....ในเครื่องต้นแล เครื่องเจ้านายที่มีบันดาลศักดิ์สูง เขาไม่ใช้มานานแล้ว เขามีทัพพีทองเหลืองทำรูปเหมือนช้อนต้นใหญ่ปลายย่อม......ครั้งนี้ทรงพระราชดำริที่จะใคร่ให้พระสงฆ์เลิกใช้พัชนีเสีย จะกลับไปทำพัดโครงไม้ไผ่ขึงๆ ปิดแพรปิดโหมดถวายให้ใช้เป็นอย่างพระสงฆ์จะยอมฤๅ ไม่ยอมไม่ทราบเลย การก็เคยมานานแล้ว ถ้าพระสงฆ์ยังชอบใจจะคงใช้อยู่ก็ตาม..."
ตาลปัตร หรือพัดยศ แม้จะมิได้นับเนื่องให้เป็นสิ่งหนึ่งในบริขาร 8 ของพระสงฆ์ และไม่พบหลักฐานว่ามีพุทธบัญญัติให้พระสงฆ์ใช้ของสิ่งนี้ในโอกาสใด เพียงแต่พบข้อความปรากฏในคัมภีร์ทางศาสนาหลายแห่ง เช่น ในคัมภีร์ธรรมบท ว่า "ขณะที่พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนา มีพระอานนท์พุทธอุปัฏฐากถวายงานพัดอยู่ด้านหลัง..." และ "พระสารีบุตร ถือพัดอันวิจิตร ขึ้นไปแสดงธรรมบนธรรมาสน์..." และความตอนหนึ่งในพุทธประวัติว่า "พระเจ้าปัสเสนทิโกศลทรงโปรดให้สร้างพัดอันงดงามวิจิตร..." ถวายพระพุทธองค์ เป็นต้น จากข้อความที่กล่าวมานี้ พอสันนิษฐานได้ว่า การใช้พัดของพระสงฆ์ในยุคแรกน่าจะใช้เพื่อพัดโบกคลายความร้อนเท่านั้น ดังจะเห็นได้จากพระสงฆ์ชาวลังกาในปัจจุบัน เวลาสวดมนต์ยังถือพัดไปพัดวีไปในบางโอกาส เนื่องจากพัดชาวลังกามีด้ามสั้น
ต่อมาภายหลังได้มีผู้อธิบายว่าพระสงฆ์ใช้พัดเพื่อใช้บังเวลาเห็นอะไรก็ตามที่พระไม่ควรเห็น แต่ไม่น่าจะใช่วัตถุประสงค์ที่แท้ซึ่งมีมาแต่เดิม จากพัดที่ใช้พัดลมต่อมาในสังคมไทยพระสงฆ์เริ่มใช้พัดในเวลาให้ศีล ให้พร และจากนั้นราชการไทยได้ใช้พัดเป็นเครื่องแสดงสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ ซึ่งน่าจะมีที่มาจากในอดีตเมื่อพระสงฆ์ไทยไปในงานพิธีต่างๆ คงจะนิยมถือพัดไปด้วยแทบทุกครั้งจนกลายเป็นประเพณีสืบมา เมื่อการระบายความร้อนได้มีวิวัฒนาการไปมากจนพัดโบกลมจะหมดความจำเป็นไปแล้ว การใช้พัดของพระสงฆ์ในยุคต่อมาจึงถือไปเพื่อตั้งบังหน้า เป็นการรักษาธรรมเนียมประเพณี ซึ่งจะทำให้ศาสนพิธีนั้น ๆ ดูเป็นพิธีรีตองและเป็นกิจลักษณะยิ่งขึ้น


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:31 น.] #2445972 (8/43)


(N)
รูปลักษณะและการเรียกชื่อพัดยศของไทยที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 4 แบบดังได้กล่าวมาแล้วได้แก่

พัดหน้านาง เชื่อกันว่าได้แบบอย่างมาจากลังกา เป็นรูปแบบที่เก่าแก่ที่สุด ใบพัดเป็นรูปไข่ หรือคล้ายเค้าหน้าของสตรี มีด้ามตรงกลาง ยาวประมาณ 70 เซนติเมตร พัดหน้านางส่วนมากมักจะเป็นพัดรอง พัดเปรียญธรรมทุกชั้น พัดยศประทวนสมณศักดิ์ และพัดยศฐานานุกรมบางตำแหน่ง


พัดพุดตาน ใบพัดมีลักษณะวงกลม แต่ริมขอบหยักเป็นแฉกรวม 16 แฉกคล้ายกลีบดอกบัวบาน หรือดอกพุดตานบาน เป็นพัดที่ทำด้วยโครงเหล็กหุ้มแพร หรือผ้าสักหลาดกำมะหยี่ สีเดียวกันบ้าง สลับสีบ้าง ตามชั้นของสมณศักดิ์ ส่วนมากเป็นพัดของพระครูสัญญาบัตร หรือพัดของพระครูฐานานุกรมบางตำแหน่ง

พัดเปลวเพลิง มีลักษณะเป็นพัดยอดแหลม ใบเป็นแฉกคล้ายเปลวเพลิง ด้ามงายอดงา (แต่ปัจจุบันพัดยศทุกชั้น ได้มีพระบรมราชานุญาตให้ทำด้วยพลาสติกผสมเรซินทั้งหมดแล้ว เนื่องจากประเทศต่าง ๆ ได้ร่วมกันลงนามในสัตยาบรรณที่จะป้องกันรักษาสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์) สำหรับพัดเปลวเพลิงใช้เฉพาะพระครูสัญญาบัตร ที่ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด และเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอกเท่านั้น


พัดแฉกทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ คำว่าข้าวบิณฑ์ แปลตามตัวว่า ก้อนข้าว คือ ข้าวสุกที่เขาปั้นเป็นก้อนใส่ลงในกรวย สอดไว้กับพุ่มดอกไม้ หรือกระทงขั้นบายศรี ใช้เซ่นไหว้บูชาในพิธีกรรมบางอย่าง อีกอย่างหนึ่งคำว่าข้าวบิณฑ์เป็นชื่อของลายไทยชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นพุ่มช่วงล่าง เรียวแหลมขึ้นไปช่วงบน ส่วนพัดแฉกทรงพุ่มข้าวบิณฑ์นั้น ใบพัดมีลักษณะส่วนล่างเป็นพุ่มและเรียวแหลมขึ้นไปถึงส่วนยอดเหมือนลายข้าวบิณฑ์ของไทย หรือคล้ายดอกบัวตูมขอบนอกคล้ายกลีบบัวที่ประกบแนบอยู่กับดอก มีกลีบอย่างน้อย 5-9 กลีบ มีการปักลายไทยชนิดต่างๆ ด้วยดิ้นเงิน ดิ้นทอง ทองแล่ง และอุปกรณ์การปักอื่น ๆ อย่างประณีตสวยงามตามความสูงต่ำของชั้นสมณศักดิ์ที่ได้รับพระราชทาน พัดแฉกเป็นของสำหรับพระราชาคณะตั้งแต่ชั้นสามัญขึ้นไป จนถึงชั้นสมเด็จพระราชาคณะ

