ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : +++ คนสมัยก่อนเค้าว่า "เหนียว" จริงไหมครับ +++



(N)


เคยได้ยินนักเลงพระรุ่นพี่ๆผมเล่าให้ฟังว่า คนสมัยก่อนเค้าบอกว่า พระพิมพ์พุทธชินราช หลวงพ่อโม วัดสามจีน (วัดไตรมิตรปัจจุบัน) นั้นเหนียวจริงๆ ... ผมเองมีอยู่องค์หนึ่งนานแล้ว 10กว่าปีได้แล้วมั้งครับเป็นพระเปล่าๆนำไปเลี่ยมทองจับขอบกันน้ำที่ร้านศักดา ท่าพระจันทร์ น.น.ทองประมาณ 4.8 กรัม +/-

ท่านใดมีประวัติเกี่ยวกับพระองค์นี้ ขอความกรุณาเล่าให้ฟังบ้างครับ ขอเป็นวิทยาทานครับ ... (ผมไม่ได้เชียร์ ไม่ได้ปั่น ไม่ได้หวังผลในการขายนะครับ)


โดยคุณ BCC-106 (434)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 11:27 น.]



โดยคุณ อากู๋ (59)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 11:49 น.] #2163295 (1/15)
เป็นบุญตาครับ

โดยคุณ ธรรมสว่าง (2.4K)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 11:55 น.] #2163308 (2/15)
อาวิบูลย์ครับ ส่งมาให้ผมปั่นและเชียร์ต่อก็ได้นะครับ(องค์เดียวเนี่ยนะ)อยู่ใกล้ๆต้องบุกแล้วครับชอบครับ สวยครับ

โดยคุณ เจ๋งจริง (10.2K)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 11:56 น.] #2163309 (3/15)
วัดไตรมิตรวิทยาราม มีลำดับเจ้าอาวาสวัด ดังนี้

1. พระครูถาวรสมณวงศ์ (เปลี่ยน) ต่อมาได้ย้ายไปครองวัดปทุมคงคาราม ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ "พระปรากรมุนี"

2. พระครูวิริยานุกิจจารี (กล่อม)

3. พระครูวิริยานุกิจจารี (โม)

4. พระอธิการโป๊ ธมฺมสโร

5. พระใบฎีกาธำ อินฺทโชโต

6. พระมหากิ้ม สุวรรณชาติ

7. พระปริยัติบัณฑิต (คำ อาภารํสิเถร) รักษาการเจ้าอาวาสวัดอยู่ 2 ปี

8. พระมหาเจียม กมโล ป.ธ.5 น.ธ.เอก ต่อมาได้ลาสิกขา

9. พระวิสุทธาธิบดี (มหาไสว ฐิตวีโร) ป.ธ.7 เป็นเจ้าอาวาสวัดตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2487 จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2531 รวมเวลาที่ครองวัดนานถึง 44 ปี

10. พระราชวีราภรณ์ (สนิท ชวนปญฺโญ) ป.ธ.9 ต่อมาเป็นพระเทพปัญญาเมธี

ปูชนียวัตถุที่สำคัญของวัด คือ พระสุโขทัยไตรมิตร อันล้ำค่า

กล่าวสำหรับวัดไตรมิตรวิทยาราม อีกสิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นที่รู้จักกันอย่างดียิ่งในแวดวงของผู้ชมชอบพระเครื่อง นั้นคือ พระเกจิอาจารย์ดังพระเกจิอาจารย์เรืองนามของวัดไตรมิตรวิทยาราม นาม หลวงพ่อโม ธมฺมสาโร เป็นหลวงพ่อโม ผู้ซึ่งได้รับฉายานามว่า "เกจิอาจารย์ผู้กำราบมังกรอลังการ์" เพราะย่านสัมพันธวงศ์ หรือเยาวราช ในอดีตเป็นแหล่งรวมของบรรดานักเลงหลายก๊กหลายเหล่าทั้งไทยและจีน โดยเฉพาะนักเลงสายเลือดมังกรนั้นขึ้นชื่อลือชามากในเรื่องความโหดร้ายเหี้ยมอำมหิต ชนิดที่ว่านักเลงยุคนี้ต้องชิดซ้ายเทียบไม่ได้แม้ปลายเล็บ แม้ว่าจะซ่าขนาดไหนแต่นักเลงทุกรายต้องยอมศิโรราบให้ปรมาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งมีวิชาอาคมแก่กล้า เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน และเป็นที่เกรงกลัวของอันธพาลอย่างมาก นั่นก็คือ "หลวงพ่อโม วัดสามจีน" โดยเฉพาะนักเลงก๊กลักกั๊ก ซึ่งเป็นก๊กใหญ่ในฐานะ "เจ้าพ่อเยาวราช" ยุคนั้นต่างนับถือท่านกันทุกคน รายไหนรายนั้นแหวกอกเสื้อดูได้ ต้องห้อย "เหรียญรุ่นแรก ปี 2460" และ "พระพุทธชินราช" ของท่านกันทั้งนั้น

