(N)
....กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์....เสด็จเตี่ย...แห่งกองทัพเรือไทย ผู้ทรงพุทธาคม...(ตอนที่ 3)
ศิษย์เอกของหลวงปู่ศุข
ตลอดชีวิตของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า นั้น มีลูกศิษย์มากหลาย แต่ผู้ที่นับเนื่องได้ว่าเป็น ศิษย์เอก มีเพียงท่านเดียวเท่านั้น คือ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
ที่นับเป็น ศิษย์เอก มิใช้เพราะกรมหลวงชุมพรฯ มีเชื้อเจ้าหรือเป็นโอรสของรัชกาลที่ 5 แต่ที่นับเป็นศิษย์เอกก็เพราะศิษย์คนนี้รักและเคารพอาจารย์อย่างยอมตายถวายชีวิต กับอาจารย์จะสั่งอย่างไรก็ทำตามได้ รับถ่ายทอดวิชาจากอาจารย์ไว้ได้มากที่สุด และทำตามอาจารย์ได้ในการแสดงอิทธิฤทธิ์และอภินิหาร
มีบันทึกจากคนเฒ่าคนแก่ยืนยันว่า เสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมจากหลวงปู่ศุขไว้มากที่สุดเหนือกว่าศิษย์คนใด และมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งดุจบิดากับบุตร
กาลต่อมาเมื่อกรมหลวงชุมพรฯ สิ้นพระชนม์ (19 พฤษภาคม พ.ศ.2466) เมื่อหลวงปู่ศุขท่านทราบถึงกับนั่งนิ่งซึม ท่านอยู่ในอากัปกิริยาเช่นนั้นนานมากดุจท่านปลงวอย่างหนักกับกฎแห่งวัฏสงสาร หรือสังสารวัฏในโลกนี้ ในที่สุดปลายปี พ.ศ.2466 หลวงปู่ศุขได้มรณภาพลงด้วยโรคชราอันเป็นปีเดียวกับที่กรมหลวงชุมพรฯ สิ้นประชนม์
ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์นั้นจะมีมากมายขนาดไหนคงจะต้องศึกษาจากบันทึกของ นายผล แก้วนพรัตน์ ศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ศุขอีกท่านหนึ่ง ได้ระบุว่า เสด็จในกรมได้เคยพระราชทานเรือสำปั้นให้หลวงปู่ศุขลำหนึ่งเพื่อใช้ในเวลาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยเรือลำนี้เป็นเรือมีประทุนกว้างประมาณ 5 ศอก ยาวราว 3 วา มีแจวหัว 2 แจวท้าย 2 มีห้องส้วมและห้องครัวพร้อมในตัว
บันทึกของนายผลกล่าวอีกว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งมีเรือโยงผ่านมาและรู้ว่าเป็นเรือของหลวงปู่ศุข เขาก็จะหย่อนเชือกลงมาให้เพลาเรือของหลวงปู่ศุขมีโซ่สั้นเพียงนิดเดียว ซึ่งแสดงว่าเกียรติคุณของท่านในขณะนั้นเป็นที่รู้จักกันมาก
กรมหลวงชุมพรฯ นอกจากพระองค์จะถวายเรือสำปั้นมีประทุนแล้ว พระองค์ยังได้ถวายเรือให้หลวงปู่ศุขใช้ในการบิณฑบาต เรือลำนี้มีความยาว 8 ศอก เป็นเรือที่สั่งต่อเป็นพิเศษคือทำด้วยไม้ชิ้นเล็ก ๆ อัดด้วยตะปูทองแดงทั้งลำ เรือลำนี้ไม่ต้องใช้ชันยาก็ไม่รั่ว นอกจากนี้ตรงกลางลำเรือยังมีพนักพิงสายงาม มีพนักทำโปร่ง สามารถถอดออกจากเรือได้ ทำเป็น 3 ชิ้น เวลาไม่ใช้ก็พับได้