นอกจากนี้ยังมีพัดยศเปรียญ อันเป็นเครื่องหมายสำหรับพระภิกษุผู้สอบได้บาลีเปรียญ 3 ประโยคขึ้นไป และมีคำเป็นเครื่องสมณศักดิ์ว่า "พระมหา" เวลาทรงตั้งเรียกว่า "ทรงตั้งเปรียญ" ไม่ใช้คำว่า "พระราชทานสมณศักดิ์ - พัดยศ" สำหรับผู้สอบได้ประโยค ป.ธ.3. ทรงพระราชทานให้สมเด็จพระสังฆราชทรงตั้ง โดยประทานประกาศนียบัตร พัดยศ ชื่อว่า ทรงตั้งแล้ว ส่วนผู้สอบได้ประโยค ป.ธ.6 ถึงประโยค ป.ธ.9 จะเสด็จพระราชทานประกาศนียบัตรพัดยศ และไตรจีวรด้วยพระองค์เอง ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ลักษณะพัดยศเปรียญเป็นพัดหน้านาง ประโยค ป.ธ.3 - ป.ธ.5 มีพื้นสักหลาดสีแดงปักดิ้นเลื่อมมีเลขประโยคอยู่ตรงกลางพัด ประโยค ป.ธ.6 - ป.ธ.8 มีพื้นสักหลาดสีเหลืองด้ามสีดำ ปักดิ้นเลื่อมมีเลขประโยคอยู่ตรงกลาง ประโยค ป.ธ.9 พื้นสักหลาดสีเหลืองด้ามสีขาว ปักดิ้นเลื่อมตรงกลางว่าง ไม่มีเลขประโยคกำกับ

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%A8


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:37 น.] #2445978 (9/43)


(N)
สมณศักดิ์

นายสุนทร เปลี่ยนสี นิติกร ๓ กลุ่มกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน ๑

คัดลอกจาก http://203.152.23.33/soong/article/article_1.html



๑. ความหมาย

สมณศักดิ์ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หมายความว่า ยศพระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานมีหลายชั้น แต่ละชั้นมีพัดยศเป็นเครื่องกำหนด

อาจกล่าวได้ว่า สมณศักดิ์ คือบรรดาศักดิ์ หรือยศที่พระมหากษัตริย์พระราชทานแก่พระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบให้ดำรงมั่นอยู่ในสมณเพศ เพื่อเป็นกำลังสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาและเพื่อให้การปกครองคณะสงฆ์เป็นไปโดยเรียบร้อย เพราะการที่พระสงฆ์รูปใดได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ย่อมได้รับมอบหมายภาระหน้าที่ในการปกครองหมู่คณะแห่งสงฆ์ไปพร้อมกันด้วย

๒. ความเป็นมาของสมณศักดิ์

สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ทรงใช้จิตวิทยาในการปกครองพระสงฆ์สาวก โดยการยกย่องผู้ที่ควรยกย่อง ป้องปรามผู้ที่ควรป้องปราม ดังจะเห็นได้จากทรงยกย่องพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะเป็นพระอัครสาวก ฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา และทรงตั้งเอตทัคคะ๑ กล่าวคือ ทรงยกย่องพระสาวกอีกส่วนหนึ่งว่ามีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ด้วยพุทธวิธี อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวยังมิได้ถือว่าเป็นสมณศักดิ์

เมื่อพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว เพื่อสามารถสืบทอดเจตนารมณ์ของพระพุทธศาสนา พระประมุขแห่งประเทศต่างๆ ที่นับถือพุทธศาสนา จึงได้มีการพระราชทานสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์ โดยปรากฏหลักฐานว่ามีการพระราชทานสมณศักดิ์ และพัดยศพร้อมทั้งเครื่องประกอบสมณศักดิ์อื่นๆ ประเทศต่างๆ ได้รับแบบอย่างมาจากประเทศศรีลังกา

สำหรับประเทศไทยนั้นระบบสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ เริ่มใช้ตั้งแต่สมัยสุโขทัยรัชสมัยพระมหาธรรมราชลิไทย พระองค์ได้โปรดให้ราชบัณฑิตไปอาราธนาพระมหาสามีสังฆราชมาแต่ลังกา เพื่อให้ประกาศพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ในกรุงสุโขทัย พระมหาสามีสังฆราชคงจะได้ถวายพระพรให้พระมหาธรรมราชาลิไท ทรงตั้งสมณศักดิ์ ถวายแด่พระสงฆ์ ตามราชประเพณีที่ถือปฏิบัติในประเทศลังการะบบสมณศักดิ์ในสมัยสุโขทัยไม่สลับซับซ้อนเพราะมีเพียง ๒ ระดับชั้นเท่านั้น คือ พระสังฆราชและพระครู

ส่วนในสมัยอยุธยาระบบสมณศักดิ์ได้รับการปรับให้มีระดับชั้นเพิ่มขึ้นเป็น ๓ ระดับคือ สมเด็จพระสังฆราช พระสังฆราชคณะหรือพระราชาคณะและพระครู


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:39 น.] #2445981 (10/43)


(N)
๔. ประเพณีการพิจารณาแต่งตั้งสมณศักดิ์

แต่เดิม การพิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์เป็นพระราชอำนาจและเป็นพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ เมื่อทรงเห็นหรือทรงทราบด้วยพระเนตรพระกรรณว่า พระภิกษุรูปใดมีความรู้ความเชี่ยวชาญในพระไตรปิฏก มีศิลาจารวัตรน่าเลื่อมใส มีความสามารถในการปกครองหมู่คณะให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาของประชาชนแล้วก็จะพระราชทานสมณศักดิ์เพื่อเป็นเกียรติและกำลังใจ ในการจะได้ช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาสืบไป

ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นช่วงเวลาที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายกอยู่นั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะโปรดพระราชทานสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์รูปใด ก็จะทรงปรึกษากับสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ก่อนทุกครั้ง ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทรงให้พระสงฆ์ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาเสนอความคิดเห็นได้

