ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : **** มาทำความเข้าใจกับ กฎหมายลิขสิทธิ์ *****

(N)
เพื่อนผมที่เป็นนักกฎหมาย ส่งมาให้อ่านครับ เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านครับ

โดยคุณ c_chai27 (1.9K)  [อา. 03 เม.ย. 2554 - 21:03 น.]



โดยคุณ c_chai27 (1.9K)  [อา. 03 เม.ย. 2554 - 21:03 น.] #1612116 (1/12)
กฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศไทยให้ความ คุ้มครองแก่งานที่ทำเสร็จแล้วทุกงานโดยไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงการสงวน ลิขสิทธิ์หรือดำเนินการจดทะเบียนลิขสิทธิ์งานนั้นเป็นการให้ความคุ้มครองโดย อัตโนมัติเพียงแต่อยู่ในเงื่อนไขของกฎหมายดังนี้

งานที่สามารถมี ลิขสิทธิ์ได้คือ งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรมศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนต์ สิ่งบันทึกเสียงงานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใดแต่ ทั้งนี้ไม่ครอบคลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธี หรือระบบหรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบหรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์

ส่วนงานที่ไม่ สามารถมีลิขสิทธิ์ได้คือ 1.) ข่าวประจำวันและข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดีแผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ 2.) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย 3.) ระเบียบข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรมหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น 4.) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัยและรายงานของทางราชการ 5.) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่างๆ ตามข้อ 1 ถึง 4ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ หรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น

การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ ก็คือ ผู้ใดสร้างผู้นั้นเป็นเจ้าของ และอยู่ภายใต้มีเงื่อนไขดังนี้

1.) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางานผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย หรืออยู่ในราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็นภาคี แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยตลอด ระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในงานสร้างสรรค์นั้น หมายถึงว่าในตลอดระยะเวลาที่สร้างสรรค์งานนั้นผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นลักษณะ ใดลักษณะคือ เป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยุ๋ในราชอาณาจักณ หรือเป็นผู้มีสัญชาติในประเทศภาคีสมาชิกอยู่ตลอดเวลา หรือเป็นเวลาส่วนใหญ่ถ้าสร้างงานในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศไทย หรือในประเทศที่เป็นภาคีสมาชิกย่อมไม่ได้ลิขสิทธิ์นั้นในประเทศไทย

2.) ในกรณีที่มีการโฆษณางานแล้วถ้าการโฆษณางานนั้นได้ทำเป็นครั้งแรกในประเทศไทย หรือในประเทศที่เป็นภาคีสมาชิก (กรณีที่สร้างงานในประเทศอื่น)ย่อมได้ลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หรือถ้าครั้งแรกไม่ได้โฆษณาในประเทศไทยหรือในประเทศที่เป็นภาคีสมาชิก แต่ว่าได้มีการโฆษณาครั้งต่อมาในประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคีสมาชิกภายใน เวลา 30 วันนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มีการโฆษณา ย่อมได้ลิขสิทธิ์ในประเทศไทยหรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกในประเทศอื่นแต่ ถ้าผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลในลักษณะตามข้อ 1ก็สามารถได้ลิขสิทธิ์ในประเทศไทย

ในกรณีที่กฎหมายบังคับว่าผู้ สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยถ้าหากว่าผู้สร้างสรรค์งานนั้นเป็น นิติบุคคลนิติบุคคลนั้นก็ต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยด้วย

มีบางกรณีที่ผู้สร้างสรรค์นั้นเป็นพนักงาน หรือลูกจ้าง พนักงานหรือลูกจ้างนั้นก็ยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่เว้นเสียแต่ว่าได้มี การตกลงกันไว้ว่าให้เป็นของนายจ้างโดยมีการทำเป็นหนังสือไว้ แต่ถึงแม้ว่าลิขสิทธิ์จะเป็นของพนักงาน หรือลูกจ้างนายจ้างก็ยังคงมีสิทธิที่จะนำงานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น

แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ผู้สร้างงานได้สร้างขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่นโดยเฉพาะ ลิขสิทธิ์นั้นย่อมตกแก่ผู้ว่าจ้างงานเว้นแต่ว่าจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่าง อื่น

หากงานใดที่เป็นงานดัดแปลงมาจากงานที่มีลิขสิทธิ์โดยได้รับ อนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธ์ให้งานที่ได้ดัดแปลงนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ที่ดัด แปลงแต่ทั้งนี้จะไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงาน เดิมที่ถูกดัดแปลง

