(N)
 ผมขอร่วมศึกษาด้วยคนนะครับพี่ครับ ...
ตามประวัตินั้น
พระกริ่งเทพโมลี วัดสุทัศน์ฯ ( รุ่นแรก ) พ.ศ. ๒๔๔๑ - ๒๔๔๒
เป็นพระกริ่งรุ่นแรกของสมเด็จพระสังฆราช(แพ) ที่ท่านดำรงค์พระอิสริยยศ (พระเทพโมลี) ในขณะนั้น ...
🔊 พระราชประวัติ พระอิสริยยศ (ในลำดับ พระเทพโมลี)
เมื่อถึงปีจอ พ.ศ. ๒๔๑๑ ทรงตั้งเป็นพระราชาคณะผู้ใหญ่ที่ "พระเทพโมลี" มีสำเนาที่ทรงตั้งดังนี้
...ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ พระศรีสมโพธิ์ (พระอิสริยศเดิมก่อนได้พระราชทานพระอิสริยยศ) เป็น " พระเทพ โพลี ตรีปิฎกธรา มหาธรรมกถึกคณฤศร บวรสังฆาราม คามวาสี " สถิต ณ วัดสุทัศน์เทพ วรารามราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง มีนิตรยภัตรเดือนละ ๔ ตำลึงกึ่ง มีฐานานุศักดิ์ควรตั้งฐานานุกรมได้ ๔ รูป คือ พระครูปลัด ๑ พระครูสังฆวิชิต ๑ พระครูสมุห์ ๑ พระครูใบฎีกา ๑ ...
...ในโอกาสที่ได้รับแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ ที่ "พระเทพโมลี" เมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๑ นั้น ท่านจึงได้สร้างพระกริ่งขึ้นเป็นครั้งแรก ตามตำรับอย่าง " วัดป่าแก้ว" และ " พระกริ่งปวเรศ" ที่ทรงรำลึกถึง ซึ่งตำรับการสร้างมีพิธีอันละเอียดซับซ้อนและเต็มไปด้วยพิธีกรรมมากมาย ท่านได้ตรัสว่า พระกริ่งนั้นต้อง " ดีใน และ ดีนอก" หมายความว่า เมื่อสร้างพระกริ่งเสร็จออกมาแล้ว จะต้องมีเสียงเขย่าดังของเม็ดกริ่งที่ดังกังวาน และไม่ปรากฏรูเจาะ-รูคว้านให้เห็น ซึ่งจะต้องทำให้เป็นเนื้อเดียวกับองค์พระ ซึ่งคือ "ดีใน"
สำหรับ "ดีนอก" คือ มวลสารแห่งเนื้อพระต้องตามสูตรอย่างโบราณ ประกอบไปด้วย ชิน น้ำหนัก ๑ บาท, จ้าวน้ำเงิน (แร่ชนิดหนึ่ง สีเขียวปนน้ำเงิน) น้ำหนัก ๒ บาท, เหล็กละลายตัว น้ำหนัก ๓ บาท, ทองแดงบริสุทธิ์ น้ำหนัก ๔ บาท, ปรอท น้ำหนัก ๕ บาท, สังกะสี น้ำหนัก ๖ บาท, ทองแดง น้ำหนัก ๗ บาท, เงิน น้ำหนัก ๘ บาท และทองคำ น้ำหนัก ๙ บาท มาหล่อหลอมให้กินกันดี นำมาตีเป็นแผ่น แล้วจารยันต์ ๑๐๘ กับ นะ ปถมัง ๑๔ จึงจะได้ "เนื้อนวโลหะ" ออกมาเป็นสีนากสุก เมื่อปล่อยไว้นานเข้าจะกินอากาศเป็นผิวกลับดำ มีพรายเงิน พรายทอง แล้วแต่กระแสโลหะ และผิวดำมันวาวอย่างสีปีกแมลงทับ ...