ปัจจุบัน เป็นหน้าที่ทางคณะสงฆ์จะช่วยกันพิจารณาให้ความเห็นชอบตามลำดับขั้น คือ จากเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะใหญ่ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับแล้ว กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการจึงได้เสนอเรื่องเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานสมณศักดิ์ ตามระเบียบของทางราชการต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในการพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นสูง เช่น สมเด็จพระสังฆราชหรือสมเด็จพระราชาคณะ ทางคณะสงฆ์ชอบที่จะถวายพระเกียรติแด่องค์พระมหากษัตริย์ด้วยการเสนอนามพระเถระที่เห็นสมควรขึ้นไปหลายรูปเพื่อให้ทรงพิจารณาตามพระราชอัธยาศัย เป็นธรรมเนียมปฏิบัติเสมอมา เพราะพระราชอำนาจส่วนนี้เป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงพระองค์เดียว


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:40 น.] #2445985 (11/43)


(N)
๕. ขั้นตอนการเสนอเรื่องขอพระราชทานสมณศักดิ์

การเสนอเรื่องขอพระราชทานสมณศักดิ์ จะต้องเสนอไปตามลำดับขั้นตอน กล่าวคือจะต้องเสนอเรื่องผ่านโดยได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับชั้น เริ่มต้นจากผู้ปกครองเหนือตนขึ้นไป เช่น ถ้าเป็นผู้ช่วย หรือรองเจ้าอาวาส ก็จะต้องเสนอผ่านเจ้าอาวาสก่อน ถ้าเป็นเจ้าอาวาสก็จะต้องเสนอผ่านเจ้าคณะตำบลก่อน ถ้าเป็นเจ้าคณะตำบล ก็ต้องเสนอผ่านเจ้าคณะอำเภอ เป็นต้นการเสนอเรื่องมีลำดับชั้นดังนี้

๑. เจ้าอาวาส

๒. เจ้าคณะตำบล

๓. เจ้าคณะอำเภอ

๔. เจ้าคณะจังหวัด

๕. เจ้าคณะภาค

๖. เจ้าคณะใหญ่

๗. นำเข้าสู่การประชุมพิจารณาของคณะอนุกรรมการ แต่ละนิกาย (มหานิกายและธรรมยุติ)

๘. นำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมมหาเถรสมาคม

เมื่อมหาเถรสมาคมพิจารณามีมติประการใดแล้ว จะได้มอบเรื่องให้กรมการศาสนาจัดทำบัญชีเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ดังนี้

๑. กรมการศาสนา นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

๒. กระทรวงศึกษาธิการ เสนอต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

๓. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอต่อสำนักราชเลขาธิการ

๔. สำนักราชเลขาธิการ นำความกราบบังคมทูลพระกรุณา

๖. หลักเกณฑ์การพิจารณาสมณศักดิ์

ประเพณีการพระราชทานสมณศักดิ์ เกิดขึ้นในประเทศไทยมาช้านานแล้ว แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น หลักเกณฑ์ในการพิจารณาสมณศักดิ์ก็มิได้วางไว้เป็นกฎระเบียบอย่างชัดเจน ทั้งนี้ อาจเนื่องมาจากการพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ การที่ทางคณะสงฆ์มิได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนแน่นอนอาจจะเป็นการเหมาะสมกว่า นอกจากนี้การวางหลักเกณฑ์ไว้อย่างหลวมๆไม่รัดตัวจนเกินไป ทำให้ผู้มีอำนาจในการพิจารณาอาจจะเน้นหลักในทางใดทางหนึ่งได้ เช่น ด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม การเผยแผ่พระศาสนา การสาธารณสงเคราะห์ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์บ้านเมืองและการพระศาสนาในขณะนั้นๆ

อย่างไรก็ตาม ทางคณะสงฆ์ก็มีหลักเกณฑ์ปฏิบัติตามที่พระเดชพระคุณ พระธรรมาโรดม(บุญมา ป.ธ. ๙) เจ้าคณะภาค ๖ กรรมการมหาเถรสมาคม วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร ได้รวบรวมไว้ปฏิบัติงานในฐานะที่พระเดชพระคุณทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะอนุกรรมการพิจารณาสมณศักดิ์ประจำปีของมหาเถรสมาคม ซึ่งพอจะเห็นเป็นรูปธรรมและถือปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน ดังจะกล่าวต่อไป


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:41 น.] #2445987 (12/43)


(N)
๗. หลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งสมณศักดิ์

พระสังฆาธิการ ๒ ผู้สมควรได้รับการพิจารณาแต่งตั้งสมณศักดิ์ ต้องประกอบด้วยคุณลักษณะดังต่อไปนี้

คุณสมบัติส่วนตัวและส่วนวัด

๑. ต้องเป็นพระสังฆาธิการตั้งแต่ระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ขึ้นไป และมีพรรษาตั้งแต่ ๑๐ ขึ้นไป เว้นแต่มีกรณีพิเศษ

๒. ถ้าเป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ต้องดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๕ ปีบริบูรณ์โดยให้นับตั้งแต่วันเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ หรือเป็นรองเจ้าอาวาสวัดราษฎร์มารวมด้วยหรือถ้าเป็นพระครูประทวนสมณศักดิ์ ต้องเป็นมาเกิน ๓ ปีแล้ว

ทั้งนี้ เว้นแต่มีกรณีที่ควรยกย่องเป็นพิเศษ และเว้นแต่เป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง

๓. ถ้าเป็นเจ้าคณะตำบล ต้องดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๕ ปีบริบูรณ์ โดยให้นับตั้งแต่วันเป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ รองเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ หรือเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราษฎร์มารวมด้วย แต่อย่างมากต้องไม่เกิน ๔ ปี ถ้ามิได้เป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ให้แจ้งด้วยว่าเจ้าอาวาสวัดราษฎร์นั้นเป็นสัญญาบัตรแล้วหรือยัง

๔. ถ้าเป็นรองเจ้าอาวาสวัดราษฎร์หรือเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ให้นำความในข้อ ๒.และข้อ ๓. มาใช้โดยอนุโลมตามควรแก่กรณี แต่ต้องได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งนั้นๆ ถูกต้องแล้วและต้องมีพระภิกษุสามเณร (เฉพาะในวัดของตน) อยู่จำพรรษามาพอสมควร หรือปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าอาวาสผู้ทุพพลภาพ หรือชราภาพ