กรณีที่มีการรวบรวมงานที่มีลิขสิทธิ์หลายๆงาน เข้าด้วยกันโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์หรือเป็นการนำเอาข้อมูลหรือ สิ่งอื่นใดซึ่งสามารถอ่านหรือถ่ายทอดได้โดยอาศัยเครื่องกลหรืออุปกรณ์อื่นใด มารวบรวมหรือประกอบเข้ากันโดยที่วิธีการลำดับในการนำเสนอนั้นไม่ได้ลอกเลียน งานของคนอื่นผู้ที่ทำนั้นย่อมได้ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้รวบรวมนั้นแต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานหรือข้อมูลหรือสิ่ง อื่นใดของผู้สร้างสรรค์เดิมที่ถูกนำมารวบรวมหรือประกอบเข้ากัน

การคุ้มครองลิขสิทธิ์ เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการกระทำต่อไปนี้


1.) ทำซ้ำหรือดัดแปลง

2.) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

3.)ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนต์ และสิ่งบันทึกเสียง
4.) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น

5.) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิ์ตามข้อ 1 ถึง 3โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้แต่เงื่อนไขที่กำหนดจะกำหนดในลักษณะ ที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้

หากเจ้าของ ลิขสิทธิ์อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิ์ในงานนั้นเจ้าของลิขสิทธิ์ยังสามารถที่จะ อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้อีกเว้นแต่ในหนังสืออนุญาตให้ใช้สิทธินั้น ได้ระบุเป็นข้อห้ามไว้

เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถที่จะโอนลิขสิทธิ์ ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้โดยการโอนจะมีกำหนดเวลาหรือจะ ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้โดยจะต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ ผู้โอนและผู้รับโอนถ้าหนังสือนั้นไม่ได้กำหนดระยะเวลากันไว้ให้ถือว่าเป็น การโอนมีกำหนดระยะเวลา 10 ปี เว้นแต่เป็นการโอนกันทางมรดก

อายุของ การคุ้มครองลิขสิทธิ์จะมีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์และมีอยู่ต่อไปอีก 50 ปี นับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายถ้างานใดมีผู้สร้างสรรค์มากกว่า 1 คนก็ให้ลิขสิทธิ์นั้นยังคงมีอยู่จนกว่าผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ ความตาย และให้มีอายุต่อไปอีก 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตายแต่ถ้าถึงแก่ความตายหมด ก่อนที่งานนั้นจะได้มีการโฆษณาก็ให้ลิขสิทธิ์นั้นมีอายุ 50 ปีนับตั้งแต่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก
ข้อยกเว้น


ในกรณีที่ ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ลิขสิทธิ์นั้นมีอายุ 50ปีนับตั้งแต่ได้มีการสร้างสรรค์ แต่ถ้ามีการโฆษณางานนั้นภายในระยะ 50ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้น ให้ลิขสิทธิ์มีอายุ 50ปีนับตั้งแต่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก

หรือกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ใช้ นามแฝงหรือว่าไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ให้ลิขสิทธิ์นั้นมีอายุ 50 ปีนับตั้งแต่ได้สร้างงานนั้นแต่ถ้างานนั้นได้มีการโฆษณาภายในระยะเวลา 50 ปีนับแต่สร้างงาน ให้มีอายุ50 ปีนับแต่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก

ใน กรณีที่เป็นงานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนต์ สิ่งบันทึกเสียงหรืองานแพร่ภาพ ให้มีอายุ 50 ปีนับแต่สร้างงานนั้นหรือถ้าได้มีการโฆษณาครั้งแรกภายในเวลา 50 ปีนับแต่สร้างงาน ให้มีอายุ 50ปีนับแต่การโฆษณาครั้งแรก

ลิขสิทธิ์ ในงานเกี่ยวกับศิลปประยุกต์ มีอายุ 25 ปีนับแต่สร้างงานหรือถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นภายในเวลา 25 ปีนับแต่สร้างงานให้ลิขสิทธิ์นั้นมีอายุ 25 ปี นับตั้งแต่การโฆษณาครั้งแรก

ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างขึ้นโดยการจ้าง หรือตามคำสั่ง ให้มีอายุ 50ปีนับแต่วันที่สร้างงาน ถ้ามีการโฆษณางานนั้นภายในเวลา 50ปีนับตั้งสร้างงาน ให้ลิขสิทธิ์มีอายุ 50 ปี นับแต่วันโฆษณาครั้งแรก

