ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : หลวงปู่ผาด วัดไร่ เกจิ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ตอนที่ 2



(N)
หลวงปู่ผาด อภินฺนโท พระเถราจารย์ผู้เฒ่า อายุ 95 ปี 74 พรรษา นับเป็นพระสงฆ์ผู้มีอายุ และพรรษามากที่สุดของจังหวัดอ่างทอง ผู้ทรงอภิญญาจิตรยุคปัจจุบัน สำเร็จวิชาสร้างพระพรหม วิปัสสนา กรรมฐาน ในสายหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ จากท่านเจ้าคุณรัตนมุนี วัดชีโพน พระนครศรีอยุธยา ทั้งยังสำเร็จวิชาธรรมกายชั้นสุดยอด จนได้รับการยืนยันรับรองจากปากหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ว่า “แสงแห่งพระธรรมกายนั้น ถ้าหยุดถูกที่แล้ว จะสว่างไสวยิ่งกว่า พระอาทิตย์สักร้อยดวงมารวมกัน ถ้าใครยังไม่เชื่อให้ถามพระจากอ่างทอง(หลวงพ่อผาด ในขณะนั้น)องค์นี้ดู เพราะท่านสำเร็จธรรมกาย ขั้นสูงสุด แล้ว” หลวงปู่ผาด ยังเรียนวิชาสำคัญจากพระเกจิสายอ่างทอง เช่น เรียนทำผงวิเศษจาก หลวงพ่อภู วัดดอนรัก ,เรียนทำเบี้ยแก้ เสกปรอท จากหลวงพ่อพัก วัดโบสถ์ ,เรียนทำตะกรุดโบสถ์ลั่น จากหลวงปู่คำ วัดโพธิ์ปล้ำ

หลวงปู่ผาด แม้ปัจจุบันอายุ 95 ปี 74 พรรษา ซึ่งถือว่า ชราภาพมากแล้ว สำหรับคนทั่วไป แต่ท่านยังครองสติ ได้ดีเยี่ยม ไม่หลง ไม่ลืม ยังมีอุเบกขาธรรมเป็นอารมณ์อยู่ทุกเวลา จะมีบ้างในอาการของคนชรา คือหูหนัก ใครพูดอะไรต้องลงเสียงดัง ๆ บ้าง เท่านั้น

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:29 น.]



โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:30 น.] #1710270 (1/27)


(N)


ประวัติท่านเจ้าคุณอาจารย์
ก่อนที่จะมาทราบถึงประวัติของหลวงปู่ผาด พระอภิญาจารย์แห่งวัดไร่ นั้น ขอนำท่านมารู้จักประวัติท่านเจ้าคุณอาจารย์ หนึ่งเดียวที่หลวงปู่ผาด เคารพมากที่สุดก่อน เพื่อจะชักนำให้ท่านทราบว่า การที่บอกว่า หลวงปู่ผาด เป็นศิษย์ในสาย ของหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาตินั้นเป็นเรื่องเกินเลยความจริงไปหรือไม่ และลูกไม้ใกล้ต้นอย่างหลวงปู่ผาด แม้เพียงหยิบยกคุณวิเศษ ของบรรดาครูบาอาจารย์มาเพียง ท่านละเล็ก ละน้อย ก็ยังปรากฏคุณวิเศษมากมายขนาดนี้ แล้วครูบาอาจารย์ของหลวงปู่ผาดล่ะ จะทรงคุณธรรมสูงส่งเช่นไร รับรู้ได้จากประวัติท่านดังนี้

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:30 น.] #1710271 (2/27)


(N)


