(N) การสร้างวัตถุมงคล
หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม ท่านมีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญในไสยเวทพุทธาคม สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน มีญาณสมาบัติแก่กล้า มีวิชาทำวัตถุมงคล ทำผงอิทธิเจ ผงปัทมัง ผงมหาราช ผงหน้าพระภักษ์ ผงพระจันทร์ครึ่งซีก ผงยาเพชรจินดา ทำชินปรอท เล่นแร่แปรธาตุ สักยันต์ หุงสีผึ้ง ลงนะ บรรจุพลังเสือโคร่ง หนุมาน เสกลิงลม ขับคุณไสย ขับวิญญาณผีสิง วิชาเสกปลัดขก ตามตำราหลวงพ่อโศก วัดปากคลอง เรียนรู้และปฏิบัติได้ผลสำเร็จสุดยอดวิชาไสยเวทต่าง ๆ เหมือนพระเกจิอาจารย์โบราณคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงในยุคอดีต เป็นเหตุปัจจัยทำให้วัตถุมงคลทั้งหมดของท่านได้มีพุทธคุณศักดิสิทธิ์ เข้มขลังหลายด้าน เช่นอยู่ยงคงกระพัน มหาอุด แคล้วคลาด เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ และค้าขาย
การสร้างวัตถุมงคล พอกล่าวโดยสังเขป ๙ ประการคือ
1.การสร้างวัตถุมงคลขึ้นเป็นครั้งแรกของบรรดาวัตถุมงคลทั้งหมดคือ การสร้างพระผงสมเด็จเหม็น โดยเริ่มต้นการสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2495 และสิ้นสุดลงในปลายปีพ.ศ.2497 เวลาการสร้างถึง 3 ปี โดยหลวงพ่ออุ้นร่วมกับพระสงฆ์ภายในวัดตาลกงช่วยกัน ผงพุทธคุณที่นำมาผสมทำพระสมเด็จเหม็นในครั้งนั้น มีผงอิทธิเจหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ เป็นผงเก่าแก่ที่ได้มาทำไว้ในอุโบสถหลังเก่าของวัดตาลกง ตั้งแต่สมัยหลวงพ่อแก้วอยู่ที่วัดปากทะเล ผสมกับผงพุทธคุณของหลวงพ่ออุ้น แล้วนำมาหมักผสมกับข้าวสุกจากปากบาตรและก้นบาตรของพระสงฆ์ที่ได้บิณฑบาตมา
การหมักนั้น ถ้าครั้งใดหมักทิ้งไว้หลายวันก็จะมีกลิ่นเหม็นมากและถ้าหมักไว้ชั่วข้ามคืนจะมีกลิ่นเหม็นน้อย จึงเป็นเหตุให้พระสมเด็จเหม็นมีกลิ่นเหม็นมากน้อยไม่เท่ากัน พระผงสมเด็จเหม็นสร้างประมาณ 84,000 องค์ ส่วนหนึ่งได้บรรจุอยู่ในอุโบสถหลังใหม่ประมาณ 45,000 - 50,000 องค์ และอยู่บ้างนอก เช่นเพดานศาลา ใต้ฐานพระและที่ท่านเก็บรักษาไว้รวมประมาณ 35,000-40,000 องค์และได้นำออกให้บูชา ถึงปัจจุบันก็มีเหลือไม่มากแล้ว
พระสมเด็จเหม็น มีการลองเนื้อจะมีเนื้อออกแน่นออกแก่น้ำมัน มีเนื้อออกน้ำตาล ออกแดง ในส่วนที่ลองเนื้อลองพิมพ์เป็นวัตถุมงคลส่วนน้อย เอามาเป็นหลักในการเล่นหาไม่ได้ จะต้องเอาเนื้อหารูปแบบโดยรวมของวัตถุมงคลส่วนใหญ่มาเป็นหลักมาตรฐาน