๕. ถ้าเป็นเจ้าคณะอำเภอ หรือเป็นเจ้าคณะจังหวัด หรือเป็นที่ปรึกษาให้พิจารณาตามความเหมาะสมในการปกครอง แต่ต้องดำรงตำแหน่งมาเกิน ๑ ปีแล้ว และมีผลงานในหน้าที่ดีพอสมควร

๖. ถ้าเป็นรองเจ้าอาวาสพระอารามหลวงหรือเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงต้องดำรงตำแหน่งมาเกิน ๑ ปีแล้ว และมีผลงานช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงตามที่ระบุไว้ในการเสนอขอแต่งตั้ง หรือตามที่เจ้าอาวาสวัดราษฎร์มอบหมายและในวัดนั้น มีสัญญาบัตรกี่รูป มีราชทินนามอะไรบ้าง

๗. ถ้าเป็นรองเจ้าคณะอำเภอ หรือเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดให้พิจารณาตามความเหมาะสมในการปกครอง



๒ พระสังฆาธิการ หมายถึง พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ในตำแหน่งดังต่อไปนี้ คือ เจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส

๘. ในเขตอำเภอหนึ่ง ให้พิจารณาแต่งตั้งสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรได้ ๑ รูป เว้นแต่มีกรณีพิเศษ (คือมีพระสังฆาธิการตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวงผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง) หรือในเขตอำเภอที่มีวัดเกินกว่า ๕๐ วัดขึ้นไป ให้พิจารณาแต่งตั้งได้ ๒ รูป หรือในเขตอำเภอที่มีวัดเกินกว่า ๑๐๐ วัดขึ้นไป ให้พิจารณาแต่งตั้งได้ ๓ รูปเป็นกรณีพิเศษ

๙. มีพระภิกษุ (เฉพาะในวัดของตน) อยู่จำพรรษาครบคณะสงฆ์ขึ้นไป หรือมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาไม่ครบคณะสงฆ์ แต่มีสามเณรอยู่จำพรรษามากพอสมควร โดยให้นับจากปีปัจจุบันย้อนหลังไป ๓ พ.ศ.

๑๐. มีพระภิกษุสามเณร (เฉพาะในวัดของตน) ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมและสมัครสอบในสนามหลวงจำนวนมากพอสมควร โดยให้นับจากปีปัจจุบันย้อนหลังไป ๓ พ.ศ.


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:43 น.] #2445989 (13/43)


(N)
คุณสมบัติด้านสาธารณูปการ

สำหรับการพิจารณาแต่งตั้งสมณศักดิ์ ต้องมีผลงานสาธารณูปการ ได้แก่ การก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน หรือถาวรวัตถุมาประกอบการพิจารณาด้วย ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งบ่งบอกถึงแรงศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพระสงฆ์รูปนั้นๆ แต่การรายงานให้บอกจำนวนเงินค่าก่อสร้างค่าบูรณปฏิสังขรณ์ และรายละเอียดของสิ่งก่อสร้างและการบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุโดยให้เริ่มนับตั้งแต่เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส หรือถ้าเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส หรือถ้าเป็นรองเจ้าอาวาสที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าอาวาสเป็นต้นไปจนถึงปัจจุบันว่า มีจำนวนมากพอสมควร ดังต่อไปนี้

๑๑. ในเขตปกครองหนกลาง ต้องมีจำนวนเงินที่ได้ใช้จ่ายในการก่อสร้าง และปฏิสังขรณ์แล้ว จำนวนตั้งแต่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาท) ขึ้นไป

๑๒. ในเขตปกครองหนเหนือ หนตะวันออก และหนใต้ ต้องมีจำนวนเงินที่ได้ใช้ในการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์แล้ว จำนวนตั้งแต่ ๑๕๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท) ขึ้นไป

๑๓. เฉพาะในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๔ และภาค ๕ ต้องมีจำนวนเงินที่ได้ใช้จ่ายในการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์แล้ว จำนวนตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาท) ขึ้นไป

๑๔. สำหรับผลงานสาธารณูปการตามข้อ ๑๑, ๑๒ และข้อ ๑๓ ข้างต้นนั้น ไม่นับผลงานที่เป็นประธานในการก่อสร้างโรงเรียนของรัฐบาล ที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน หรือการก่อสร้างในวัดอื่น

๑๕. แม้จำนวนเงินจะครบตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๑, ๑๒ หรือข้อ ๑๓ แล้วก็ตามแต่ถ้าการก่อสร้างโรงอุโบสถ หรือศาลาการเปรียญอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างยังไม่แล้วเสร็จ ให้รอไว้ก่อน

๑๖. การรายงานผลงานสาธารณูปการนั้น ต้องแยกออกเป็น ๒ ส่วน คือ

(๑) ผลงานการก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ (เฉพาะภายในวัด)

(๒) ผลงานการบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่างๆ (เฉพาะภายในวัด)

๑๗. การรายงานผลงานการก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ตามข้อ ๑๖ (๑) จะต้องแจ้งรายละเอียดที่ทำการก่อสร้างทุกรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) แจ้งวัน เดือน ปีไปตามลำดับแต่ละ พ.ศ. ที่ได้ทำการก่อสร้างแล้วเสร็จจนถึง พ.ศ. ปัจจุบัน

(๒) แจ้งลักษณะอาคาร กว้าง-ยาว-สูงเท่าไร บอกวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและสร้างเสร็จแล้วหรือยัง

(๓) แจ้งค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างไปว่าเป็นจำนวนเงินเท่าไรเป็นตัวเลขพร้อมทั้งวงเล็บตัวหนังสือกำกับไว้ด้วยทุกรายการ

(๔) เมื่อรายงานผลงานสาธารณูปการก่อสร้างครบทุกรายการ ทุก พ.ศ. แล้วต้องรวมเงินที่ได้ใช้จ่ายไปในการก่อสร้างทั้งสิ้น เป็นจำนวนเงินเท่าไร เป็นตัวเลข พร้อมทั้งวงเล็บตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย

๑๘. การรายงานผลงานการบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่างๆ ตามข้อ ๑๖. (๒)จะต้องแจ้งรายละเอียดที่ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ทุกรายการดังต่อไปนี้

(๑) แจ้งวัน เดือน ปีไปตามลำดับแต่ละ พ.ศ. ที่ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จจนถึง พ.ศ. ปัจจุบัน

(๒) แจ้งลักษณะอาคารกว้าง-ยาว-สูงเท่าไร บอกวัสดุที่ใช้ในการบูรณปฏิสังขรณ์และบูรณปฏิสังขรณ์เสร็จแล้วหรือยัง