ท่านเจ้าคุณพระราชปัญญามุนี (รัตน์ อรรถทัสสี ป.ธ. 7) อดีตเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดชีโพน อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา นามเดิม รัตน์ นามสกุลพระราชทาน “กัณทะยูวะ” เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พศ. 2445 (วันมหาสงกรานต์) ตรงกับวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 5 ปีขาล โยมบิดาชื่อ เลื่อน โยมมารดาชื่อ โต๊ะ เมื่ออยู่ในวัยเยาว์ท่านเข้าเรียนหนังสือไทย กับอาจารย์ทองอยู่ วุฒิอาภรณ์ และเรียนหนังสือขอม กับท่าน พระครูวิบูลย์สีลวัตร(หลวงพ่อยา) วัดลาดหอย อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี จากนั้นท่านบรรพชาเป็นสามเณร เรียนพระปริยติธรรม ณ สำนักวัดมหาธาตุ พระนคร สอบเปรียญธรรมได้เป็นมหา ตั้งแต่ยังเป็นเณรน้อย พออายุครบ 20 ปี จึงได้อุปสมบท ณ พัทสีมา วัดมหาธาตุ ฯ โดยมี สมเด็จพระวันรัตน์ (เฮง เขมจารี) เป็นสมเด็จพระอุปัชฌาย์ พระพิมลธรรม (น้อย) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระเทพสุธี (สวัสดี) เป็นพระอนุสาวนาจารย์) ได้รับนามฉายาว่า “พระมหารัตน์ อรรถทัสสี”

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:31 น.] #1710273 (3/27)


(N)


เมื่อท่านเจ้าคุณอุปสมบทแล้ว ท่านได้ปฏิบัติตนจนเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระวันรัต เฮง ซึ่งขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นสังฆมนตรี องค์การปกครอง และอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุ ต่อมา พศ. 2471 สมเด็จพระวันรัต ได้แต่งตั้งท่านให้กลับมาเป็นเจ้าอาวาส วัดชีโพน และเมื่อปี พศ. 2480 ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ราชทินนานามว่า “พระอรรถทัสสีสุทธิพงศ์” ทั้งได้เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าคณะแขวง (ยุคสงครมโลก ยุคสมัยเดียวกับที่ หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติยังแข็งแรงอยู่ ,หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่ออ่ำ วัดวงฆ้อน และหลวงพ่อขันวัดนกกระจาบยังมีชื่อเสียงขจรขจาย) และในปี พศ. 2486 ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นศึกษาจังหวัด เมื่อ พศ. 2500 ปีฉลองยี่สิบห้าพุทธศตวรรต ท่านได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น “พระราชปัญญามุนี” จนสุดท้ายท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อพศ. 2502

ท่านเจ้าคุณอาจารย์ ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 28 มกราคม พศ. 2503 เวลา 14.40 น.

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:31 น.] #1710275 (4/27)


(N)


ท่านเจ้าคุณอาจารย์นั้น เป็นพระมหาเถระที่ทรงไว้ซึ่งอรรถธรรม และวิปัสสนาญาณชั้นสูง สำเร็จกรรมฐานในสายของสมเด็จพระวันรัต (เฮง) แห่งวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นสำนักกรรมฐานที่เชี่ยวชาญ และแตกฉานที่สุด มาจนถึงทุกวันนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านเจ้าคุณอาจารย์ ยังสำเร็จกรรมฐานเบื้องต้น จากสำนักวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม จ.อุทัยธานี ทั้งเป็นพระสงฆ์ที่ทรงไว้ซึ่งพุทธาคมในระดับชั้นสูง

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:32 น.] #1710277 (5/27)


(N)