ชื่อ "วัดสามจีน" อาจไม่คุ้นหูคนยุคใหม่ เพราะชื่อเป็นทางการคือ "วัดไตรมิตรวิทยาราม" ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับชีวิตของหลวงพ่อโมมาตั้งแต่ท่านยังเป็นฆราวาส และปัจจุบันวัดนี้เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วโลก ชาวต่างชาติต่างติดอกติดใจในความงามของ "หลวงพ่อทองคำ" ซึ่งถูกบันทึกไว้ใน "กินเนสส์บุ๊ก" ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจมาก

หลวงพ่อโม หรือนามสมณศักดิ์ว่า "พระครูวิริยกิจการี" เป็นลูกชาวจีนแท้ๆ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ปีพ.ศ.2406 โยมบิดาชื่อ ลิ้ม โยมมารดาชื่อ กิมเฮียง แซ่ฉั่ว เดิมมีอาชีพค้าขายเป็นหลักอยู่ในย่านตลาดน้อย พอเข้าวัยการศึกษาบิดามารดาได้ส่งให้มาเล่าเรียนที่สำนักวัดสามจีน จนสามารถอ่านออกเขียนได้คล่องแคล่วพออายุครบ 20 ปีได้เข้าบรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดสามจีน ในระหว่างปี พ.ศ.2426 โดยมี พระปรากรมมุนี (เปลี่ยน) เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์ วัดหัวลำโพง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์แย้ม วัดสามจีน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ธัมมสาโร" เมื่อบวชแล้วได้อยู่จำพรรษาที่วัดสามจีน ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ด้วยความที่ท่านมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ไม่ว่าจะศึกษาวิชาการใดๆ ก็จดจำได้อย่างแม่นยำ จนเป็นที่รักใคร่ของครูบาอาจารย์ในด้านวิปัสสนากรรมฐาน ท่านมีความสนใจเป็นอย่างยิ่ง กล่าวกันว่าแทบทุกวันท่านจะเดินไปที่วัดปทุมคงคาเป็นประจำ เพื่อถ่ายทอดวิชาอาคม และวิปัสสนากับพระปรากรมมุนี (เปลี่ยน) พระอุปัชฌาย์ ซึ่งสมัยนั้นได้รับการกล่าวขวัญว่ามีวิชาอาคมเข้มขลังยิ่งนัก ลูกศิษย์ลูกหามากมายให้ความเคารพนับถือกล่าวกันว่า แต่ละวันจะมีประชาชนจากหลายสถานที่มาให้ท่านลงกระหม่อมด้วย "ขมิ้นชัน" ใครก็ตามหากท่านลงอักขระยันต์ที่กระหม่อม เมื่อเสียชีวิตที่กะโหลกศีรษะจะปรากฏอักขระยันต์ติดอยู่ เผาอย่างไรก็ไม่ไหม้ต้องนิมนต์ท่านมาถอนให้จึงจะเผาไหม้ ต่อมาทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งให้ "พระปรากรมมุนี" ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดใหญ่ จ.พิษณุโลก "หลวงพ่อโม" จึงได้ติดตามไปอยู่ด้วยเป็นเวลาหลายปี และหลังจากพระปรากรมมุนีได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดใหญ่จนเป็นระเบียบเรียบร้อย ทางคณะสงฆ์จึงได้แต่งตั้งให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส (วัดรั้วเหล็ก) ฝั่งธนบุรี ส่วนหลวงพ่อโมได้กลับมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสามจีน ซึ่งเป็นถิ่นฐานเดิมของท่านสืบต่อมาจนถึงบั้นปลายชีวิต ในปี พ.ศ. 2461 หลวงพ่อโมก็ได้มรณภาพลง เมื่อวันที่ 30 กันยายน อายุได้ 55 ปี พรรษาที่ 34

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 12:10 น.] #2163324 (4/15)