(๓) แจ้งค่าใช้จ่ายในการบูรณปฏิสังขรณ์ไปว่าเป็นจำนวนเงินเท่าไร เป็นตัวเลขพร้อมทั้งวงเล็บตัวหนังสือกำกับไว้ด้วยทุกรายการ

(๔) เมื่อรายงานผลสาธารณูปการบูรณปฏิสังขรณ์ครบทุกรายการแล้วต้องรวมเงินที่ได้ใช้จ่ายไปในการบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งสิ้น เป็นจำนวนเงินเท่าไร เป็นตัวเลข พร้อมทั้งวงเล็บตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย

๑๙. เมื่อรายงานผลงานสาธารณูปการตามข้อ ๑๗ และข้อ ๑๘ ครบทุกรายการแล้วจะต้องนำยอดเงินที่ได้ใช้จ่ายไปในการก่อสร้าง และในการบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งสิ้นตามข้อ ๑๗ (๔) และข้อ ๑๘ (๔) มารวมกันอีกครั้งหนึ่งว่า เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นเท่าไรเป็นตัวเลข พร้อมทั้งวงเล็บเป็นตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:44 น.] #2445990 (14/43)


(N)
การพิจารณาให้ชั้นสมณศักดิ์ พระราชาคณะ

๒๐. พระสังฆาธิการผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดและรองเจ้าคณะจังหวัด ให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ หรือพระราชาคณะชั้นสามัญยก ตามควรแก่กรณี

๒๑. พระสังฆาธิการตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอ, เจ้าอาวาสพระอารามหลวง รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง

(๑) ผู้มีวิทยฐานะเป็นเปรียญเอก (เปรียญธรรม ๗-๘-๙) ให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ

(๒) พระครูสัญญาบัตรตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นผู้สอบไล่ได้เป็นเปรียญเอกมีสิทธิเสนอขอปรับวุฒิเปรียญธรรมได้แม้เวลาที่ได้รับสมณศักดิ์แล้วนั้นยังไม่ครบเวลา ๕ ปีก็ตาม และปรับให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญทุกตำแหน่ง

๒๒. พระสังฆาธิการตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ผู้เป็นฐานานุกรมตำแหน่งพระครูปลัดสมเด็จพระราชาคณะ และพระครูปลัดพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัณยบัฏ ทุกตำแหน่ง ให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ หรือพระราชาคณะชั้นสามัญยก ตามควรแก่กรณี

๒๓. พระสังฆาธิการตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอารามหลวง ผู้เป็นพระครูฐานานุกรมชั้นเอก ในสมเด็จพระสังฆราช ตำแหน่งพระครูธรรมกถาสุนทร พระครูวินัยกรณ์โสภณ พระครูวินยาภิวุฒิ พระครูสุตตาภิรม พระครูวิสุทธิธรรมภาณและพระครูพิศาลวินัยวาท ให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญหรือพระราชาคณะชั้นสามัญยก ตามควรแก่กรณี

๒๔. พระสังฆาธิการตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอ ชั้นพิเศษ ผู้มีผลงานดีเด่นทางคันถธุระหรือวิปัสสนาธุระ สมควรได้รับการพิจารณายกย่องเป็นกรณีพิเศษ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้เอาใจใส่และเป็นกำลังสำคัญในฝ่ายคันถธุระ จัดตั้งสำนักศาสนศึกษาแผนกบาลี มีนักเรียนศึกษาเล่าเรียน และสอบได้ในสนามหลวงจำนวนมาก สมควรพิจารณายกย่องเป็นกรณีพิเศษ ให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ หรือพระราชาคณะชั้นสามัญยกตามควรแก่กรณี หรือ

(๒) เป็นผู้เอาใจใส่และเป็นกำลังสำคัญในฝ่ายวิปัสสนาธุระ จัดตั้งสำนักปฏิบัติภาวนาสมถกรรมฐาน หรือวิปัสสนากรรมฐาน และเป็นอาจารย์สอนด้วยตนเอง มีพุทธบริษัทศรัทธาเลื่อมใสเข้ารับการศึกษาอบรมปฏิบัติเป็นจำนวนมาก สมควรพิจารณายกย่องเป็นกรณีพิเศษให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ พระราชาคณะชั้นสามัญยกฝ่ายวิปัสสนาธุระ หรือพระราชาคณะชั้นสามัญยกฝ่ายวิปัสสนาธุระ ตามควรแก่กรณี

๒๕. พระสังฆาธิการผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ขึ้นไป ผู้มีผลงานดีเด่นในประเภทต่างๆ สมควรได้รับการยกย่องเป็นกรณีพิเศษ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้เอาใจใส่และเป็นกำลังสำคัญในฝ่ายคันถธุระ จัดตั้งสำนักศาสนศึกษาแผนกบาลี มีนักเรียนศึกษาเล่าเรียนและสอบได้ในสนามหลวงจำนวนมาก หรือ

(๒) เป็นผู้เอาใจใส่และเป็นกำลังสำคัญในฝ่ายวิปัสสนาธุระ จัดตั้งสำนักปฏิบัติภาวนาสมถกรรมฐาน หรือวิปัสสนากรรมฐาน และเป็นอาจารย์สอนด้วยตนเองมีพุทธบริษัทศรัทธาเลื่อมใสเข้ารับการศึกษาอบรมปฏิบัติเป็นจำนวนมาก หรือ

(๓) เป็นผู้เอาใจใส่และเป็นกำลังสำคัญในฝ่ายศึกษาสงเคราะห์ ได้ดำเนินการก่อสร้างสถานศึกษาเล่าเรียนสำหรับเยาวชนของชาติ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณจากทางราชการ แต่อาศัยการบริจาคของประชาชนผู้เลื่อมใส และได้เสียสละสงเคราะห์ อนุเคราะห์ ช่วยทุกวิถีทางจนสถานศึกษาเล่าเรียนเจริญรุ่งเรือง อำนวยประโยชน์แก่เยาวชนจำนวนมากจนเป็นที่ยอมรับนับถือ ยกย่องของประชาชนทั่วไป หรือ

(๔) เป็นผู้เอาใจใส่และเป็นกำลังสำคัญในฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ ได้ดำเนินการก่อสร้างสาธารณะสถาน อันเป็นสถานที่อำนวยประโยชน์แก่ประชาชนทั้งหลายทั่วไป เช่น การก่อสร้างโรงพยาบาล เป็นต้น โดยไม่ต้องใช้งบประมาณจากทางราชการ แต่อาศัยการบริจาคของประชาชนทั้งหลายผู้ศรัทธาเลื่อมใส หรือ