ดังเรื่องเล่าจากหลานท่านเอง คือ นายบุญช่วย กัณหยูวะ ว่าท่านสามารถย่น และย่อระยะทางได้ คือคนมานิมนต์ท่าน แล้วเลยนั่งรถกลับไปงานก่อน เมื่อถึงงานกลับเห็นท่านนั่งอยู่สักพักใหญ่แล้ว ทั้งท่านยังสามารถอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมามอบให้แก่ศิษย์อยู่บ่อย ๆ มีครั้งหนึ่ง นายบุญช่วย เคยได้รับการลงกระหม่อมจากท่านเจ้าคุณอาจารย์ จนปรากฏว่าหนังเหนียว ยิงแทงไม่เข้า มีชื่อเสียงไปทั่วขนาดงานวัดไหน ๆ ลงนายบุญช่วยไปเที่ยวงาน บรรดาพวกนักเลงหัวไม้ ทั้งมีมีด มีปืน เป็นต้องเลี่ยงหลบออกไปไกล ๆ ไม่กล้าต่อกรด้วยได้ ข่าวนายบุญช่วยหนังเหนียว เป็นนักเลงโต ลือกันอยู่นาน จนท่านคงรำคาญ จึงใช้ให้เด็กวัดไปตามมาพบท่าน แล้วท่านก็ให้เด็กวัดไปหักก้านมะละกอมาถวายท่าน เมื่อได้ก้านมะละกอแล้ว ท่านจึงหยิบก้านมะละกอตีไปที่หัวนายบุญช่วย ปรากฏว่า นายบุญช่วยที่ว่าหนังเหนียว ยิงแทงไม่เข้า เมื่อโดนก้านมะละกอตีหัวเพียงเบา ๆ กลับหัวแตก เลือดโชก และเลิกหนังเหนียวนับแต่บัดนั้น

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:32 น.] #1710279 (6/27)


(N)


และท่านเจ้าคุณอาจารย์ยังเป็นสหธรรมมิกสนิทกับ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลีอีกด้วยได้เคยไปสอนกรรมฐานที่สำนักวัดประดู่ฉิมพลี ตามคำนิมนต์ของหลวงปู่โต๊ะ อยู่เป็นเวลานาน และเจริญกรรมฐานร่วมกัน รวมทั้งได้ร่วมปลุกเสกพระสมเด็จในยุคแรกของหลวงปู่โต๊ะอีกด้วย จึงน่าคิดต่อไปว่า ในสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เผยแพร่พระธรรมกายใหม่ ๆ เป็นสมัยที่สมเด็จพระวันรัต เฮง ถึงแก่มรณภาพแล้ว ท่านเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุองค์ต่อมา ก็ได้อุดหนุน ช่วยเหลือหลวงพ่อวัดปากน้ำในการเผยแพร่พระธรรมกาย จนคนรู้จักทั่วประเทศ และหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ กับหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ก็รู้จักมักคุ้นกัน จนถึงขนาดลบถม ผงพระแบ่งปันกัน จึงน่าเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำ ก็น่าจะรู้จักสนิทสนมกับท่านเจ้าคุณอาจารย์เป็นอย่างยิ่ง ครั้นพอหลวงปู่ผาด ซึ่งเป็นพระรุ่นศิษย์ มาอยู่ในสำนักของท่านเจ้าคุณอาจารย์วัดชีโพน ท่านก็ถูกส่งตัวให้มาเรียนกรรมฐานที่วัดมหาธาตุ พระนคร เช่นเดียวกับท่านเจ้าคุณอาจารย์เคยปฎิบัติมา โดยอยู่จำพรรษาที่วัดพระเชตุพน หรือวัดโพธิ์ท่าเตียน ด้วยเหตุนี้ หลวงปู่ผาด จึงได้เรียนธรรมกายในสำนักวัดปากน้ำ จนปรากฏว่าท่านสำเร็จธรรมกายชั้นสูงในเวลาต่อมา จนได้รับการประกาศยืนยันจากปากของหลวงพ่อวัดปากน้ำเองเลยดังนี้

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:33 น.] #1710281 (7/27)


(N)


ประวัติโดยย่อ ของหลวงปู่ผาด ท่านเกิดเมื่อวันอาทิตย์ แรม 13 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 24 กันยายน 2459 บิดาชื่อ นายเหนี่ยง ทองฟู มารดาชื่อนางแจ๋ว ทองฟู ท่านมีพี่น้องร่วมบิดา-มารดา เป็นชายทั้งหมด ดังนี้
1. นายผล ทองฟู ถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 60 ปี
2. พระครูมงคลสาธุวัตร (ผาด อภินันโท) ปัจจุบันอายุ 94 ปี 63 พรรษา
3. นายทองสุข ทองฟู ถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 68 ปี

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:33 น.] #1710282 (8/27)


(N)