" พระกริ่งพระเทพโมลี" ซึ่งเป็นพระกริ่งรุ่นแรกของวัดสุทัศฯ และเป็นพระกริ่งรุ่นแรก ของสมเด็จพระสังฆราช(แพ) นั้น ครั้งแรกจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๑๑ จำนวน ๙ องค์ และสร้างครั้งถัดมา ในปี พ.ศ.๒๔๔๒ มีจำนวนหนึ่ง โดยทั้งสองครั้งที่จัดสร้างมีจำนวนรวมกันแล้ว ไม่น่าจะเกิน ๒๐ องค์ ซึ่งพระกระกริ่งเทพโมลีนั้น สันนิษฐานว่าอาจจะได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะจากพระพุทธรัตนศรีศาสดาราม(พระแก้วมรกต) พระกริ่งเทพโมลี จึงมีพุทธลักษณะ พระพักตรกลมใหญ่คล้ายพระแก้วมรกต
ทำพิธีเททองหล่อที่หน้ากฏิใหญ่ ในคณะ ๑๑ วัดสุทัศน์ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นฝีมือช่างหลวง เนื่องจากเป็นการหล่อที่สวยงามสมบูรณ์ ผิดกับพระกริ่งที่สร้างรุ่นหลังๆ เป็นอันมาก เป็นพระกริ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ได้ใช้แบบพิมพ์ของพระกริ่งสำนักใดมาจัดสร้าง เป็นพุทธศิลปะแบบพระแก้วมรกต / แบบไทยประยุกต์
ขนาดขององค์พระกริ่ง มีความสูง ๔.๒๐ ซ.ม. ฐานกว้าง ๒.๐๐ ซ.ม.
🔎 เอกลักษณ์ ของพระกริ่งวัดสุทัศน์ " รุ่นเทพโมลี "
๑.ผ้าชายทิพย์ที่ฐานอาสนะรองนั่งด้านหน้า ชายผ้าทิพย์จะยื่นยาวแล็บออกมา ที่มุมของชายผ้าจะมีลักษณะแยกเป็นสองเขี้ยว
๒.กลีบบัวจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยกลับบัวจะมี ๒ ชั้น แต่กลีบจะยาวชลูด และมีกลีบเล็กวางสลับช่วงกับกลีบใหญ่
๓.เนื้อภายในขาว คล้ายเนื้อเงิน แล้วกลับดำสนิท
๔.*** อุดกริ่งแบบชักกริ่งในตัว อุดกริ่งตำแหน่งเดียวกับ พระกริ่งหน้าไทย
(สังเกตุ จากหนังสือ มรดกล้ำค่า เล่มสีม่วง ของอาจารย์บุญเหลือ ออประเสริฐ )
๕.ประเด็นตอกเลขไว้ใต้ฐานเพื่อลำดับองค์ เรื่องนี้มีความเป็นไปได้น้อยมาก ๆ เพราะ ยุคสมัยนั้นการเลขเพื่อลำดับองค์ไม่เป็นที่นิยม แต่อาจจะตอกเพื่อเป็นตัวอัคระภาษาขอม (อุ) คล้ายเลข ๑ ของใต้ฐานพระกริ่งยุคเก่า ๆ เช่นกริ่งตั๊กแตน เสียมากกว่า
***การตอกเลขเพื่อลำดับองค์พระไว้ในยุคสมัยนั้นยังไม่เป็นที่นิยม เพราะกริ่งในรุ่นต่อๆมาของท่านก็ไม่ได้มีการตอกเลขลำดับองค์ไว้
..... # ตำแหน่งอุดกริ่งนั้นเป็นเอกลักษณ์ของพระกริ่งแต่ล่ะรุ่น เป็นความลับ >>> ลับสุดยอด ที่ในตำรา ในหนังสือ เขาจะไม่ระบุไม่บ่งชี้บอกตำแหน่งที่ชัดเจนเอาไว้ ....
### พิจารณาภาพประกอบ.. |
|