(๕) เป็นผู้เอาใจใส่และเป็นกำลังสำคัญในฝ่ายสาธารณูปการ และสาธารณะสงเคราะห์ โดยเป็นช่างออกแบบการก่อสร้าง และได้ทำการก่อสร้างหรือปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา มีผลงานปรากฏดีเด่นเป็นที่ยอมรับยกย่องในวงการคณะสงฆ์เป็นอย่างดี

พระสังฆาธิการผู้มีผลงานดีเด่น ๕ ประเภทนี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างสมควรพิจารณายกย่องเป็นกรณีพิเศษ ให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญหรือพระราชาคณะชั้นสามัญยก ตามควรแก่กรณี

การพิจารณาให้ชั้นสมณศักดิ์ พระครูสัญญาบัตร

๒๖. พระสังฆาธิการผู้มีวิทยฐานะเป็นเปรียญธรรม ป.ธ. ๕-๖

(๑) ให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกทุกตำแหน่ง และ

(๒) ถ้าสำเร็จปริญญาตรี พธ.บ., ศน.บ., ศษ.บ. (มสธ.) หรือปริญญาโท (M.A.) ให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ เฉพาะตำแหน่งที่มีชั้นพิเศษ และ

(๓) เฉพาะพระสังฆาธิการผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ผู้มีวุฒิพิเศษ ตาม (๒) ให้เป็นพระครูสัญญาบัตรเทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก เป็นกรณีพิเศษ

๒๗. พระสังฆาธิการผู้มีวิทยฐานะเป็นเปรียญธรรม ป.ธ. ๓–๔

(๑) ให้เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโททุกตำแหน่ง และ

(๒) ถ้าสำเร็จปริญญาตรี พธ.บ., ศน.บ., ศษ.บ. (มสธ.) หรือปริญญาโท (M.A.) ให้เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นเอกทุกตำแหน่ง และหรือ

(๓) ถ้าสำเร็จปริญญาเอก (Ph.D.) จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหามกุฎราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ เฉพาะตำแหน่งที่มีชั้นพิเศษ

๒๘. พระสังฆาธิการผู้สำเร็จปริญญาตรี โท หรือเอก ตามข้อ ๒๖ (๒) (๓) และ ข้อ ๒๗ (๒) (๓) ดังกล่าวแล้ว จะต้องถ่ายสำเนาปริญญาบัตรแนบไปพร้อมกับประวัติเสนอขอสมณศักดิ์ด้วยทุกครั้ง

การพิจารณาปรับชั้นสมณศักดิ์ ตามวุฒิเปรียญธรรม

๒๙. พระสังฆาธิการผู้มีวิทยฐานะเป็นเปรียญธรรมตามข้อ ๒๖ และข้อ ๒๗ แต่ได้รับสมณศักดิ์ต่ำกว่าหลักเกณฑ์นี้ แม้เวลาที่ได้รับสมณศักดิ์แล้วนั้นยังไม่ครบเวลา ๕ ปี ตามที่ได้กำหนดไว้ก็ตาม มีสิทธิเสนอขอปรับชั้นตามวุฒิเปรียญธรรมนี้ได้


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:44 น.] #2445992 (15/43)


(N)
การพิจารณาให้ชั้นสมณศักดิ์ ตามตำแหน่งฐานานุกรม

๓๐. พระสังฆาธิการผู้เป็นพระครูปลัด ฐานานุกรมของพระราชาคณะชั้นธรรม

(๑) ถ้าดำรงตำแหน่งรองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงให้เป็นพระครูสัญญาบัตร รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก ตามควรแก่กรณี

(๒) ถ้าดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะอำเภอ หรือเจ้าคณะอำเภอให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกทุกตำแหน่ง

(๓) ถ้าดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ให้เป็นพระครูสัญญาบัตร เทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก

๓๑. พระสังฆาธิการผู้เป็นฐานานุกรมตำแหน่ง

(๑) พระครูปลัดฐานานุกรมของพระราชาคณะชั้นเทพ และชั้นราช หรือ

(๒) พระครูวินัยธร พระครูธรรมธร และพระครูคู่สวด

ให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโททุกตำแหน่ง

๓๒. พระสังฆาธิการผู้เป็นพระครูฐานานุกรมทุกตำแหน่งตามข้อ ๓๐ และข้อ ๓๑ ต้องถ่ายสำเนาใบแต่งตั้งฐานานุกรมแนบไปพร้อมกับประวัติเสนอขอแต่งตั้งสมณศักดิ์ด้วยทุกครั้ง

การพิจารณาความดีความชอบ ๒ ขั้น เป็นกรณีพิเศษ

๓๓. พระสังฆาธิการเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ และเจ้าคณะตำบลที่มีผลงานสาธารณูปการจำนวนมากเป็นพิเศษ ตามจำนวนดังนี้

(๑) ในเขตปกครองหนกลาง มีจำนวนเงินตั้งแต่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านบาท) ขึ้นไป

(๒) ในเขตปกครองหนเหนือ หนตะวันออก และหนใต้ มีจำนวนเงินตั้งแต่๑,๐๐๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งล้านบาท) ขึ้นไป

พิจารณาความดีความชอบเป็น ๒ ขั้น ให้เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโท (เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท เจ้าคณะตำบล ชั้นโท)

๓๔. พระอารามหลวงแต่ละวัด ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้พิจารณาแต่งตั้ง หรือเลื่อนสมณศักดิ์พระราชาคณะได้วัดละ ๑ รูป ในส่วนภูมิภาค ให้พิจารณาแต่งตั้งหรือเลื่อนสมณศักดิ์พระราชาคณะได้จังหวัดละ ๑ รูป เว้นแต่มีกรณีพิเศษ

๓๕. พระสังฆาธิการผู้ซึ่งได้รับพระทานสมณศักดิ์เป็นกรณีพิเศษ ทุกชั้นทุกรูปไม่นับเข้าในหลักเกณฑ์การแบ่งจำนวนสมณศักดิ์พระราชาคณะทุกชั้น ตามมติมหาเถรสมาคมที่ได้กำหนดไว้


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:51 น.] #2446001 (16/43)