ในวัยเด็ก แม้บิดา – มารดา จะมีฐานะยากจน แต่ท่านก็ได้พยายามเล่าเรียน โดยท่านเข้ารับการศึกษา ณ โรงเรียนประชาบาลวัดยางมณี จนจบชั้น ป.4 และได้บวชเป็นสามเณร ณ วัดยางมณี โดยมีหลวงพ่อชวน วัดยางมณี เป็นองค์อาจารย์อุปถัมภ์ให้ทั้งหมด นับว่า ท่านเป็นผู้มีความเพียรมาก มีใจฝักไฝ่ในทางธรรมมะตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก ท่านจึงเป็นที่รักใคร่สำหรับพระเถราจารย์ชั้นผู้ใหญ่ไม่น้อย เพราะสมัยนั้น ยังหาคนรู้หนังสือได้ไม่มากนัก แล้วส่วนใหญ่คนรู้หนังสือมีสติปัญญาดี มักจะมุ่งทำงานรับราชการกันหมด เมื่อท่านมีจิตใจไฝ่ธรรมมะ ประกอบกับต้องการสอบเป็นมหาเปรียญให้ได้ ท่านจึงได้รับความเมตตา จากท่านเจ้าคุณรัตนมุนี วัดชีโพน ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในสมัยนั้น รับท่านเข้าไว้เป็นศิษย์ในสำนักเรียน ของวัดชีโพน และด้วยอุปนิสัย ที่หลวงปู่ผาด เป็นคนพูดน้อย ทำงานหนัก ไม่เกี่ยงในการงานเลย มาตั้งแต่เล็ก แต่น้อย ท่านจึงเป็นสามเณรที่ว่านอน สอนง่ายที่สุด และทำการงานตามที่มอบหมายให้ สำเร็จเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง สามเณรผาด จึงเป็นที่รักใคร่ เมตตา และเป็นศิษย์น้อย คนโปรด ของท่านเจ้าคุณรัตน์ ฯ เป็นอย่างยิ่ง ถึงกับเรียกขานท่านว่า “ไอ้ดำ ไอ้ดำ” ตามสีผิวที่คล้ำของหลวงปู่

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:34 น.] #1710283 (9/27)


(N)


กล่าวถึงท่านเจ้าคุณรัตนมุนี นอกจากท่านจะเป็นเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วท่านยังเป็นศิษย์ใกล้ชิดในสำนักของหลวงปู่กลั่น วัดพระญาติการาม อีกด้วย
ท่านเจ้าคุณรัตน์มุนี วัดชีโพน ก่อนที่ท่านจะครองตำแหน่งเจ้าคณะมณฑลพระนครศรีอยุธยาในสมัยนั้นแล้ว ท่านยังเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่กล้าแข็งในเวทย์วิทยาคม เป็นที่ยอมรับนับถือจากพระเกจิอาจารย์เลื่องชื่อของพระนครศรีอยุธยาในสมัยนั้น คบหาเป็นสหธรรมสมิกเป็นอันมาก ทำนองปราชญ์ย่อมเข้าใจในปราชญ์ เช่น หลวงพ่ออ่ำ วัดวงฆ้อง ,หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ , หลวงพ่อฉาย วัดพนังเชิง , หลวงพ่อเพชร วัดนนทรี เป็นต้น โดยท่านเจ้าคุณรัตน์ ฯจะใช้เวลาว่างจากการตรวจราชการคณะสงฆ์เข้าไปกราบหลวงพ่อที่กล่าวมา ณ วัดของแต่ละท่านเสมอ ๆ ในการตรวจราชการคณะสงฆ์แต่ละครั้ง ท่านก็มักจะนำสามเณรผาด ให้ติดสอยห้อยตามท่านไปด้วยทุกครั้ง หรือบางครั้ง บางโอกาส พระเกจิอาจารย์ที่กล่าวนามมา ก็มักมากราบนมัสการท่านเจ้าคุณรัตน์ ฯ ที่วัดชีโพนเป็นประจำ มาแต่ละครั้งก็จำวัดอยู่ด้วยเป็นเวลานานหลายวัน จึงเป็นโอกาสอันดี ที่สามเณรผาด ซึ่งมีหน้าที่ปรนนิบัติรับใช้ ประจำวัดชีโพน จะได้ขอเรียนวิชาสำคัญ ๆ จากหลวงพ่อ ,หลวงปู่ เหล่านั้น และก็ได้รับการถ่ายทอดให้ด้วยความเต็มใจทุกครั้ง ไป

