 (N)

เหรียญพระพุทธชินราช นรช.๔๔
๑.ความเป็นมา
ต้นปี ๒๕๕๔ กลุ่มนักเรียนช่างชลประทาน รุ่น ๔๔ เตรียมจัดงานชลกรสัมพันธ์ขึ้น โดยปีนี้มีชลกรภาคใต้รับเป็นเจ้าภาพการจัดงาน ซึ่งได้กำหนดไว้ที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ ๕-๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ สำหรับการจัดงานที่ภูเก็ตในปีนี้นับว่าเกิดความกังวลอย่างมากว่าจะเกิดอุปสรรคและผู้มาร่วมงานจะมีความกังวลเพราะเพิ่งเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งมีคำทำนายว่าอาจเกิดสึนามิในประเทศไทยบริเวณที่จัดงานในช่วงเวลาดังกล่าว คณะเจ้าภาพทางภาคใต้เล็งเห็นว่าการจัดงานตลอด ๑๙ ปีที่ผ่านมาเป็นการจัดงานอย่างทั่วไป และยังไม่เคยจัดทำพระเป็นของที่ระลึกกับผู้มาร่วมงาน จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีและด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์การจัดสร้างพระเครื่องเพื่อแจกจ่ายก็เป็นบุญกุศลและสิ่งเสริมสร้างกำลังใจต่อกระแสข่าวต่างๆ
๒.การออกแบบเหรียญ
ในการนี้ คณะเจ้าภาพทางภาคใต้โดย บื้อ ๔๔ จึงได้หารือวัตถุประสงค์การจัดสร้างพระเครื่องกับ แพะ ๔๔ และยุ่น ๔๔ เห็นว่าด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ควรจัดสร้างเหรียญพระพุทธที่เป็นที่เคารพและศรัทธาของมหาชนด้วยเนื้อโลหะที่คงทนถาวร มีรูปทรงเป็นรูปอาร์มคล้ายเหรียญสู้ ด้านหน้าเหรียญจะเป็นแบบรูปพระพุทธชินราชที่มีความอ่อนช้อยงดงาม เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปที่งดงามและเป็นที่เคารพและศรัทธาของมหาชนชาวไทยมาหลายร้อยปีแล้ว ส่วนด้านหลังจะใช้ยันต์พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า ที่มีสรรพคุณคุ้มครองอันตรายทั้งปวง กันโรคภัยไข้เจ็บคุณไสยทั้งมวล แม้ทำการใดก็สำเร็จ มีอานุภาพสูงส่งมาก ซึ่งมีพระเกจิอาจารย์ที่อาราธนาใช้พระยันต์นี้จำนวนมากแต่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักสองท่าน คือ พระภาวนาโกศลเถระ หรือหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังราชวรวิหาร จ.กรุงเทพฯ และหลวงพ่อกวย ชุตินธโร วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท และเพิ่มสัญญลักษณ์นาคเจ็ดเศียรในหยดน้ำพร้อมข้อความรายละเอียดต่างๆ
หลวงปู่เอี่ยม หลวงพ่อกวย
๓.การแกะบล็อกและโค๊ด
เพื่อให้การจัดสร้างพระเป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างดีที่สุด จึงได้เสาะหาช่างที่มีผลงานที่ประจักษ์ว่าสวยงามและมีประสบการณ์การจัดทำเหรียญ และเห็นว่าช่างหลอดมีผลงานการจัดสร้างเหรียญมาก โดยเฉพาะเหรียญล่าสุดคือเหรียญเสมารุ่น ๒ หลวงพ่อหวั่น จังหวัดพิจิตร ทีมงานจึงได้ติดต่อและว่าจ้างช่างหลอดให้บรรจงแกะบล็อก ๑ ชุด ซึ่งมีความงดงามสมปราถนาของผู้จัดงาน และระหว่างที่ช่างแกะบล็อกนั้น เนื่องจากเป็นการอัญเชิญรูปพระพุทธชินราชมาเป็นมิ่งมงคลทางทีมงานไม่สามารถเดินทางไปบอกกล่าวที่พิษณุโลกได้ทันจึงได้จุดธูปกลางแจ้งบอกกล่าวที่กรุงเทพในเบื้องต้น
สำหรับโค๊ดที่ใช้ตอกเพื่อเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ ทีมงานเห็นว่าการจัดงานชลกรสัมพันธ์ที่ภาคใต้ครั้งนี้เห็นควรใช้โค๊ดตัวยันต์นะมหามงคลของสำนักเขาอ้อของท่านอาจารย์ศรีเงินที่อยู่ทางภาคใต้ และเพื่อให้เป็นมงคลสำหรับผู้ได้รับเหรียญนี้ ซึ่งทีมงานได้จุดธูปกลางแจ้งบอกกล่าวที่กรุงเทพในเบื้องต้น