การ โฆษณางานที่มีลิขสิทธิ์ที่จะเป็นการเริ่มนับอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ นั้นจะต้องเป็นการโฆษณาโดยความยินยอมของเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้นและเมื่อ อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ครบกำหนดในปีใดถ้าวันที่ครบกำหนดไม่ตรงกับวัน สิ้นปีหรือกรณีที่ไม่ทราบว่าวันใดเป็นวันที่ครบกำหนดให้ลิขสิทธิ์นั้นยังคง มีอยู่ต่อไปจนกว่าจะถึงวันสิ้นปี

ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์

การกระทำบางอย่างต่อไปนี้กฎหมายถือว่าไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ คือ


1.) การกระทำใดๆก็ตามหากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์นั้นตาม ปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของ เจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควรมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และในกรณีต่อไปนี้

1.1) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร

1.2) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและบุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท

1.3) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น

1.4) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น

1.5) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาล หรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายหรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว

1.6) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏโดยผู้สอน เพื่อประโยชน์ในการสอนของตน อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร

1.7) ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงาน หรือตัดทอนหรือทำบทสรุปโดยผู้สอนหรือสถาบันศึกษา เพื่อแจกจ่ายหรือจำหน่ายแก่ผู้เรียนในชั้นเรียน หรือในสถานศึกษา ทั้งนี้ต้องไม่เป็นการกระทำเพื่อหากำไร

1.8) นำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ

2.) การกล่าว คัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงานอันมีลิขสิทธิ์ โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้นมิให้ถือว่าเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์นั้นตาม ปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของ เจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร

3.) การกระทำแก่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังต่อไปนี้หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จาก งานอันมีลิขสิทธิ์นั้นตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึง สิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควรไม่ถือว่าเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์ คือ

3.1) วิจัย หรือศึกษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น

3.2) ใช้เพื่อประโยชน์ของเจ้าของสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น

3.3) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น

3.4) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น

3.5) ทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในจำนวนที่สมควรโดยบุคคลผู้ซึ่งได้ซื้อหรือได้รับ โปรแกรมนั้นมาจากบุคคลอื่นโดยถูกต้องตามกฎหมายเพื่อเก็บไว้ใช้ประโยชน์ในการ บำรุงรักษา หรือป้องกันการสูญหาย

3.6) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดงหรือทำให้ปรากฏเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาลหรือเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว

3.7) นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ

3.8) ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในกรณีที่จำเป็นแก่การใช้

3.9) จัดทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อเก็บรักษาไว้สำหรับการอ้างอิง หรือค้นคว้าเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน

4.) การนำงานนาฏกรรม หรือดนตรีกรรมออกแสดงเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามความเหมาะสมโดยมิได้จัดทำ ขึ้นหรือดำเนินการเพื่อหากำไรเนื่องจากการจัดให้มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชน นั้นและมิได้จัดเก็บค่าเข้าชมไม่ว่าโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อมและผู้ที่แสดงในงานนั้นมิได้รับค่าตอบแทนในการแสดงนั้นมิให้ ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากว่าเป็นการดำเนินการโดยสมาคมมูลนิธิ หรือองค์กรอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสาธารณกุศล การศึกษาการศาสนา หรือการสังคมสงเคราะห์

ยังมีข้อยกเว้นสำหรับงานอื่นๆอีก ท่านสามารถหาอ่านรายละเอียดได้จากพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
โทษสำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์

การกระทำดังต่อไปนี้มีอัตราโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท


1.) ทำซ้ำ หรือดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์โดยมิได้รับอนุญาต

2.)ทำ ซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชนหรือให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานดังกล่าวอย่างใดอย่าง หนึ่งอันเกี่ยวกับโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ หรือสิ่งบันทึกเสียงอันมีลิขสิทธิ์ไม่ว่าส่วนที่เป็นภาพหรือส่วนที่เป็น เสียง โดยไม่ได้รับอนุญาต

3.) จัดทำโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์สิ่งบันทึกเสียงไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อแพร่เสียงทางวิทยุ กระจายเสียงหรือแพร่เสียงและหรือแพร่ภาพทางวิทยุโทรทัศน์หรือทำการแพร่เสียง แพร่ภาพนั้นซ้ำ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือจัดให้ประชาชนฟังและหรือชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นในทางการค้า

4.) การทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชนหรือให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานอย่างใดอย่างหนึ่งแก่ โปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ โดยมิได้รับอนุญาต

5.) การแพร่ภาพแพร่เสียง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งการแสดงของนักแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนักแสดง