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:34 น.] #1710284 (10/27)


(N)


เมื่อสามเณรผาด เล่าเรียนสรรพวิชาจากสำนักวัดชีโพน จนหมดสิ้นครบถ้วนแล้ว และมีอายุครบถ้วนที่จะอุปสมบทได้ จึงได้เข้ารับการอุปสมบท โดยมี ท่านหลวงพ่อปลื้ม วัดช้าง เป็นพระอุปชาฌ์ หลวงพ่อชวน วัดยางมณี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ,หลวงพ่อแทน วัดกำแพง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ณ พัทสีมาวัดยางมณี เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2481 หลังจากอุปสมบทแล้วท่านได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดกำแพง และเทียวปรนนิบัติรับใช้ท่านเจ้าคุณรัตน์ ฯ ต่อมาอีกนานหลายสิบปี จนท่านเจ้าคุณรัตน์อยู่ในวัยชรา และมรณภาพลงในที่สุด หลวงปู่ผาด จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์พระเกจิอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญพระเวทย์แห่งเมืองอ่างทองต่อมาอีกหลายองค์

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:35 น.] #1710285 (11/27)


(N)


ต่อมา เมื่อหลวงพ่อสด หรือท่านเจ้าคุณพระมงคลเทพมุนี วัดปากน้ำภาษีเจริญธนบุรี ค้นพบวิชาธรรมกาย ใหม่ ๆ ได้มีการเผยแพร่ออกไปในหลายจังหวัด หลายวัดพากันตื่นตัว ส่งพระสงฆ์ที่เจ้าคณะปกครองเห็นสมควร ไปรับการฝึกอบรมกันมาก โดยหลวงปู่ผาดก็ได้รับการคัดเลือกส่งไปรับการอบรมด้วย โดยท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (หรือวัดโพธิ์ท่าเตียน เพื่อศึกษาวิชาทางด้านพระปริยัติ และก็เลยถูกเกณฑ์ให้ไปฝึกวิชาธรรมกายจากวัดปากน้ำด้วย เพราะสมเด็จพระสังฆราช(ป๋า) วัดโพธิ์ท่าเตียน ทรงอุปถัมภ์หลวงพ่อสด วัดปากน้ำอยู่ในขณะนั้น) และก็ปรากฏว่า ท่านปฎิบัติได้ดี และเร็วกว่าพระสงฆ์ทั่วไป อาจเป็นเพราะท่านได้รับการถ่ายทอดวิปัสสนา กรรมฐานตั้งแต่ยังเป็นเณรก็ได้ จึงทำให้ท่านเข้าถึงดวงธรรมกาย คือ กึ่งกลางกายทิพย์ของพระพุทธเจ้าได้ จนหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ถึงกับประกาศรับรองการสำเร็จวิชาธรรมกายของท่าน ต่อที่ชุมนุมสงฆ์วัดปากน้ำตอนหนึ่งว่า “แสงแห่งพระธรรมกายนั้น ถ้าหยุดถูกที่แล้ว ถูกส่วนแล้ว จะสว่างไสวยิ่งกว่า พระอาทิตย์สักร้อยดวงมารวมกัน ถ้าใครยังไม่เชื่อให้ถามพระจากอ่างทององค์นี้ดู เพราะท่านสำเร็จธรรมกาย ขั้นสูงสุด แล้ว ” พูดพลางหลวงพ่อสด ก็ชี้มือมาที่หลวงปู่ผาด ซึ่งขณะนั้นยังเป็นพระหนุ่มอยู่ และนั่นคือ คำยืนยันอันยิ่งใหญ่ ที่หลวงพ่อสด พระผู้คิดค้นวิชาธรรมกาย มีต่อหลวงปู่ผาด ถ้าเปรียบก็คล้ายใบปริญญาเอก ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญอันแสดงว่า หลวงปู่ผาด บำเพ็ญบุญเก่ามาอเนกอนันต์ชาติ นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เพราะเพียงแค่ระยะเวลาไม่นาน ท่านก็สำเร็จวิชาธรรมกายชั้นสูง จากสำนักวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:36 น.] #1710286 (12/27)


