 (N)

ลองอ่านข้อมูลให้จบนะครับแล้วจะรู้ว่าน่าใช้และน่าเก็บสะสมแค่ไหนครับ
พระขุนแผนเคลือบ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ท่านปลัดพิศาล มูลศาสตรสาทรสร้าง พ.ศ.๒๕๒๔
พระพิมพ์ขุนแผนเคลือบเขียวน้ำทะเล หลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ ปลุกเสก
ท่านปลัดพิศาล มูลศาสตรสาทร หรือ ฉายาปลัดฮิตาชิ ทำงาน รวดเร็ว ฉับไว (เปิด ปุ๊บ ติด ปั๊บ) อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยและยังเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดผู้สร้างเหรียญหลวงปู่ดุลย์ รุ่นแรก(ปี 2508)อีกทั้งท่านยังเป็นนักสะสมพระเครื่องระดับแนวหน้าของวงการพระเครื่องเมื่อยุคกว่า 20 ปีที่ผ่านมา นอกจากสะสมพระเครื่องชั้นยอดของเมืองไทยแล้ว ท่านปลัดพิศาล ยังได้จัดสร้างพระเครื่อง และ วัตถุมคล เอาไว้มากมายหลายสิบรุ่น และส่วนใหญ่ได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมากแทบทุกรุ่น อาทิเช่นพระกริ่งดำรงราชานุภาพ, เหรียญสมโภชพระธาตุพนม พ.ศ.๒๕๑๘, เหรียญรุปเหมือน หลวงปู่ดุลย์ อตุโล หลังแผนที่ เป็นต้น.
สำหรับพระเครื่องเนื้อผงชั้นยอดอีกรุ่นหนึ่งที่ท่านปลัดพิศาล ได้จัดสร้าง คือ พระพิมพ์ขุนแผน (เคลือบ) ที่ท่านปลัดพิศาล ได้จัดสร้างในปี พ.ศ.๒๕๒๔โดยท่านได้นำแบบการจัดสร้างมาจาก พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล ที่จัดสร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ เป็นสุดยอดพระเครื่องที่หลายๆคน ปรารถนามาเป็นต้นแบบในการจัดสร้าง โดยสร้างจากเนื้อผงพุทธคุณ ผงวิเศษต่างๆ มากมาย ที่ท่านปลัดพิศาล ได้สะสมเอาไว้ และ ได้ทำการเคลือบผิวพระ ตามแบบฉบับของ พระขุนแผนเคลือบกรุวัดใหญ่ ชัยมงคล ทุกประการ.
มีพิธีพุทธาภิเษก 2 ครั้ง
พุทธาภิเษกครั้งที่ 1 ที่วัดไตรรัตนาราม จ.สุรินทร์ โดย องค์หลวงปู่ดุลย์ อตุโล (พระราชวุฒาจารย์) เป็นองค์ประธาน
พุทธาภิเษกครั้งที่ 2 ที่วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ คณาจารย์มาร่วมมากมาย อาทิ...หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง, หลวงพ่ออุตตะมะ วัดวังก์วิเวการาม,หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง,หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี,หลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง,หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส,หลวงปู่เหรียญ วัดบางระโหง, หลวงปู่ชื่น วัดญาณเสน,หลวงพ่อพริ้ง วัดโบถ์โก่งธนู,หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม,หลวงปู่หนู วัดทุ่งแหลม,หลวงพ่อนารถ วัดศรีโลหะ เป็นต้น
และพระได้นำมาแจกเมื่อตอนปีพ.ศ. ๒๕๓๖ แต่สร้างไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๒๔ แล้วครับ
โดยวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชวีรกษัตริย์ไทยพระองค์นี้ และเพื่อแจกให้ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครที่จะต้องปฎิบัติหน้าที่เสี่ยงอันตรายเพื่อปกป้องชาติไทยให้ดำรงเอกราชต่อไป....
ตามใบฝอยเดิม บอกไว้ว่า พุทธคุณเป็นเลิศในทางชัยชนะ แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง และยังมีพุทธคุณเมตตามหานิยม ทรงไว้ซึ่งอำนาจ คงกระพันชาตรี
ด้านหน้าเป็นพิมพ์ขุนแผนเคลือบ ด้านหลังเป็นยันต์ลักษณะเป็นรูปรังผึ้ง....และยังมีคำว่า**รักษาแผ่นดิน เหมือนดั่งผึ้ง รักษารัง** เป็นยันต์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เป็นวัตถุมงคลที่อีกแบบหนึ่งของหลวงปู่ดุลย์ครับซึ่งหายาก ไม่พบเจอบ่อยนัก
ที่สำคัญนอกจากนั้นที่ด้านหลังขององค์พระขุนแผน(เคลือบ) ยันต์ด้านหลังยังได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯ จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานยันต์ด้านหลังให้มาประทับที่ด้านหลังขององค์พระทุกองค์ อันมีความหมายที่อาจพิจารณาได้เป็น ๒ นัย ได้ดังนี้.