ถ้า การกระทำตามที่กล่าวมานั้น เป็นการกระทำเพื่อการค้าจะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หกเดือนถึงสี่ปีหรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ใดที่ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อเสนอให้เช่าซื้อ ทำการเผยแพร่ต่อสาธารณชนแจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ เจ้าของลิขสิทธิ์นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งงานใดๆก็ตามที่ผู้ทำเช่นนั้นรู้อยู่แล้วว่าเป็นงานอัน ละเมิดลิขสิทธิ์หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าเป็นงานอันละเมิดลิขสิทธิ์มีโทษปรับ หนึ่งหมื่นถึงหนึ่งแสนบาทและหากการกระทำเช่นนั้นเป็นการกระทำเพื่อการค้าจะ มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสองปีหรือปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสี่ แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในกรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิดตาม กฎหมายฉบับนี้ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้จัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ ร่วมกระทำความผิดกับนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำของนิติบุคคลนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็น หรือยินยอมด้วย

ผู้ใดที่กระทำความผิดและต้องโทษตามกฎหมายฉบับนี้ แล้วเมื่อพ้นโทษมายังไม่ครบกำหนดห้าปี กระทำความผิดตามกฎหมายฉบับนี้อีกจะต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนด ไว้สำหรับความผิดนั้น

แหล่งที่มา : http://tanay.hypermart.net/

โดยคุณ c_chai27 (1.9K)  [อา. 03 เม.ย. 2554 - 21:08 น.] #1612122 (2/12)
สรุปหลักกฎหมายลิขสิทธิ์

กฎหมาย ให้ความคุ้มครองผู้สร้างสรรค์งานด้วยตนเอง กล่าวคือผู้ที่มิได้ทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยไม่ได้ รับอนุญาต เช่น การที่เราถ่ายภาพวัดพระแก้ว ภาพถ่ายที่ได้มาดังกล่าวถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของเราเอง การที่มีบุคคลอื่นไปถ่ายรูปวัดพระแก้วบ้างรูปถ่ายดังกล่าวก็เป็นงานอันมี ลิขสิทธิ์ของบุคคลนั้นด้วยเช่นกัน เพราะเป็นงานอันเกิดจากการสร้างสรรค์งานของตนเอง
งานสร้างสรรค์ที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ นั้น ได้แก่ งานประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในประเภทงานวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ

ผู้สร้างสรรค์งานได้รับความ คุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ทันทีที่มีการสร้างสรรค์งานขึ้น โดยมิต้องไปจดทะเบียนการได้มาซึ่งสิทธิในลิขสิทธิ์ นอกจากการได้ลิขสิทธิ์มาด้วยการสร้างสรรค์ด้วยตนเอง ยังอาจได้มาด้วยการรับโอนลิขสิทธิ์จากผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยทาง นิติกรรมหรือทางมรดกได้อีกด้วย

ผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ในงานสร้างสรรค์ของตนย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียวในการ ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่งานอันมีลิขสิทธิ์ของตน หากมีผู้ใดกระทำการดังกล่าวโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ถือว่าบุคคลดังกล่าวกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งมีความรับผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ ยังได้กำหนดให้นักแสดงมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการกระทำอันเกี่ยวกับการ แสดงของตน เช่น การแพร่เสียงแพร่ภาพ บันทึกการแสดงของตนที่ยังมิได้มีการบันทึกไว้แล้ว หรือทำซ้ำสิ่งบันทึกการแสดงที่มีผู้บันทึกไว้ ซึ่งหากมีบุคคลใดกระทำการดังกล่าว โดยมิได้รับอนุญาตจากนักแสดงก่อนย่อมถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของนักแสดง อันมีความรับผิดตามกฎหมาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง : พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

----------------------------------------

บทสรุป สำหรับคนขี้เกียจอ่านยาวๆ ครับ

โดยคุณ c_chai27 (1.9K)  [อา. 03 เม.ย. 2554 - 22:29 น.] #1612258 (3/12)
เพื่อนที่เป็นนักกฎหมาย ส่งเมล์มาให้อีก 1 บทความครับ อันนี้ก็เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆสมาชิกชาวเวบครับ

โดยคุณ c_chai27 (1.9K)  [อา. 03 เม.ย. 2554 - 22:29 น.] #1612259 (4/12)
ทนายความฟรี.....มีที่ไหน (บ้าง) :: โดย http://tanay.hypermart.net/