๔.การปั๊มเหรียญและจำนวนสร้าง
เมื่อช่างหลอดแกะบล็อกเสร็จเรียบร้อยแล้วทางทีมงานได้เร่งประสานงานกับโรงงานแถวบางพลัดเพื่อปั๊มเหรียญ โดยได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์ดำจารแผ่นยันต์ตามสูตรของวัดละหารไร่ จำนวน ๘๐ แผ่นเพื่อหลอมรวมในการสร้างครั้งนี้ โดยมีจำนวนสร้างดังนี้
๔.๑ เหรียญเนื้อตะกั่วจำนวน ๔ เหรียญ(ตอกโค๊ด)
๔.๒ เหรียญเนื้อทองคำจำนวน ๖ เหรียญ(ตอกโค๊ด-ตอกเลข)
๔.๓ เหรียญเนื้อเงินจำนวน ๘๐ เหรียญ(ตอกโค๊ด-ตอกเลข)
๔.๔ เหรียญเนื้ออัลปาก้าจำนวน ๕๘๐ เหรียญ(ตอกโค๊ด)
๔.๕ เหรียญเนื้อทองแดงจำนวน ๘๐๐ เหรียญ(ตอกโค๊ด)
๔.๖ เหรียญเนื้อชนวนจำนวน ๑๐ เหรียญ(ตอกโค๊ด)
๔.๗ เหรียญเนื้ออัลปาก้าหลังเรียบจำนวน ๑๓๐ เหรียญ(จารยันต์ห้าเพิ่มเติม)
๔.๘ เหรียญเนื้อชนวนหลังเรียบจำนวน ๑๒๐ เหรียญ(จารยันต์ห้าเพิ่มเติม)
เหรียญเนื้อทองคำ
๕.การปลุกเสก
เมื่อปั๊มเหรียญเสร็จในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๔ ทีมงานได้นำเหรียญเดินทางไปที่จังหวัดเลยในคืนนั้นและเช้าวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ทีมงานได้เข้านมัสการพระอาจารย์ดำ วัดป่าศรีมงคล ซึ่งเป็นศิษย์เอกหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ นับเป็นศิษย์หลานหลวงปู่ทิม และเนื่องจากมีเวลาจำกัดพระอาจารย์ดำได้เมตตาอย่างมากในการจารยันต์เพิ่มเติมสำหรับเหรียญเนื้อพิเศษและปลุกเสกให้ตลอดคืน ทั้งยังได้ขอเมตตาจากหลวงพ่อสุพัฒน์ วัดเลยหลงที่เป็นเกจิที่ขึ้นชื่อว่ามีสมาธิสูงสามารถนั่งเสกพระได้ตลอดสี่ชั่วโมงโดยไม่ขยับเขื้อน มาปลุกเสกเดี่ยว อีกทั้งยังได้หลวงตาพัน วัดป่าสันติธรรม ที่เป็นพระเกจิสายพระอาจารย์มั่นที่ดังเงียบในพื้นที่จังหวัดเลยและที่เก็บตัวไม่ปลุกเสกให้ใครง่ายๆ ก็เมตตาปลุกเสกเดี่ยวให้เป็นกรณีพิเศษ
ยังมีเรื่องอัศจรรย์ที่ลึกซึ้งเกินบรรยายเกิดขึ้น คือในคืนวันอาทิตย์ที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เมื่อพระอาจารย์ดำได้นั่งสมาธิปลุกเสกเหรียญนั้น ในสมาธิได้เห็นหลวงปู่ชรารูปหนึ่งมานั่งร่วมปลุกเสกพระเครื่องอยู่ด้วยจนพระอาจารย์ดำออกจากสมาธิเมื่อลืมตาขึ้นก็ยังเห็นหลวงปู่นั่งปลุกเสกอยู่ถามว่าท่านมาหาใครท่านก็ไม่ตอบ หลังจากหลวงพ่อดำจำวัดไปแล้วตื่นขึ้นมาก็ยังเห็นท่านนั่งปลุกเสกอยู่ และในวันรุ่งขึ้นเมื่อพระอาจารย์ดำ นำพระไปพร้อมลูกศิษย์เมื่ออุ้มไปถึงวัด ปรากฎว่าหลวงพ่อสุพัฒน์ วัดเลยหลง ถามขึ้นมาว่าไปปลุกเสกที่ไหนมาแล้ว หลวงพ่อดำกล่าวว่า ลูกศิษยืเอามาให้เมื่อวาน ก้นำมาให้หลวงพ่อปลุกต่อเลยครับ ปรากฏว่า หลวงพ่อสุพัฒน์กล่าวขึ้นมาว่า หลวงปู่เฒ่าท่านเสกมาเต็มที่แล้วนะ” แต่ท่านก็เมตตาเสกให้เพิ่มเติมอีก
ลงชื่อแล้วส่งซองเปล่าติดแสตมป์สิบบาทมาที่ ชยุต อุตสาหะชัย ตู้ป.ณ.๑๗ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ๓๙๐๐๐ มีแค่ ๑๐ เหรียญ ที่นำมาแจกครับ เสือปืนไวรีบหน่อย กรุณาทำตามกติกา ๑๐ ท่านแรกที่ลงชื่อและส่งจดหมายใส่ซองเปล่าติดแสตมป์สิบบาทมาให้ผมเท่านั้นจึงจะมีสิทธ์ได้รับเหรียญนี้ไปครับ |