(N)
 ขออนุณาตินำข้อมูจากพี่ chotanan ในเวปเพื่อนบ้านมาแบ่งปันครับ
อ้างจาก: chotanan ที่ มกราคม 28, 2012, 12:14:17 am
เห็นพูดถึงธนาคารก็พูดถึงเรื่องเงินๆทองๆ แล้วก็ดอกเบี้ย ซึ่งเดี๋ยวนี้ดอกเบี้ยมีเหมือนกับไม่มี นิดเดียวเองแถมยังต้องหักภาษีดอกเบี้ยอีก 15 % คิดแล้วยิ่งเหลือเงินค่าดอกเบี้ยไม่มีสตางค์ ถ้ามีเงินแสน ฝากธนาคารไว้ 1 ปี ดอกเบี้ย ไม่ถึง 1 % ค่าดอกเบี้ยต่อปีที่ได้ยังไม่ถึง 1000 บาทเลยคิดแล้วยิ่งกลุ้ม ไม่เหมือนเมื่อก่อน ดอกเบี้ยอย่างต่ำก็ 6 % วันนี้ผมก็ถือโอกาสแนะนำเส้นทางรวยให้กับเพื่อนๆสมาชิก แล้วแต่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ กาลเวลาในอนาคตจะเป็นเครื่องพิสูจน์เองว่าสิ่งที่ผมพูดนั่นเป็นความจริง ผมว่าถ้าเพื่อนๆสมาชิกเอาเงินฝากที่ฝากไว้ในธนาคารมาเปลี่ยนเป็นการถือครองสินทรัพย์ที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต อย่างบางคนก็เปลี่ยนไปถือ ทอง ซื้อที่ดิน เป็นต้น ถ้าซื้อทองก็พอได้เดี๋ยวนี้ ทองหนัก 1 บาท มูลค่าเท่ากับ 25000 บาท ในอนาคตก็มีแต่ขึ้น แต่ เปอร์เซ็นต์กำไรที่ขึ้นนั้นก็ไม่มากสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเอาไปซื้อทิ่ดิน มูลค่าที่ดินก็แพงมาก บางทีซื้อก็ติดมือ บทจะขายก็ขายไม่ออก ผมก็ขอแนะนำว่า อีกสินทรัพย์หนึ่งที่ควรเก็บสะสมเพื่อเพิ่มมูลค่าก็คือพระเครื่อง แต่เราต้องเลือกเล่นให้เป็น เล่นให้ถูก จังหวะต้องเหมาะสม ที่บอกว่าต้องเล่นให้เป็นเล่นให้ถูก ก็คือต้องเลือกที่จะเก็บว่าจะเก็บพระเครื่องสายไหน รุ่นไหน จังหวะไหนควรซื้อเข้า หรือว่าควรเปลี่ยนมือเป็นต้น เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องจริง สมมติว่า เรามีเงินเก็บ 100000 บาท (หนึ่งแสนบาท) โดยที่ว่าเงินจำนวนนี้ต้องเป็นเงินที่เก็บสำรองไว้หรือฝากตายไม่นำมาใช้ ซึ่ง ถ้าฝากไว้ที่แบงค์ 3 ปีที่ผ่านมา ดอกเบี้ยก็ได้ ไม่ถึง 3000 บาท แต่ถ้าเรานำมาเปลี่ยนไปสะสมพระเครื่องแทน โดยที่ว่า เราไม่จำเป็นต้องลงทีเดียวหมด หนึ่งแสนบาท เราแบ่งเอาออกมาสัก หกหมื่นหรือเจ็ดหมื่นบาท ไปเช่าพระเครื่อง ส่วนที่เหลือ สามหมื่นก็เก็บไว้ในธนาคารเผื่อฉุกเฉินต้องใช้เงินก็จะได้เบิกมาใช้ได้ เงินหกเจ็ดหมื่นบาทเราก็ไปลงทุนเก็บในพระเครื่องสายที่เราชอบที่น่าจะมีอนาคตสดใส ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ช่วงที่ผมเข้ามาโพสกระทู้พระกริ่งมงคลมหาเศรษฐีใหม่ๆประมาณปี 2553 พระกริ่งก้นทองแดงอยู่ที่ 3000 บาท ซึ่งถ้าเราเช่าหมดเงินก็จะได้พระกริ่งประมาณ 20 กว่าองค์ แล้วถ้าตอนนี้ล่ะมูลค่าจะเป็นเท่าไหร่ องค์ละไม่ต่ำกว่า สามหมื่นห้าพันบาท คูณ 20 องค์ ก็เป็นเงิน 700000 บาท มูลค่ากำไรส่วนต่างผิดกับฝากไว้ในธนาคารลิบลับ เรื่องนี้มีอยู่จริงนะครับ ตอนที่พระกริ่งมงคลเปิดให้จอง คนในตราดที่เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่บัว ถูกยัดเยียดแกล้มบังคับให้เก็บพระกริ่งมงคลมหาเศรษฐีไป 100 ว่าองค์ หมดเงินตอนนั่นไป เจ็ดหมื่นกว่าบาท ตอนนั้นเค้าพูดไม่ออก จุก ครับ แต่ตอนนี้พูดไม่ออกเช่นกัน เพราะกลัวว่าจะมีคนมาขอแบ่งครับเลยพูดไม่ออก ถ้าขายหมดก็ซื้อรถเบนซ์ป้ายแดงได้คัน แต่ผมจะแนะนำเพื่อนๆละกันว่า ให้เก็บพระเครื่องหลวงปู่บัวเถอะไม่ว่าจะเป็นรุ่นอะไรขอให้เป็นพระเครื่องที่ออกโดยวัดศรีบูรพาราม เอาเฉพาะรุ่นที่ผมเคยโพสไว้ในกะทู้เก่าๆนะครับ (ไปหาอ่านดู) โดยเพื่อนๆอาจจะเก็บหลายๆรุ่นเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเก็บแต่ละรุ่นอย่างละ ชุดสองชุด เช่น สมมติมีเงิน เจ็ดหมื่นบาท อาจจะกัดฟันทนเก็บพระกริ่งก้นทองแดง 1 องค์ สมมติ 35000-38000 บาท ก็เหลืออีกประมาณ 32000 บาท เราก็เลือกเก็บ เหรียญรุ่นแรกสัก 2 เหรียญ ไม่เกิน 4000 -5000 บาท เก็บรูปหล่อ 7 รอบ ก้นทองแดงสักสององค์ก็ ไม่เกิน 4000 บาท เก็บเหรียญสร้างศาลาการเปรียญสัก 10เหรียญ(เก็บเยอะหน่อยพระถูกพระหลักร้อย) ก็ไม่น่าเกิน 6000 บาท ก็จะเหลืออีกสัก 7000 บาท ก็เก็บ เหรียญเสมา 7 รอบ เนื้อนวะหรือทองแดงก็ได้ ถ้านวะก็อาจจะได้ 2 เหรียญ ถ้าทองแดงก็อาจจะได้สัก 4 เหรียญ เก็บไว้สักสองสามปี ราคาที่เก็บนี่ก็ขยับขึ้นไป ถ้าเงินเย็นไม่เดือดร้อนอะไร เก็บสัก 10-15 ปี รับรองถึงตอนนั้นจะบอกว่า รู้อย่างนี้น่าจะเก็บเยอะกว่านี้ ที่บอกอย่างนี้เพราะว่า ราคามันแพงขึ้นไปมาก จนต้นทุนที่เก็บนั้นไม่มีแล้ว ถึงตอนนั้น อาจจะปล่อยพระกริ่งองค์เดียวก็ได้เงินแสนแล้วก็เป็นไปได้ แล้วทำไมผมถึงแนะนำให้เก็บรุ่นเหล่านี้ ทำไมไม่ไปเก็บพระใหม่ที่หลวงปู่บัวกำลังสร้างหรือที่จะสร้างตามมาอีกเยอะแยะ ถูกกว่า หลวงปู่บัวปลุกเศกเหมือนกัน