ขึ้นหัวไว้อย่างนี้ก็เพื่อที่จะบอกกับทุกคนว่า หากคุณเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่ค่อยจะมีกะตังไปปรึกษาทนาย หรือ ไปจ้างทนายมาว่าความให้คุณ คุณก็สามารถขอรับการช่วยเหลือทางด้านกฎหมายได้ฟรี

โดยหากคุณต้องการเพียงขอคำปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับคดีความที่คุณถูกฟ้อง หรือเป็นเรื่องที่คุณต้องการใช้สิทธิทางศาล แต่ไม่รู้จะดำเนินการอย่างไร คุณสามารถไปขอคำปรึกษาได้ที่ ที่ทำการศาลทุกศาล ซึ่งจะมีโต๊ะสำหรับทนายความอาสาประจำอยู่ทุกศาล คอยให้คำปรึกษาชี้แนะกับประชาชนทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

และทนายความอาสาเหล่านี้จะให้แค่คำปรึกษากับคุณได้เท่านั้น ไม่สามารถว่าความให้กับคุณได้ เพราะเป็นข้อห้าม

ส่วนหากคุณต้องการทนายความว่าความให้กับคุณ คุณอาจจะต้องไปที่ ที่ทำการสภาทนายความ ตรงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อขอรับการช่วยเหลือที่นั่น

แต่การขอรับการช่วยเหลือในกรณีนี้ จะมีเงื่อนไขอยู่ 2 ประการคือ

1. คุณต้องเป็นผู้ที่ยากจน และ

2. ไม่ได้รับความเป็นธรรม

ต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 2 ประการ จึงจะสามารถขอรับการช่วยเหลือได้

อีกกรณีหนึ่งคือ กรณีที่คุณตกเป็นจำเลยในคดีอาญา หากคุณไม่มีทนายความว่าความให้ คุณสามารถร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งทนายความให้ได้ ซึ่งศาลจะมีทนายขอแรงไว้ช่วยเหลือว่าความให้คุณ

ที่นี้ รู้หรือยังละว่า ทนายความฟรี.......มีที่ไหน (บ้าง)

http://tanay.hypermart.net/

โดยคุณ c_chai27 (1.9K)  [อา. 03 เม.ย. 2554 - 22:45 น.] #1612291 (5/12)
หากผมได้รับบทความดีๆ ที่น่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆชาวเวบ ผมจะนำมาลงให้อ่านกันอีกครับ

โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [อา. 03 เม.ย. 2554 - 22:55 น.] #1612309 (6/12)
ขอบคุณครับผม


โดยคุณ อาจารย์ตุ้ย (944)  [อา. 03 เม.ย. 2554 - 23:26 น.] #1612354 (7/12)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ pukongto (1.5K)  [จ. 04 เม.ย. 2554 - 05:26 น.] #1612464 (8/12)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ เจ๋งจริง (10.2K)  [จ. 04 เม.ย. 2554 - 11:44 น.] #1612693 (9/12)
ทำดี.....ไม่มีภัย
ทำใจ.........ถ้าภัยเกิด
ทำเถิด...........ให้หมดภัย
ทำกับใคร...........อโหสิกรรม


โดยคุณ บ้านพระระยอง (2.3K)  [จ. 04 เม.ย. 2554 - 11:58 น.] #1612705 (10/12)
โดยคุณ เจ๋งจริง (49.48.24.*) [4 Apr 2011 11:44] #1612693 (9/9)

ทำดี.....ไม่มีภัย
ทำใจ.........ถ้าภัยเกิด
ทำเถิด...........ให้หมดภัย
ทำกับใคร...........อโหสิกรรม


เยี่ยมครับ

โดยคุณ jumanji (2.2K)  [จ. 04 เม.ย. 2554 - 12:07 น.] #1612711 (11/12)
อีกทางเลือกหนึ่ง.............สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิประชาชน.....(ชื่อจังหวัด) ชื่อย่อ...สคช. .............ในต่างจังหวัด ....ตั้งอยู่ในสำนักงานอัยการจังหวัดทุกแห่ง ในกทม. ....ตั้งอยู่ที่ในอาคารรัชดาภิเษก ,อาคารหลักเมือง,อาคารแจ้งวัฒนะ,อาคารธนบุรี...........ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น....ฟรี

โดยคุณ GST99 (3.8K)  [จ. 04 เม.ย. 2554 - 21:27 น.] #1613402 (12/12)
ผมเรียนมาน้อย อ่านแล้ว ก็ไม่เข้าใจ รบกวนพี่c_chai27 สรุปสั้นๆ ง่าย หน่อยได้ปล่าว ครับพี่

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5