(N)
๙. หลักเกณฑ์การขอประทวนสมณศักดิ์

พระครูประทวนสมณศักดิ์ คือ ตำแหน่งพระครูที่สมเด็จพระสังฆราช ทรงตั้งโดยพระบรมราชูปถัมภ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงตั้งพระสงฆ์ผู้เป็นกรรมการศึกษาและอุปการะโรงเรียน ทั้งฝ่ายพระปริยัติธรรม และโรงเรียนของรัฐ แตกต่างจากพระครูสัญญาบัตรอยู่ตรงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระครูสัญญาบัตรและมีราชทินนาม ส่วนพระครูประทวน สมเด็จพระสังฆราชทรงตั้ง ไม่มีราชทินนาม คงให้เป็นพระครูในนามเดิม เช่น เดิมชื่อแดง ก็เรียกว่า พระครูแดง เป็นต้นแต่พระสังฆาธิการที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูประทวน จะได้รับสิทธิพิเศษอย่างหนึ่ง คือ ภายหลังจากเป็น พระครูประทวน ๓ ปีบริบูรณ์ และมีพรรษาพ้น ๑๐ พรรษาแล้ว ทางคณะสงฆ์ให้สิทธิที่จะเสนอขอพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรได้เลย ไม่ต้องรอให้อายุของการดำรงตำแหน่งเป็นพระสังฆาธิการให้ครบ ๕ ปีเสียก่อน๓

๑๐. วโรกาสที่จะมีการพระราชทานสมณศักดิ์

ตามปกติพระมหากษัตริย์จะโปรดพระราชทานเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์เนื่องในวันมหามงคลต่างๆ เช่น

ก. วันเฉลิมพระชนมพรรษา จะมีการพระราชทานสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์ตั้งแต่ชั้นสมเด็จพระราชาคณะลงมา จนถึงพระครูสัญญาบัตร ซึ่งแล้วแต่จะมีตำแหน่งใดว่าง

ข. วันพระราชพิธีฉัตรมงคล หากจะมีการพระราชทานสมณศักดิ์ ก็จะเขียนสมณศักดิ์ชั้นสูง ซึ่งมีความจำเป็นรีบด่วนที่จะต้องทรงตั้งเพื่อมาบริหารกิจการพระศาสนา เช่น ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชหรือสมเด็จพระราชาคณะ

ค. วันพระราชพิธีแรกขึ้นเสวยราชสมบัติ ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันแรกขึ้นเสวยราชสมบัติ ตามโบราณราชประเพณี จะทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นพระราชาคณะ แต่มีจำนวนน้อย ตามแต่พระราชอัธยาศัย พระราชาคณะที่พระราชทานในวันนี้เรียกว่าพระราชาคณะฤกษ์ คือ เป็นการพระราชทานเพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยเท่านั้น

ง. พระราชพิธีกาญจนาภิเษก ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๓๙ ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะ จำนวน ๖๑ รูป เป็นกรณีพิเศษ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง

จ. วโรกาสพิเศษ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ๖๐ พรรษา วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๕ โปรดพระราชทานสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์เป็นกรณีพิเศษ จำนวน ๗๑ รูป


๑๑. กำหนดวันเสนอขอพระราชทานสมณศักดิ์

การขอพระราชทานสมณศักดิ์ ปีหนึ่งๆ จะมีได้เพียงครั้งเดียว คือ เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ของทุกปีเท่านั้น เว้นแต่จะเป็นวโรกาสพิเศษที่จะมีการพระราชทานสมณศักดิ์

ในเรื่องนี้มหาเถรสมาคมได้มีมติในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๑๓/๒๕๑๓ ว่า ให้กองศาสนูปถัมภ์ได้เสนอกำหนดระยะเวลาการสั่งเรื่องและพิจารณาสมณศักดิ์เพื่อประกอบการพิจารณาไว้ดังนี้

๑. ให้เจ้าคณะอำเภอนำส่งเจ้าคณะจังหวัด ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ของทุกปี

๒. ให้เจ้าคณะจังหวัดนำส่งเจ้าคณะภาค ภายในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ของทุกปี

๓. ให้เจ้าคณะภาคนำส่งเจ้าคณะใหญ่ ภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ของทุกปี

๔. ให้เจ้าคณะใหญ่พิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ ๓๑ สิงหาคม ของทุกปี

๕. ให้กรมการศาสนา ดำเนินการนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมมหาเถรสมาคมให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ของทุกปี

๖. ให้กรมการศาสนา ดำเนินการเสนอเรื่อง ภายในวันที่ ๑๕ ตุลาคม ของทุกปี


โดยคุณ phichet (13.8K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 14:57 น.] #2446009 (17/43)
ขอบคุณพี่บ้านพระครับ ที่นำข้อมูลดีๆ มาให้อ่านกันครับ

โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 15:04 น.] #2446018 (18/43)


(N)


เหรียญเลื่อนเต็มองค์ หลวงพ่อตัด วัดชายนา เพชรบุรี

เหรียญทองคำ หมายเลข ๑๑


โดยคุณ เจมส์_จิรพันธ์ (445)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 15:13 น.] #2446030 (19/43)
ขอบคุณพี่บ้านพระระยองครับ เพิ่งเคยอ่านบทความนี้เป็นครั้งแรกครับ

โดยคุณ ake_siam (3.2K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 15:44 น.] #2446065 (20/43)

โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 16:16 น.] #2446108 (21/43)


(N)
ปีหน้า ๒๕๕๖ สายไหนจะมีเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ สวยๆ ออกมาให้บูชากันบ้างครับ


โดยคุณ saintjames (346)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 16:34 น.] #2446122 (22/43)


(N)


เหรียญเลื่อนที่ติดตัวเสมอ เลื่อนอาจารย์นอง

ไม่มี เหรียญเลื่อน อาจารย์ทิม ก็เอานี่แหละ ใช้แทน ซะ



ปล. ผมขโมยรูปจากหน้าประมูล ขออภัย ท่านเจ้าของภาพ ด้วยนะครับ

โดยคุณ c_chai27 (1.9K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 16:34 น.] #2446123 (23/43)
จองครับ

โดยคุณ saintjames (346)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 16:37 น.] #2446125 (24/43)


(N)


นี่ก็ชอบเหมือนกัน
อะไร ที่เกี่ยวเนื่องกับ หลวงพ่อทวด
หากว่า ดูแล้วชอบ ลุยเลย


ปล. ผมขโมยรูปจากหน้าประมูล ขออภัย ท่านเจ้าของภาพ ด้วยนะครับ

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 16:50 น.] #2446133 (25/43)


(N)


เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี ปี 2517 เนื้อนวะ

เหรียญดี ปีลึก ราคายังไม่สูงครับ ตอนผมประมูลได้ประมาณ 7-800 บาท ผ่านมา 3-4 ปี ปัจจุบันอยู่ประมาณ 3 พันบาทครับ


โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [จ. 10 ก.ย. 2555 - 17:08 น.] #2446146 (26/43)


(N)


ร่วมแจมด้วยครับ.....