ประการที่ ๑. รังผึ้ง ๙ ช่อง คงจะหมายถึงแผ่นดินแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ อุณาโลมเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นสิริมงคล ส่วนอักษรไทย มีความหมายชัดเจนว่าเป็นพระบรมราโชวาทมีพระราชประสงค์ให้ รัก สามัคคี และ เสียสละ รักษาชาติบ้านเมือง เหมือนผึ้งรักษารัง.
ประการที่ ๒. ยันต์ ๓ เหลี่ยม หมายถึงพระรัตนตรัยซึ่งมักจะใช้ อักขระ มะ อะ อุ เป็นภาษาบาลีกำกับ ส่วนรังผึ้ง ๙ ช่องหมายถึง หัวใจนวหรคุณ ซึ่งมักจะใช้ อักษร อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ เป็นภาษาบาลีกำกับ อันเป็นพระคาถาแห่งอำนาจ ตบะ เดชะ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เป็นมหาอุตม์ เป็น เมตตามหานิยม มีชัยชนะ และ ความเจริญ รุ่งเรือง.
ในอนาคตคนจะขาดที่พึ่งกันมาก
คาถาพุทธคุณถอยหลังเชื่อว่าเป็นคาถาหายตัวได้
เหมือนคาถาอิติปิโสแบบย่อ มีพลังมหาศาลถ้าสมาธิแข็งแรง
เวลาขับรถห้ามท่องคาถาบทนี้ เด็ดขาด.
คือ คาถาหัวใจพุทธคุณ 9 หรือเรียกว่า นวรหคุณ
พระคาถาหวัใจพระพุทธคุณ ๙ ห้อง อันได้แีีี่ก่ "อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะฯ"
ซึ่งอุปเท่ห์วิธีใช้หากแยกเป็นห้องๆ มีอานุภาพในแต่ละด้านดังนี้
๑. อะ คือ อะระหัง หมายถึง เป็นผู้ดับเพลิงทุกข์ เพลิงกิเลสโดยสิ้นเชิง บทนี้ใช้ด้านกันไฟทั้งปวง
๒. สัง คือ สัมมาสัมพุทโธ หมายถึง เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้ด้วยตัวพระองค์เอง บทนี้ใช้เป็นตบะเดชะเสริมสร้างสง่าราศี
๓. วิ คือ วิชาจะระณะสัมปันโน หมายถึง เป็นผู้พร้อมด้วยวิชาและจรณะ บทนี้ใช้ด้านโภคทรัพย์โชคลาภ
๔. สุ คือ สุคะโต หมายถึงเป็นผู้ดำเนินไปได้ด้วยดี บทนี้ใช้ในด้านการเดินทาง ทั้งทางบก น้ำ อากาศ
๕. โล คือ โลกะวิทู หมายถึง เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง บทนี้ใช้ภาวะนาเมื่อเข้าป่าหรือที่มืด
๖. ปุ คือ อนุตตโร ปุริสะทัมมะสารถี หมายถึง เป็นผู้ฝึกบุรุษผู้ควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า บทนี้ใช้ทางมหาอำนาจ ตวาดผี
๗. สะ คือ สัตถาเทวะมนุษานัง หมายถึง เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บทนี้ใช้ทางเมตามหานิยม สมณะ ขุนนางเอ็นดู
๘. พุ คือ พุทโธ หมายถึง ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน บทนี้ใช้ภาวนาอารมณ์ ทำให้ไม่ตกต่ำอับจน
๙ ภะ คือ ภะคะวา ติ หมายถึง เป็นผู้จำเริญ จำแนก ธรรม สั่งสอนสัตว์ดังนี้ บทนี้ใช้ในทางป้องกันภยันอันตรายอันจะกระทำแก่เรา
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ อมนุษย์ อสูรกาย สัตว์เดียรฉาน ป้องกันการประทุษร้ายเหล่านั้นได้ ทั้งสิ้นแล ฯ
ท่องถอยหลัง ทำให้จิตกล้าแข็ง สมาธิแข็งแรงเชื่อว่าซ่อนตัวได้และถอนคุณไสยต่างๆ ได้
" ภะ พุ สะ ปุ โล สุ วิ สัง อะ"
 |
|