ไม่ผิดหรอกครับที่หลวงปู่บัวปลุกเศกเหมือนกัน แต่มีเหตุผลนั่นก็คือ รุ่นที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมานั้น เป็น พระเครื่องที่จัดสร้างโดยกรรมการวัด ออกโดยวัด ไม่ใช่เป็นพระเครื่องนอกวัด และที่สำคัญ เป็นพระเครื่อง ที่ มีราคาแล้ว หมายถึง มีคนเล่นหากันแล้ว ถ้าราคาไม่แพง สมเหตุสมผล รับรองมีได้มีเสียครับ ให้เลือก ระหว่าง พระเครื่องที่มีคนรู้จักมีความต้องการซื้อขายกันแล้ว กับพระเครื่องที่ยังไม่ออก อนาคตยังไม่แน่ที่จะนิยมหรือไม่นิยม แค่นี้ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า อันไหนน่าจะเก็บมากกว่ากัน ผมคงไม่ต้องบอกนะครับ อย่างเมื่อก่อนปี 2535-2536 ผมเรียน ปวช อยู่ ผมก็เริ่มเก็บพระเครื่องหลวงปู่ทิม ผมซื้อเหรียญ ไตรมาส เหรียญละ 300 บาท ซื้อไว้ 8-9 เหรียญ เก็บ เหรียญ เสมา 8 รอบ ทองแดงเหรียญละ 1500-2000 บาทเก็บไว้ 6 เหรียญ เจริญพรล่าง เจริญพรบน เหรียญหยดน้ำ นั่งพาน แล้วก็อื่นๆอีกนิดหน่อย ผมเพิ่งปล่อยเหรียญ ไตรมาส 4 เหรียญ และเสมา 2 เหรียญ หยดน้ำ นั่งพาน ไปอย่างละเหรียญ ได้เงิน มา สองแสนบาท คิดเทียบกับต้นทุนที่ซื้อมานี่ ยิ่งเทียบไม่ได้ และถ้าเทียบกับ ดอกเบี้ยเงินฝาก ถ้าผมเอาเงินก้อนที่ซื้อพระเครื่องหลวงปู่ทิมไปฝากไว้ที่แบงค์ ผ่านไป 20 ปี ดอกเบี้ยจะได้กี่บาท คิดแล้ว รวมทั้งต้นทั้งดอก เงินที่ได้ยังไม่ถึง แสนบาท เลยมั่ง นี่คือเรื่องจริงในชีวิตผม ผมถึงแนะนำเพื่อนสมาชิก ถ้ายังเรียนอยู่ หรือทำงานแล้ว มีเงินเก็บบ้าง มากบ้างน้อยบ้าง ก็ไม่เป็นไร แบ่งส่วนหนึ่งมาเก็บพระเครื่องหลวงปู่บัวเถอะครับ รับรอบ ไม่ต้องเก็บถึง 20 ปี(อย่างที่ผมเก็บพระเครื่องหลวงปู่ทิมหรอก) รับรองมีเงินหลายแสนอย่างแน่นอน แล้ว เมื่อถึงตอนนั้นแล้วกลัวว่าจะไม่กล้าขาย เพราะว่าขายแล้วจะหาซื้อไม่ได้ หรือซื้อได้ก็ต้องซื้อในราคาที่แพงขึ้นไปอีก ที่สำคัญเก็บตอนนี้ ได้พระเดิมๆสวยๆ เก็บดีๆ รับรองในอนาคต จะกลายเป็นพระสวยมาก ยิ่งเบ่งราคาขึ้นไปอีกได้ นี่ละครับที่ผมแนะนำเส้นทางรวยให้ ที่สำคัญนิดนะครับ เงินที่นำมาเก็บพระเครื่องต้องเป็นเงิน เย็น หรือคิดว่า เงินก้อนนี้ไม่นำมาใช้แล้ว ถือว่าเงินหายไป แล้วในอนาคตเงินก้อนนี้ที่คิดว่าหายไปจะตอบแทนคืนมาไม่รู้กี่ร้อยเท่ากับที่ลงทุนไปในครั้งแรกครับ |
|