 (N)
พระสังกัจจายน์..." พระโชคลาภ "
พระสังกัจจายน์ เป็นพระมีพุทธลักษณะอ้วน พุงพลุ้ย มีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ
เป็นหนึ่งในพระสาวกผู้ใหญ่ จัดอยู่ในเอตทัคคะ
ผู้ใดบูชาผู้นั้นได้ลาภประเสริฐแล
พระสังกัจจายน์ที่สร้างขึ้นมาเป็นวัตถุมงคล เท่าที่ค้นพบมีมาแต่สมัยเชียงแสน ดังภาพของพระสังกัจจายน์ องค์ที่นั่งสองมือประสานอยู่ที่พุง นั่งขัดสมาธิ เป็นศิลปะสมัยเชียงแสน ค่อนข้างจะหายากสักหน่อย
ในภายหลังมีพระคณาจารย์หลายท่านจัดสร้างจำลองขึ้นมา มีทั้งเนื้อโลหะ เนื้อผง
วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเพื่ออำนวยพรให้แก่ผู้ได้ครอบครอง มั่งมี ศรีสุข อุดมสมบูรณ์ด้วยลาภยศเงินทองนั่นเอง โดยสรุปแล้วพระสังกัจจายน์รูปร่างสมบูรณ์ เพราะไม่อด ผู้ใดมีครอบครองก็ไม่อดเช่นกัน
ในจำนวนพุทธสาวกจำนวน ๘๐ องค์ ที่เป็นเอตทัคคะมีเพียง ๔๑ องค์เท่านั้น และในจำนวน ๔๑ องค์นี้
มีการจำลองรูปมาเป็นพระพิมพ์หรือพระบูชาที่วงการนักนิยมพระเครื่องรู้จักกันนามแค่ ๓ องค์ คือ ๑. พระโมคคัลลานะ ๒. พระสารีบุตร และ ๓. พระสังกัจจายน์
ท่านที่แสวงหาวัตถุมงคล สมควรจัดหา พระสังกัจจายน์ มาบูชา เพื่อสอดคล้องกับทัศนคติแต่โบราณ ตำนานพุทธสาวกทั้ง ๘๐ องค์ กล่าวว่า
พระสังกัจจายน์ เป็นบุตรของพราหมณ์ปุโรหิต กัจจานโคตร หรือกัจจายนโคตร ในแผ่นดินของพระเจ้าจัณฑปัชโชต กรุงอุชเชนี เมื่อกัจจายนะกุมารเจริญวัยเรียนจบไตรเพท บิดาได้ถึงแก่กรรม จึงได้รับตำแหน่งปุโรหิตแทนบิดา
ครั้นต่อมา พระเจ้าจัณฑปัชโชต ทรงทราบว่า พระศาสดาตรัสรู้แล้วเสด็จเที่ยวโปรดสัตว์สั่งสอน ประชุมชนธรรมะที่พระองค์สอนนั้น เป็นธรรมที่แท้จริง ยังประโยชน์แก่ผู้ประพฤติตาม
จึงมีพระประสงค์ใคร่เชิญเสด็จพระบรมศาสดาไปประกาศที่กรุงอุชเชนี จึงรับสั่งให้กัจจายนะปุโรหิตไปทูลเสด็จกรุงอุชเชนี
กัจจายนะปุโรหิตพร้อมด้วยผู้ติดตาม ๗ คน จึงออกจากกรุงอุชเชนี ครั้นมาถึงจึงพากันเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระองค์ทรงเทศน์สั่งสอน ในที่สุดบรรลุอรหันต์ทั้ง ๘ คน
หลังจากนั้นทั้ง ๘ ก็ทูลขออุปสมบท ทรงขออนุญาต ครั้นอุปสมบทแล้ว จึงทูลเชิญเสด็จกรุงอุชเชนี ตามหน้าที่ พระองค์รับสั่งว่า
"ท่านไปเองเถิด เมื่อท่านไปแล้วพระเจ้าปัชโชตจักทรงเลื่อมใสท่าน
พระกัจจายนะจึงออกเดินทางพร้อมพระอรหันต์อีก ๗ องค์ที่ติดตามมาด้วย กลับคืนสู่กรุงอุชเชนี และประการสัจธรรมให้แก่พระเจ้าจัณฑปัชโชต พร้อมชาวพระนครเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา
และถ้อยคำประการอันเป็นสัจธรรม หลังจากนั้น กลับคืนสู่สำนักของพระพุทธองค์ ตรัสว่า ท่านเป็นผู้ฉลาดในการอธิบายแห่งการย่อคำพิสดาร นับจากนั้นมา
พระสังกัจจายน์ก็เป็นผู้สรุปย่อคำสอนบอกแก่บรรดาสาวกทั้งหลาย ด้วยความพอใจอย่างยิ่ง ในคำย่อนั้น และยังเป็นผู้ทูลขอให้พระพุทธองค์บัญญัติแก้ไขพุทธบัญญัติบางประการ ปรากฏว่าเป็นที่พอพระทัยแก่องค์พระศาสดาเป็นอย่างมาก
พระสังกัจจายน์ เป็นผู้มีรูปงาม ผิวเหลืองดุจทอง ตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งมี โสเรยยะบุตรเศรษฐี คะนองเห็นพระสังกัจจายน์จึงปากพล่อยกล่าวว่า ถ้าเราได้ภรรยามีรูปกายงดงามเยี่ยงท่านนี้ จักพอใจยิ่ง
พลันปรากฏว่า โสเรยยะบุตรมหาเศรษฐีหนุ่มคะนองปากได้กลายเพศเป็นหญิงในทันที จึงหลบหนีไป ต่อมาได้สามีและบุตรสองคน จึงกลับมาขอขมากับพระสังกัจจายน์
โสเรยยะจึงกลับคืนสู่เพศชายเช่นเดิม นับว่าพระสังกัจจายน์มีฤทธิ์อำนาจยิ่งองค์หนึ่งในพุทธสาวก
มีเรื่องแทรกเข้ามาว่า เพราะรูปกายอันงดงามของพระสังกัจจายน์ สร้างความปั่นป่วนแก่อิตถีเพศอย่างมาก จึงได้เนรมิตกายใหม่ให้อ้วน พุงพลุ้ย น่าเกลียด เพื่อความสงบแห่งจิตและกิเลส
เรื่องราวของ พระสังกัจจายน์ พอสรุปได้ว่าเป็นพระพุทธสาวกที่มีความเฉลียวฉลาด มีความรู้ และเป็นที่โปรดของพระพุทธองค์ยิ่ง มีบารมี มีอิทธิฤทธิ์ ผู้ใดบูชาพระสังกัจจายน์จึงได้รับพรจากพุทธสาวก อันเป็นเอตทัคคะอย่างสมบูรณ์ |