(N)
กล่าวสำหรับวัดไตรมิตรวิทยาราม อีกสิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นที่รู้จักกันอย่างดียิ่งในแวดวงของผู้ชมชอบพระเครื่อง นั้นคือ พระเกจิอาจารย์ดังพระเกจิอาจารย์เรืองนามของวัดไตรมิตรวิทยาราม นาม หลวงพ่อโม ธมฺมสาโร เป็นหลวงพ่อโม ผู้ซึ่งได้รับฉายานามว่า "เกจิอาจารย์ผู้กำราบมังกรอลังการ์" เพราะย่านสัมพันธวงศ์ หรือเยาวราช ในอดีตเป็นแหล่งรวมของบรรดานักเลงหลายก๊กหลายเหล่าทั้งไทยและจีน โดยเฉพาะนักเลงสายเลือดมังกรนั้นขึ้นชื่อลือชามากในเรื่องความโหดร้ายเหี้ยมอำมหิต ชนิดที่ว่านักเลงยุคนี้ต้องชิดซ้ายเทียบไม่ได้แม้ปลายเล็บ แม้ว่าจะซ่าขนาดไหนแต่นักเลงทุกรายต้องยอมศิโรราบให้ปรมาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งมีวิชาอาคมแก่กล้า เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน และเป็นที่เกรงกลัวของอันธพาลอย่างมาก นั่นก็คือ "หลวงพ่อโม วัดสามจีน" โดยเฉพาะนักเลงก๊กลักกั๊ก ซึ่งเป็นก๊กใหญ่ในฐานะ "เจ้าพ่อเยาวราช" ยุคนั้นต่างนับถือท่านกันทุกคน รายไหนรายนั้นแหวกอกเสื้อดูได้ ต้องห้อย "เหรียญรุ่นแรก ปี 2460" และ "พระพุทธชินราช" ของท่านกันทั้งนั้น

หลวงพ่อโม หรือนามสมณศักดิ์ว่า "พระครูวิริยกิจการี" เป็นลูกชาวจีนแท้ๆ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ปีพ.ศ.2406 โยมบิดาชื่อ ลิ้ม โยมมารดาชื่อ กิมเฮียง แซ่ฉั่ว เดิมมีอาชีพค้าขายเป็นหลักอยู่ในย่านตลาดน้อย พอเข้าวัยการศึกษาบิดามารดาได้ส่งให้มาเล่าเรียนที่สำนักวัดสามจีน จนสามารถอ่านออกเขียนได้คล่องแคล่วพออายุครบ 20 ปีได้เข้าบรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดสามจีน ในระหว่างปี พ.ศ.2426 โดยมี พระปรากรมมุนี (เปลี่ยน) เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์ วัดหัวลำโพง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์แย้ม วัดสามจีน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ธัมมสาโร" เมื่อบวชแล้วได้อยู่จำพรรษาที่วัดสามจีน ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ด้วยความที่ท่านมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ไม่ว่าจะศึกษาวิชาการใดๆ ก็จดจำได้อย่างแม่นยำ จนเป็นที่รักใคร่ของครูบาอาจารย์ในด้านวิปัสสนากรรมฐาน ท่านมีความสนใจเป็นอย่างยิ่ง กล่าวกันว่าแทบทุกวันท่านจะเดินไปที่วัดปทุมคงคาเป็นประจำ เพื่อถ่ายทอดวิชาอาคม และวิปัสสนากับพระปรากรมมุนี (เปลี่ยน) พระอุปัชฌาย์ ซึ่งสมัยนั้นได้รับการกล่าวขวัญว่ามีวิชาอาคมเข้มขลังยิ่งนัก ลูกศิษย์ลูกหามากมายให้ความเคารพนับถือกล่าวกันว่า แต่ละวันจะมีประชาชนจากหลายสถานที่มาให้ท่านลงกระหม่อมด้วย "ขมิ้นชัน" ใครก็ตามหากท่านลงอักขระยันต์ที่กระหม่อม เมื่อเสียชีวิตที่กะโหลกศีรษะจะปรากฏอักขระยันต์ติดอยู่ เผาอย่างไรก็ไม่ไหม้ต้องนิมนต์ท่านมาถอนให้จึงจะเผาไหม้ ต่อมาทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งให้ "พระปรากรมมุนี" ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดใหญ่ จ.พิษณุโลก "หลวงพ่อโม" จึงได้ติดตามไปอยู่ด้วยเป็นเวลาหลายปี และหลังจากพระปรากรมมุนีได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดใหญ่จนเป็นระเบียบเรียบร้อย ทางคณะสงฆ์จึงได้แต่งตั้งให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส (วัดรั้วเหล็ก) ฝั่งธนบุรี ส่วนหลวงพ่อโมได้กลับมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสามจีน ซึ่งเป็นถิ่นฐานเดิมของท่านสืบต่อมาจนถึงบั้นปลายชีวิต ในปี พ.ศ. 2461 หลวงพ่อโมก็ได้มรณภาพลง เมื่อวันที่ 30 กันยายน อายุได้ 55 ปี พรรษาที่ 34


........