(N)


ในชั้นนี้ จะขอกล่าวว่า นอกจากหลวงปู่ผาด จะได้รับการขึ้นพระกรรมฐาน บอกวิปัสสนา ตลอดจนอักขระวิธี และพุทธาคมจากท่านเจ้าคุณรัตน์มุนี แห่งวัดชีโพน เป็นปฐมแล้ว หลวงปู่ผาดท่านยังเล่าเรียนสรรพตำรา จากพระเกจิอาจารย์นามกระเดื่องในสมัยนั้น ซึ่งเป็นสหธรรมสมิกกับท่านเจ้าคุณรัตน์มุนีอีกด้วย ที่กล่าวมานี้มิใช่เกินเลยความจริงเลย เพราะในกาลต่อมา เมื่อหลวงปู่ผาดได้มาครองวัดไร่แล้ว และมีการเปิดสำนักอบรมวิปัสสนาชั้นสูงขึ้นที่วัดไร่ เวลามีงานสำคัญ เป็นงานปีของวัดไร่ ท่านก็ได้ทำพิธีปรุงยา หุงว่าน แจกจ่ายให้กับประชาชน เป็นประจำทุกปี ว่ากันว่า ตำราว่านยาที่ท่านปรุงนี้ เป็นตำรายาของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค แต่ปัจจุบันเป็นที่น่าเสียดายว่า วิชาปรุงยา หุงว่านนี้ ไม่มีใครได้รับถ่ายทอดไว้เลย และประเพณีปรุงยา หุงว่าน ก็ไม่มีต่อไป หลังจากสำนักวิปัสสนาของวัดไร่ปิดตัวลง พร้อมกับความชราภาพของหลวงปู่ ฯ

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:36 น.] #1710287 (13/27)


(N)


ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2495 เมื่อตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไร่ว่างลง ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดไร่ โดยท่านได้ทำคุณประโยชน์แก่วัดไร่เป็นอันมาก เช่น ตั้งสำนักอบรมวิปัสสนา กรรมฐาน ตามแนวทางวิชาธรรมกาย ของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ (ในสมัยที่หลวงปู่ผาด ยังแข็งแรงอยู่นั้น ท่านได้เปิดสำนักวัดไร่ สอนกรรมฐาน และขึ้นกรรมฐานแก่พระเณร และฆราวาสที่สนใจ โดยเน้นสอนตามแนวทางวิชาธรรมกาย ขนานแท้ ที่หลวงพ่อสด ค้นพบ ท่านว่า ไม่ยาก และไม่ง่ายเกินไปสำหรับฆราวาสผู้ครองเรือนจะเข้าถึงได้ โดยท่านสอนด้วยตนเอง มีผู้นิยมเรียนกันมากมาย หลักในการสอนของท่านคือ ในชั้นแรก จะอบรมกุลบุตร กุลธิดาให้ระวัง และสำรวมในอินทรีย์ทวาร นำจิตไปจดจ่อ จับอารมณ์ที่เกิดขึ้นในอายตนะ 16 เมื่อมีจิตเป็นสมาธิแล้ว จึงได้ขึ้นพระกรรมฐานให้ต่อไป หากผู้ใดขึ้นพระกรรมฐาน กองหนึ่งกองใด ใน 40 กองได้คล่องแคล่วแล้ว ท่านก็จะสอนในเรื่องของวิปัสสนาญาณ ทั้งชั้นกลาง และชั้นสูงให้ต่อไป ผู้ที่ได้มาอบรมกับท่านนั้น ที่เป็นพระมาขึ้นกรรมฐานในเบื้องต้นกับท่าน และต่อด้วยวิปัสสนาญาณทั้งชั้นกลาง และชั้นสูง และต่อมากลายมาเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังของอ่างทอง ก็มี หลวงพ่อทรง วัดศาลาดิน และหลวงพ่ออ่อน วัดเขียน อ.วิเศษชัยชาญ อ่างทอง