อีกเหรียญในดวงใจเช่นกันครับ

โดยคุณ den44 (313)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 18:38 น.] #2446255 (27/43)
พี่บ้านพระระยองนี้...ไม่ธรรมดาจริงๆ มีไม่กี่คนนะครับที่สนใจระบบการปกครองคณะสงฆ์ ยิ่งเป็นการแต่งตั้งสมณศักดิ์และเลื่อนสมณศักดิ์ (การแต่งตั้งและการเลื่อนไม่เหมือนกันนะครับ)น้อยคนจริงๆจะรู้...นับถือ นับถือ

โดยคุณ yaliver (1K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 19:00 น.] #2446288 (28/43)


(N)


เลื่อนของหลวงพ่อที่ผมศัทธาครับ

โดยคุณ datyutthaya (1.5K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 19:16 น.] #2446321 (29/43)


(N)


เลื่อนสมณศักดิ์หลวงปู่ใหญ่ได้ไหมครับ พระที่หลวงปู่ดู่ท่านให้ความเคารพและปลุกเสกให้จารเยอะๆ

โดยคุณ โยทิน (1.5K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 19:29 น.] #2446336 (30/43)


(N)

โดยคุณ คนสุพรรณฯ (6)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 19:49 น.] #2446375 (31/43)


(N)
สุดยอดครับ ....ท่านอาจา่ย์ บ้านพระระยอง ที่นำข้อมูลดีๆ มาให้อ่านครับ สมแล้วที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมณศักดิ์พัดยศ ผมทำงานที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยังสู้ท่านอาจารย์ไม่ได้เลยจริง ๆ สุดยอด

โดยคุณ บ้านพระเเท้ (141)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 21:14 น.] #2446770 (32/43)
เยี่ยมมากครับ

โดยคุณ Matin22 (4K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 21:22 น.] #2446789 (33/43)


(N)


ขอบคุณพี่บ้านพระระยองสำหรับข้อมูลดีๆครับผม.

โดยคุณ sakchai323 (2.1K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 21:40 น.] #2446818 (34/43)


(N)


มีอยู่นิดหน่อยครับ เหรียญแรกแห่งตำนาน

โดยคุณ sakchai323 (2.1K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 21:47 น.] #2446837 (35/43)


(N)


เหรียญสองแด่บรูพาจารย์

โดยคุณ ake_siam (3.2K)  [จ. 10 ก.ย. 2555 - 23:15 น.] #2446962 (36/43)

โดยคุณ kor_kai (1.1K)(1)   [อ. 11 ก.ย. 2555 - 00:17 น.] #2447010 (37/43)
ยอดเยี่ยมครับ...สวดยอดมากๆ ครับ

โดยคุณ gotton (1.1K)(1)   [อ. 11 ก.ย. 2555 - 00:23 น.] #2447017 (38/43)

โดยคุณ ekamulet99 (379)  [อ. 11 ก.ย. 2555 - 00:36 น.] #2447030 (39/43)


(N)
ยอดเยี่ยมครับ


โดยคุณ บ้านพระเเท้ (141)  [อ. 11 ก.ย. 2555 - 01:16 น.] #2447056 (40/43)
โชว์เหรียญสวยๆทั้งนั้นเลยครับ

โดยคุณ anandusit (1.4K)(4)   [อ. 11 ก.ย. 2555 - 02:44 น.] #2447072 (41/43)


(N)


มีเหมือนกันเลื่อนสมนศักดิ์

โดยคุณ kittipat (38)(2)   [อ. 11 ก.ย. 2555 - 09:02 น.] #2447258 (42/43)

โดยคุณ เด็กระยอง (2.9K)  [อ. 11 ก.ย. 2555 - 12:51 น.] #2447651 (43/43)


(N)


เหรียญเลื่อนสมณะศักดิ์ พระศีลมงคล หรือ หลวงพ่อทอง วัดสำเภาเชย ปัตตานี ปี 2545

จำนวนการจัดสร้าง
1. เนื้อทองคำลงยาน้ำเงิน สร้างทั้งหมด 15 เหรียญ ตอกเลข 1 -16 (ยกเว้น เหรียญ เลข 15 ไม่มี )
2. เนื้อทองคำ สร้าง 44 เหรียญ ด้านหลังตอกเลขทุกเหรียญ ตั้งแต่เลข 17 - 60 ( เลขต่อจากลงยาน้ำเงิน )
3. เนื้อเงินธรรมดา สร้าง 200 เหรียญ ด้านหลังตอกเลข 1 - 200
4. เนื้อเงินหน้าทองคำ สร้าง 84 เหรียญ เท่ากับอายุอาจารย์ทอง ด้านหลังตอกเลข 1 - 84
5. เนื้อเงินลงยาน้ำเงิน สร้าง 642 เหรียญ ด้านหลังไม่ตอกเลขใดๆ
6. เนื้อเงินลงยาน้ำเงินหน้าทองคำ สร้าง 74 เหรียญ ด้านหลังไม่ตอกเลขใดๆ
7. เนื้อตะกั่ว สร้าง 184 เหรียญ อ.ทอง ท่านบอกว่าเหรียญเนื้อนี้เสกแล้วซึมซับพุทธคุณได้ดีที่สุด หาพบได้ยากมาก ด้านหลังตอกเลข 84 ทุกเหรียญ
8. เนื้ออัลปากา สร้าง 284 เหรียญ ด้านหลังตอกเลข 84 ทุกเหรียญ
9. เนื้อนวะโลหะ สร้าง 2,090 เหรียญ ด้านหลังตอกเลข 1 - 2,090 เนื้อนี้ เส้นผ่าปากด้านหน้าจะยาวมากเป็นพิเศษกว่าเนื้ออื่นๆ
10. เนื้อทองแดง สร้างจำนวน 25,000 เหรียญ ด้านหลังไม่ตอกเลขใดๆ
11. เนื้อทองแดงกะหลั่ยทอง (แจกกรรมการ) สร้างจำนวน 200 เหรียญ ด้านหลังไม่ตอกเลข 1 -200 และตอกโค๊ต คำว่า "กรรมการ" กะหลั่ยทองที่เคลือบผิวเหรียญจะแห้งด้านไม่มันวาว

พระศีลมงคล หรือ หลวงพ่อทอง เกจิดังของ จ.ปัตตานี ได้ละสังขารด้วยวัย 94 ปี 72 พรรษา
ด้วยโรคชราภาพ วันอังคาร ที่ 26 เมษายน 2554 เมื่อเวลา 14.15 น.
ที่โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5