 (N)

ศรีปราชญ์เกิดมาในยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งถือได้ว่า
"เป็นยุคทองของวรรณคดี" เพราะช่วงนั้น บ้านเมืองมีความสงบ ไม่ต้อง
ออกศึกสู้รบกับใคร (แต่ช่วงนี้ ถึงไม่มีศึกนอก แต่เรามีศึกใน...ในใจของ
คนไทยกันเองครับ) ศรีปราชญ์ก็จะเก่งด้านการแต่งกลอน กาพย์ โคลง
จึงเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นอย่างยิ่ง
ครั้งหนึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ส่งศรีปราชญ์ให้มารับราชการ
อยู่กับเจ้าพระยานครศรีธรรมราชน ซึ่งเจ้าพระยานครฯ ก็โปรดปรานศรี
ปราชญ์ไม่น้อย ด้วยเป็นคนฉลาด มีความรู้ความสามารถหลายอย่าง
เป็นที่ปรึกษาราชการต่าง ๆได้อย่างดี
แต่เมื่อเวลาล่วงมาวันหนึ่ง ภรรยาน้อยของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช
เกิดชอบในบทกลอนที่ศรีปราชญ์แต่งขึ้น และหลงรักศรีปราชญ์
และทรงลอบส่งสาสน์ไปให้ศรีปราชญ์ แต่เมื่อศรีปราชญ์อ่านสาสน์
ก็คิดจะตอบกลับไปว่ารักของเราคงเป็นไปไม่ได้ แต่เกิดโชคร้ายเมื่อขุน
นางราชสำนักมาเห็นสาสน์นี้เข้า จึงเกิดเข้าใจผิดและนำความไปกราบ
ทูลแก่เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชว่า ภรรยาน้อยของท่านลักลอบคบชู้กับ
เจ้าศรีปราชญ์ เมื่อทราบความดังนั้นเจ้าเมืองก็ทรงกริ้วมากจึงนำคู่กรณี
ทั้งสองมาพบกัน แต่ภรรยาน้อยได้ใช้มารยาหญิงใส่ร้ายป้ายสีว่า
ศรีปราชญ์เป็นคนเริ่มก่อน เจ้าเมืองก็หลงเชื่อและสั่งประหารศรีปราชญ์
ในลานประหารที่เป็นเนินดินปนทราย ก่อนที่เพชฌฆาตจะลงดาบ
ศรีปราชญ์ได้ใช้หัวแม่เท้าเขียนบทโคลงสี่สุภาพลงบนพื้น ใจความว่า
ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมล้าง ดาบนี้คืนสนอง
หลังจากศรีปราชญ์ตาย วันหนึ่ง เมื่อพระนารายณ์ทรงแต่งโคลงกลอน
ติดขัด หาคนแต่งต่อให้ถูกพระทัยไม่ได้ ก็ทรงระลึกถึงศรีปราชญ์ ก็ตรัส
ให้เรียกตัวกลับ เมื่อพระองค์ทรงทราบข่าวว่า ตอนนี้ศรีปราชญ์ได้จาก
โลกนี้ไปแล้วด้วยต้องโทษประหารจากเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ก็ทรง
พระพิโรธ ตรัสว่า"อ้ายพระยานครศรีฯ มันถือดีอย่างไร? ที่บังอาจสั่งประ
หารคนในปกครองของกูโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดของอ้ายศรีฯ นั้น
ขนาดมันล่วงเกินกูในทำนองเดียวกัน กูยังไว้ชีวิตมันเลย ไม่ได้การไอ้คน
พรรค์นี้เอาไว้ไม่ได้ "ว่าแล้วก็ตรัสให้นำเจ้าพระยานครศรีฯไปประหาร
ชีวิต ด้วยดาบเล่มเดียวกันกับที่ประหารศรีปราชญ์" |