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:37 น.] #1710290 (14/27)


(N)


สำหรับหมู่กุฎิของวัดไร่ ซึ่งมีความสวยงามผิดไปจากวัดราษฏร์อื่น ๆ ในจังหวัดอ่างทอง เพราะได้รับแบบการก่อสร้างจากหมู่วิหารวัดโพธิ์ท่าเตียน กรุงเทพนั่นเอง มาในสมัยหลวงปู่ผาด เป็นเจ้าอาวาส ท่านมุ่งสงเคราะห์ และพัฒนาจิตใจคน ต้องการให้ชาวบ้านเข้าถึงธรรมมะ ต้องการให้ชาวบ้านถือศีล ภาวนาหลังเสร็จสิ้นจากการประกอบอาชีพ โดยต้องการให้วัดไร่ เป็นสถานปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐานดุจเดียวกับวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อสด เจ้าตำหรับวิชาธรรมกาย ท่านจึงก่อสร้างถาวรวัตถุขนาดใหญ่อีกหลายหลัง สิ้นงบประมาณก่อสร้างไปจำนวนมาก และยังขาดปัจจัยอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน แต่ชาวบ้านที่สนใจในเรื่องการปฎิบัติวิปัสสนามีน้อย อีกทั้งยังขาดงบประมาณการสนับสนุนจากทางศาสนจักร และทางราชการ จึงทำให้การก่อสร้างศูนย์วิปัสสนากรรมฐานแห่งอ่างทอง จำต้องหยุดชะงักลง และกลายมาเป็นสิ่งก่อสร้างร้างมาจนถึงทุกวันนี้

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:37 น.] #1710292 (15/27)


(N)


อย่างไรก็ตาม คุณูปการของหลวงพ่อ ในงานด้านการ สงเคราะห์ญาติโยม และด้านงานสาธารณูปโภค การก่อสร้างถาวรวัตถุของวัด มีดังนี้
- สร้างพระอุโบสถ ขนาดกลาง 1 หลัง
- สร้าง และอุปถัมภ์โรงเรียนวัดศาลาดิน
- บูรณะหอสวดมนต์, ศาลาการเปรียญ
- สร้างศาลาบำเพ็ญกุศล , สร้างศาลาเมรุ ,ปรับปรุงศาลาวิปัสสนา ,ห้องพักผู้ปฎิบัติธรรม
- สร้างพระศรีโพธิ์โลกุตมาจารย์ (ปางตรัสรู้) ,สร้างพระนอนปางปรินิพาน (ยาว 7 วา 2 ศอก ) และอีกมากมาย
- สร้างสำนักเรียนวิปัสสนาประจำวัดไร่ ปัจจุบันยังค้างคา ไม่แล้วเสร็จ

แม้ทุกวันนี้ หลวงปู่จะมีอายุกาลเข้าวัยชราภาพมากแล้ว แต่ก็ยังคงอารมณ์อยู่ในวิปัสนาญาณชั้นสูงอยู่ทุกขณะจิต ฉันอาหารได้มาก และดี ยังแข็งแรง ยังมีความจำดีเลิศ ไม่หลงลืม ไม่ยินดียินร้ายในสมบัติของโลกทุกชนิด เคยมีพระสงฆ์ผู้รู้ทางในบอกเอาไว้ในหมู่นักปฎิบัติหลังจากมากราบหลวงปู่ผาด ที่วัดไร่ ว่า “ พระอรหันต์นั้นหาไม่ยาก ”

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:38 น.] #1710294 (16/27)


(N)