ขอไหว้งามๆ แก่ท่านเจ๋งจริง ครับ ที่ได้กรุณา เล่าเกี่ยวกับหลวงพ่อโมและพระองค์นี้ครับ ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ ขอบพระคุณจากใจจริง ครับผม

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 12:14 น.] #2163332 (5/15)
ยอดเยี่ยมทั้งภาพสวยๆจากท่านอาวิบูลย์ และ ข้อมูลดีๆจาก ท่าน อ.หมี ครับ

กระทู้แนวนี้ดีมากครับ ได้ชมภาพพระสวยๆหายาก ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ

ขอบคุณมากครับ.....

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 12:24 น.] #2163340 (6/15)
ขอขอบพระคุณ ท่านอากู๋ ... คุณอาวิเชียร/ธรรมสว่าง และ ท่านผู้จัดการ ด้วย ครับ

โดยคุณ วังทองพระเครื่อง (457)(1)   [อา. 18 มี.ค. 2555 - 12:53 น.] #2163369 (7/15)
ชอบครับสำหรับกระทู้ที่อ่านแล้วได้ความรู้แบบนี้ เยี่ยมมากครับท่าน

โดยคุณ gotton (1.1K)(1)   [อา. 18 มี.ค. 2555 - 13:29 น.] #2163403 (8/15)

โดยคุณ jcainfo (6K)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 14:09 น.] #2163436 (9/15)
นักเลงสมัยก่อนในพระนครส่วนมากถ้าไม่เป็นศิษย์หลวงพ่อหรุ่นเก้ายอดก็เป็นศิษ์หลวงพ่อโม วัดสามจีน ซึ่งสองฝ่ายนี้เจอกันเมื่อไหร่เหนื่อยครับ แทงกันไม่เข้าเพราะเหนียวทั้งคู่

กระทู้ดีๆ ไม่ริดลอนสิทธิคนอื่น ได้ความรู้ครับ ผมก็ชอบแบบนี้

ขอบพระคุณป๋ามากครับที่ตั้งกระทู้ดีๆ สมเป็นผู้ใหญ่ที่พวกเราเคารพรักครับ

โดยคุณ takechivirus (317)(2)   [อา. 18 มี.ค. 2555 - 14:53 น.] #2163471 (10/15)
กระทู้ดีๆ ไม่ริดลอนสิทธิคนอื่น ได้ความรู้ครับ ผมก็ชอบแบบนี้

ขอบพระคุณป๋ามากครับที่ตั้งกระทู้ดีๆ สมเป็นผู้ใหญ่ที่พวกเราเคารพรักครับ


ให้ 100 คะแนนเต็มครับ

โดยคุณ ท่านเปา (1.7K)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 15:00 น.] #2163476 (11/15)
ครูบาอาจารย์ ที่สอนผมสะสมพระ ก็เคยเล่าประสบการสายนี้ให้ฟังครับ เด่นเรื่อง เหนียว คงกระพัน เห็นมีพิมพ์ ตื้น พิมพ์ลึก ณปัจจุบันของสวยๆหายเข้ากลีบเมฆหมดแล้ว ยินดีกับท่าน BCC-106 ด้วยครับ Classic มากๆ

โดยคุณ ลูกปู่ตาก (2K)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 15:35 น.] #2163518 (12/15)
รุ่นนี้แน่นนอนคับคุณอา สวยไม่แพงด้วยผมยังสอยมาเลยหนึ่งองค์ แต่เสียดายตอนนำ้ท่วม ปล่อยหมดเลยเพื่อคขามอยู่รอด

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 16:53 น.] #2163620 (13/15)
สวยครับ

โดยคุณ toymlt (1.9K)  [อา. 18 มี.ค. 2555 - 17:24 น.] #2163659 (14/15)


(N)


........ของผมก็มีอยู่องค์หนึ่งครับลงรักปิดทองเดิมๆครับ..............

โดยคุณ เด็กปลายอัมพวา (745)(10)   [อา. 18 มี.ค. 2555 - 18:05 น.] #2163690 (15/15)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5