เวลาที่หลวงปู่ศุขท่านนั่งเรือออกบิณฑบาต ท่านจะนั่งตรงกลาง มีลูกศิษย์พายหัวพายท้าย หลังจากที่หลวงปู่ได้มรณภาพลง เรือลำนี้ยังคงใช้ได้อยู่จนถึงสมัยสมุหทองหล่อ ทัศมาลี จากนั้นเรือลำนี้ก็ได้นำมาเก็บไว้ที่หอประชุมทางด้านเหนือของบริเวณวัด เพราะเป็นหน้าแล้ง และไม่ได้นำมาใช้อีกเลย
หลายครั้งที่หลวงปู่ศุขได้รับการนิมนต์จากเสด็จในกรมให้ไปพำนักที่วังของพระองค์ที่นางเลิ้ง โดยเสด็จในกรมได้จัดที่พักให้หลวงปู่ศุขพักอยู่กลางสระน้ำ พระและลูกศิษย์ที่ตามหลวงปู่มาจะอยู่ชั้นล่าง ส่วนหลวงปู่ศุขจะอยู่ชั้นบน ที่พำนักแห่งนี้เป็นที่สอนและทดลองวิชาระหว่างอาจารย์กับศิษย์ นายผล แก้วนพรัตน์ ได้เล่าว่า เคยเห็นหลวงปู่ศุขและกรมหลวงชุมพรฯ ได้ทดลองวิชาควายธนูในกุฏิเหลืองกลางสระนี้ซึ่งเป็นที่ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก
ในบันทึกของนายผลยังได้เล่าอีกว่า ได้ตามหลวงปู่ศุขเข้ากรุงเทพฯ และพำนักที่วังเสด็จในกรมหลายครั้ง ซึ่งขณะนั้นเขายังเป็นเด็กซุกซน ลงไปว่ายน้ำในสระแล้วขึ้นไปนั่งอยู่บนใบบัวขนาดใหญ่ (บัววิคตอเรีย) จนถูกหลวงปู่ศุขเอ็ดเอา ระหว่างที่พำนักอยู่นั้น นายผลเคยติดตามเสด็จในกรมไปเที่ยวย่านสำเพ็ง พระองค์เสด็จโดยนุ่งกางเกงถลกขาข้างหนึ่ง มือถืออ้อยเคี้ยวอ้อยและเสด็จไปเรื่อย ๆ เพราะในช่วงนั้นเป็นหน้าร้อน
มีเรื่องเล่าบอกต่อ ๆ กันมาถึงเสด็จในกรมพระองค์ทรงโปรดการใช้วิถีชีวิตกลางแจ้ง พระองค์เสด็จมาวัดปากคลองมะขามเฒ่าบ่อย ๆ ส่วนใหญ่แล้วพระองค์จะเสด็จมาทางเรือ บางครั้งก็มีเรือติดตามมาด้วยหลายลำ ในการเสด็จมาของพระองค์นั้น บางครั้งพระองค์จะนำหม่อมและโอรสมาด้วย ซึ่งก็มีหลักฐานลายพระหัตถ์ในสมุดเซ็นเยี่ยมของวัดปากคลองมะขามเฒ่า
บางครั้งกรมหลวงชุมพรฯ จะทรงคุยกับหลวงปู่ศุขจนถึงดื่น บางครั้งจะประทับที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าอยู่เป็นเดือน ๆ ซึ่งนอกจากจะมาศึกษาวิชาไสยศาสตร์แล้ว พระองค์ยังถือโอกาสพักผ่อนพระวรกายและคลุกคลีกับราษฎร ในบางครั้งพระองค์ก็ทรงพระสำราญโดยเสวย ไอ้เป้ ซึ่งเป็นน้ำขาวที่ขึ้นชื่อมากแถบอุทัยธานี มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับไอ้เป้ว่า วันหนึ่งเสด็จในกรมฯ พบกับนายยอด พระองค์ทรงถามนายยอดว่า อ้ายยอด อ้ายน้ำหวาน ๆ ขม ๆ มีที่ไหนวะ นายยอดรีบทูลบอก มีตรงนี้เองกระหม่อม เสด็จในกรมทรงบอก กูให้วันละบาท มึงเอาใส่กามาให้กูตรงต้นกระจะทุกวันนะ นายยอดกระทำตามที่รับสั่ง จัดหาไอ้เป้มาไว้ที่ต้นกระจะทุกวัน แต่แล้ววันหนึ่ง พระองค์เสด็จมาไม่พบกาที่ใส่ไอ้เป้ จึงสั่งให้คนไปตามหาอ้ายยอด ครั้นได้พบจึงตรัสถาม วันนี้ทำไมไม่นำกาน้ำมาให้ นายยอดจึงทูลตอบพระองค์ว่า ตำรวจจับคนทำชื่อตาปั่นไปเสียแล้ว
เสด็จในกรมจึงเขียนจดหมายให้มหาดเล็กถือไปที่อำเภอเพื่อไปรับตัวตาปั่น ดีประเสริฐ คนทำไอ้เป้กลับมาจากตำรวจ |