ชื่อเสียงของหลวงปู่ผาด ไม่เพียงแต่ท่านจะเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักปฎิบัติวิปัสสนาว่า ท่านเป็นยอดวิปัสสนา เท่านั้น หลวงปู่ผาด ยังทรงภูมิรู้ในหลายด้าน เช่น ภูมิรู้ในเชิงช่าง การก่อสร้าง ,การรักษาโรค ทั้งโรคที่เกิดจากกรรมเก่า หรือโรคร้ายต่าง ๆ ได้ ตัวอย่างในเรื่องนี้ คือ เมื่อวัดมีงานประจำปี หลวงปู่ผาด จะทำการหุงน้ำมันว่านเพื่อรักษาโรค ดังหลักฐานใบเชิญชวนให้มาร่วมงานประจำปีของวัดไร่ ที่มีการปรุงยารักษาโรคต่างๆ และน้ำมันมนต์ เป็นต้น กล่าวกันว่า เมื่อหลวงปู่ผาดประกอบพิธีปรุงยา หุงน้ำมันมนต์แล้ว ผู้ที่อยู่ในบริเวณงาน หากมีคุณไสย หรือถูกผีเข้า เจ้าสิงแล้ว จะแสดงอาการออกมาทันที

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:39 น.] #1710295 (17/27)
เรียนเชิญร่วมเผยแพร่ วัตถุมงคลขอหลวงปู่ผาดครับ

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:41 น.] #1710296 (18/27)


(N)



โดยคุณ takechivirus (317)(2)   [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 10:48 น.] #1710306 (19/27)
สุดยอด พระเกจิอีกท่านหนึ่งครับ สาธุ

โดยคุณ sontanaa (362)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 11:05 น.] #1710323 (20/27)
ส่วนตัวชอบสะสมวัตถุมงคลของท่านเหมือนกันครับ สุดยอดมากกกก

โดยคุณ นุซัง (696)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 11:27 น.] #1710350 (21/27)

โดยคุณ sitti (2.6K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 11:52 น.] #1710377 (22/27)

โดยคุณ newwave9 (1.3K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 12:02 น.] #1710393 (23/27)
น่าศรัทธามากครับ พระอริยสงฆ์รูปนี้ หากได้ไปกราบจะพบว่า สามารถเข้าถึงท่านได้ง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตรองมากมาย ท่านเรียบง่าย สมณะ น่าเคารพและนับถือมาก ๆ ครับ

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 12:07 น.] #1710402 (24/27)
โดยคุณ newwave9 (203.153.166.*) [22 Jun 2011 12:02] #1710393 (23/23)

น่าศรัทธามากครับ พระอริยสงฆ์รูปนี้ หากได้ไปกราบจะพบว่า สามารถเข้าถึงท่านได้ง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตรองมากมาย ท่านเรียบง่าย สมณะ น่าเคารพและนับถือมาก ๆ ครับ

==================
ครับพี่ ๆ ถ้าไปเที่ยวอ่างทอง อย่าลืมแวะไปกราบนมัสการท่านครับ

โดยคุณ nkkrala (2K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 12:10 น.] #1710409 (25/27)
โดยคุณ takechivirus (180.183.240.*) [22 Jun 2011 10:48] #1710306 (19/24)

สุดยอด พระเกจิอีกท่านหนึ่งครับ สาธุ



โดยคุณ sontanaa (202.91.23.*) [22 Jun 2011 11:05] #1710323 (20/24)

ส่วนตัวชอบสะสมวัตถุมงคลของท่านเหมือนกันครับ สุดยอดมากกกก



โดยคุณ นุซัง (116.68.148.*) [22 Jun 2011 11:27] #1710350 (21/24)





โดยคุณ sitti (223.207.148.*) [22 Jun 2011 11:52] #1710377 (22/24)

==================
ครับพี่ ๆ เชิญชวน ไปกราบนมัสการหลวงปู่กันครับ

โดยคุณ sak009 (5.5K)  [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 12:52 น.] #1710455 (26/27)
พระเหนือพรหมหากบูชาของหลวงปู่ดู่ไม่ไหว ก็ต้องของท่านเลยครับ

โดยคุณ ออนไลน์ (884)(1)   [พ. 22 มิ.ย. 2554 - 16:08 น.] #1710611 (27/27)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5