 (N)
คณะแพทย์ศิริราช เตรียมผ่าตัดใส่ท่อป้อนอาหารผ่านทางหน้าท้องให้กับหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แทนให้อาหารผ่านสายยางทางจมูกในวันพรุ่งนี้ เพื่อลดการสำลักจนทำให้ปอดติดเชื้อ ขณะที่หลวงพ่อคูณฝากบอก “ไม่ต้องเป็นห่วงกูดอก กูสบายดี”
วันนี้ (8 ก.ย.) เวลา 13.30 น.ที่ห้องประชุมคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตึกอำนวยการชั้น 2 รพ.ศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานการแถลงข่าวร่วมกับคณะกรรมการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่ให้การรักษาอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่งขณะนี้ได้พำนักอยู่ที่ตึกวิบูลลักษณ์ ชั้น 2 โรงพยาบาลศิริราช โดยคณะแพทย์ ประกอบด้วย ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการแพทย์ รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล สาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ แพทย์เจ้าของไข้ รศ.นพ.สมชาย ลีลากุศลวงศ์ สาขาวิชาโรคระบบทางเดินอาหาร ภาควิชาอายุรศาสตร์ แพทย์ผู้ทำหัตถการ ผศ.พญ.อภิรดี ศรีวิจิตรกมล สาขาวิชาโรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม ภาควิชาอายุรศาสตร์ อ.นพ.อัษฎา เมธะเศรษฐ์ แพทย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ ผศ.พญ.อรวรรณ พงศ์รวีวรรณ และอ.นพ.ปฐม ลีละเมียร แพทย์ประจำภาควิชาวิสัญญีวิทยา ร่วมด้วยคณะแพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ประกอบ ด้วย นพ.พินิจจัย นาคพันธ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณและแพทย์ผู้เชียวชาญโรคหัวใจ นพ.ธนากรณ์ อนันตะเศรษฐกูล และนพ.อนุชิต นิยมปัทมะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบการหายใจ
ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาช่วงหลังของหลวงพ่อคูณ คือ ระบบการกลืนมีปัญหาเ พราะเมื่อทานอาหารเข้าไปแล้ว ทำให้สำลัก ซึ่งเป็นผลมาจากโรคหลอดเลือดสมองที่ทำให้การกลืน ไม่ดี และเมื่อสำลักหลายๆ ครั้ง ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อจนปอดอักเสบ คณะแพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จึงได้ปรึกษากับศิริราชและเห็นตรงกันว่าจะเปลี่ยนวิธีให้สารอาหารใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้สำลัก ซึ่งจะเป็นวิธีมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ นั้นคือ จะทำการใส่ท่อป้อนอาหารผ่านทางหน้าท้องเข้าสู่กระเพาะอาหาร โดยตรงแทนการใส่ทางจมูก โดยใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารอันเป็นวิธีที่ปลอดภัย ใช้เวลาดำเนินการไม่นาน และผลการรักษาดี ซึ่งข้อดีของวิธีการรักษาโดยการใส่ท่อเข้าหน้าท้อง คือ ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง บาดแผลเล็ก คนไข้ฟื้นตัวเร็ว ท่ออาหารสามารถอยู่กับผู้ป่วยได้นานหากดูแลดีสามารถอยู่ได้ถึง 1 ปี ลดการสำลักอาหารตามที่คณะแพทย์ต้องการ รวมถึงสามารถให้อาหารได้อย่างเต็มที่กับคนไข้ ขณะเดียวกันคนไข้ก็สามารถทานอาหารเล็กน้อยทางปากได้หากต้องการ ซึ่งแผนการรักษานี้ได้นำเรียนทางหลวงพ่อคูณเรียบร้อยแล้วโดยท่านพยักหน้ารับทราบ
อนึ่ง สำหรับรายงานการประชุมคณะแพทย์ผู้ดูแลหลวงพ่อคูณ หลังจากที่ได้รับการส่งต่อการรักษาอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณจากคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเมื่อเวลา 10.00 น.จากนั้นในเวลา 10.15 น.คณะแพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาจำนวน 3 ท่าน ได้รายงานอาการและโรคพื้นฐานของพลวงพ่อคูณ ประกอบด้วย โรคเบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ และวัณโรคปอด ซึ่งอยู่ในสภาพที่ควบคุมได้ดี แต่มีปัญหาของโรคหลอดเลือดสมองที่มีอาการเพิ่มขึ้นทีละเล็กละน้อย จนในระยะหลังก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบจากการสูดสำลักหลายๆ ครั้ง
คณะแพทย์ 8 ท่าน และพยาบาล 5 ท่าน จากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้สอบถามรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของโรคโดยเฉพาะในช่วง 7 วันที่ผ่านมา จากนั้นได้เข้าตรวจเยี่ยมอาการและประเมินสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย พบว่า ร่างกายโดยทั่วไปสมบูรณ์สมควรตามวัย ดูอ่อนเพลียเล็กน้อย แสดงสีหน้าตอบรับการสนทนาจากคณะแพทย์ได้ดีและพูดจาโต้ตอบเป็นครั้งคราว คณะแพทย์ได้แจ้งแผนการดูแลรักษาและเตรียมการสำหรับการปเลี่ยนตำแหน่งสายยาง ให้อาหารทางจมูกมาเป็นผ่านทางผนังหหน้าท้องโดยตรง โดยกำหนดจะทำในวันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2554 ในช่วงเช้า หลวงพ่อได้ตอบรับแผนการดูแลรักษาของคณะแพทย์ |