หลังจากการสร้างพระผงสมเ็ด็จเหม็นแล้ว การสร้างพระผงต่าง ๆ มีต่อมาอย่างต่อเนื่อง เช่นพระผงสมเด็จ 7 ชั้น เนื้อเหม็น พระสมเด็จ 9 ชั้น เนื้อผสมแร่ พระผงสมเด็จขี่เสือเนื้อผง และเนื้อผงผสมแร่พรหมชะแง้ พระสมเด็จ 7 ชั้น สีแดง พระผง ชุดผงอิทธิเจ เช่นพระขุนแผน 5เ หลี่ยม พระขุนแผนทรงพลไหล่อุ พระผงยอดขุนพล พระสมเด็จเสื้อกั๊ก พระปิตตาลอยองค์ พระปิตตานะปัดตลอด และต่อมายังมีพระขุนแผนยันต์เดียว เนื้อผงคลุกรัก เนื้อผงผสมเส้นเกศา พระปิตตาลอยองค์ใหญ่และเล็ก และพระผงปิดตตานะปัดตลอดยันต์จม เนื้อผงคลุกรัก และเนื้อผงผสมเส้นเกศา พระผงเนื้อสังขยา ได้แก่พระผงสมเด็จ 5 ชั้น อกร่องหูบายสี พระพิมพ์บัวคว่ำบัวหงาย พระผงหน้าฤๅษีหลังราชวัฒน์ และยังมีพระผงพระปิตตาหลังแบบ เนื้อผงสมผงแร่พรหมชะแง้ พระรอดเนื้อผงชานหมาก พระผงสมเด็จใหญ่ขนาดบูชาและพระผงชุดผงเพชรจินดา อีกจำนวน 5 พิมพ์ 1. พระซุ้มขุนพลใหญ่ 2. พระซุ้มขุนพลเล็ก 3. พระร่วงนั่ง 4. พระพิมพ์เล็บมือ 5. พระงบน้ำอ้อย ฯลฯ
นับรวม ๆ กันแล้วจะมีพระผงอยู่ประมาณ 26 ถึง 30 พิมพ์ในอดีต และต่อเนื่อจนถึงปัจจุบันปี 2550 เกือบประมาณกว่า 50 พิมพ์ ขาดตกบกพร่องไปบ้างก็ขออภัย แต่ให้ทราบไว้ว่า พระเนื้อผงของท่านจะมีผงพุทธคุณเก่านำลงผสมในเนื้อทุกชุด
2.การสร้างวัตถุมงคลด้วยเนื้อแร่เขาพรหมชะแง้ ซึ่งมีวัตถุมงคลหลายอย่าง เช่น พระสมเด็จปรกโพธิ์ พระสมเด็จขี่เสือใหญ่ เสือเล็ก พระสมเด็จคะแนนนางควัก พระสีวลี และปลัดขิก แร่เขาพรหมชะแง้เป็นเพียงสินแร่ ก่อนจะสร้างเป็นพระพิมพ์ได้ จะต้องมีการหลอมเหลว การหลอมจะต้องมีสูตร ถ้าทำไม่ถูกสูตรแร่พรหมชะแง้จะกลายเป็นผงธุลี เหมือนเผาหินทำปูนขาว หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม ท่านมีวิชา มีสูตรในการหลอม โดยใช้วัสดุกำกับด้วยไสยเวทมนตร์คาถา เมื่อสามารถหลอมทำให้แร่เหลวเป็นน้ำแล้วก็หล่อเป็นวัตถุมงคลต่าง ๆ เมื่อเสกด้วยเวทมนตร์จะเกิดพลังศักดิ์สิทธิ์เป็นวัตถุกายสิทธิ์ มีพุทธคุณครอบจักรวาลเหมือนดังเหล็กไหล
3.การสร้างเหรียญรูปไข่รุ่นแรกขึ้นในปีพ.ศ.2540 มี 4 เนื้อ ทองคำ เงิน นวะ และเนื้ออัลปาก้า เป็นเหรียญที่มีพุทธคุณสูง มีประสบการณ์มากมายเป็นที่ยอมรับของวงการนักนิยมพระเครืื่อง เป็นเหรียญที่มีค่านิยมสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ ซึ่่งยังไม่เคยมีปรากฎการณ์เช่นนี้มาก่อน และต่อมาได้มีการสร้างเหรียญอีกต่อเนื่อง หลายรุ่น จนถึงปีพ.ศ.2550 (รุ่นสุดท้าย)  |
|