| หัวข้อกระทู้ : มุทิตาสักการะ-บูชาวัตถุมงคล "หลวงพ่อสาคร"วัดหนองกรับ |
 (N)

มุทิตาสักการะ-บูชาวัตถุมงคล "หลวงพ่อสาคร"วัดหนองกรับ
หลังจากที่ "พระผงพรายกุมาร" ได้เปิดตัวออกมาให้ผู้คนได้รู้จักไม่นานนัก พุทธคุณที่ปรากฏจากองค์พระได้ก่อให้เกิดประสบการณ์แก่ผู้ที่นำไปบูชาติดตัวอย่างมากมาย
ทำให้หลายๆ คนที่เคยมองข้ามพระบ้านนอกอย่าง หลวงปู่ทิม อิสสริโก แห่งวัดละหารไร่ จ.ระยอง ต้องหันกลับมามองด้วยความแปลกใจ บางคนถึงกับเอ่ยชมว่า พระผงพรายกุมารถือเป็นที่สุดในบรรดาพระเนื้อผงทั้งหมดที่หลวงปู่ทิมเคยสร้างขึ้นมา
ปกตินั้น วงการพระเครื่องมักจะให้ความสน ใจแต่พระเก่าๆ เช่น พระกรุ หรือพระที่สร้างขึ้นโดยบรรดาพระเกจิอาจารย์ยุคเก่า ด้วยเหตุที่ว่านอกจากพุทธคุณที่เชื่อถือได้แล้ว ราคายังสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามค่าความนิยม แต่กับการที่พระผงพรายกุมาร ซึ่งเป็นพระที่สร้างขึ้นโดยพระเกจิอาจารย์ยุค 2500 มีราคาค่าความนิยมสูงขึ้นเทียบเคียงพระรุ่นเก่า อาจนับได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาและไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนัก
อย่างไรก็ตาม ถึงพระชุดพรายกุมารจะกำเนิด ออกมาให้วงการพระได้ชื่นชมหลายรุ่นหลายแบบ ตั้งแต่รุ่นใหญ่คือ พิมพ์ขุนแผน จนถึงรุ่นเล็ก เช่น ลูกอมผงพรายกุมาร
แต่ด้วยความยากลำบากในการเสาะหา เพราะราคาที่สูงและของเทียมที่มีมาก จึงทำให้นักนิยมพระเครื่องบางคนกำหนดมาตรฐานเฉพาะตนขึ้นว่า ไม่มีพระขุนแผนใช้ลูกอมแทนก็ได้ เนื่องจากเนื้อหาและผู้เสกคือคนเดียวกัน
แต่ถ้าหากได้ศึกษาประวัติของหลวงปู่ทิมอย่างละเอียด ก็จะพบว่าพระเครื่องที่หลวงปู่ทิมได้สร้างขึ้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะผงพรายกุมารเท่านั้น หากแต่ยังมีพระเครื่องที่สร้างขึ้นจากผงพุทธคุณชนิดอื่นอีกมาก เช่น ผงจินดารูปทอง ผงโสฬสมหาพรหม เป็นต้น โดยเฉพาะพระเนื้อผงโสฬสมหาพรหม ถือเป็นพระที่น่าจับตาว่าในอนาคตจะเป็นที่เล่นหาไม่น้อยไปกว่าพระเนื้อผงพรายกุมารเลยทีเดียว
หลวงพ่อสาคร มนุญโญ (พระครูมนูญธรรมวัตร) เจ้าอาวาสวัดหนองกรับ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ถือเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งในสายวิชาของหลวงปู่ทิม
ด้วยความที่หลวงพ่อสาครเป็นพระอาวุโสที่มากไปด้วยคุณธรรมและความสามารถในเชิงไสยศาสตร์ ทำให้วัตถุมงคลที่ท่านได้สร้างขึ้นเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปในทุกวันนี้
หลวงพ่อสาครเริ่มเรียนคาถาอาคมกับหลวงปู่ทิมตั้งแต่ท่านอยู่ในวัยเด็ก วิชาที่หลวงปู่ทิมได้สอนแก่ท่านในครั้งแรกคือการนั่งสมาธิกรรมฐาน แต่ด้วยใจรักในเรื่องของคาถาอาคมและการได้อยู่ใกล้ชิดกับตักศิลาอย่างหลวงปู่ทิม ทำให้ท่านไม่ยอมใช้เวลาว่างที่เหลือให้เปล่าประโยชน์ ความมุมานะและใฝ่เรียนของท่านทำให้หลวงปู่แก้ว เกสาโร พระเกจิอาจารย์อีกองค์หนึ่งที่จำวัดอยู่กุฏิข้างๆ กัน ต้องยอมรับถึงพรสวรรค์และพรแสวงของท่าน
ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อ คณะศิษย์จึงได้ขออนุญาตจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นที่ระลึกและสมนาคุณแก่ผู้ร่วมทำบุญสร้างซุ้มประตูและกำแพงวัด จำนวน 3 รายการคือ "เหรียญมหาโภคทรัพย์และเหรียญรูปอาร์ม" สำหรับเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เช่าบูชา ในส่วนของ "พระปิดตาโสฬสมหาพรหม" หลวงพ่อได้เมตตาจัดสร้างขึ้นเพื่อแจกจ่ายแก่บุคคลทั่วไปที่มากราบนมัสการท่าน
"พระปิดตาโสฬสมหาพรหม" นั้นเป็นพระที่มีวิธีการทำผงที่ยากไม่ด้อยไปกว่าผงพรายกุมารเลย กล่าวคือนอกจากการที่ต้องเขียนผงและลบผงตามสูตรของวิชาแล้ว เคล็ดลับในการเสกถือเป็นเรื่องสำคัญ อันดับต้นๆ เนื่องจากวิชาดังกล่าวเป็นการอ้างอิงบารมีของเทวดาทั้ง 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน เป็นต้น เพื่อนำพาบารมีมาสู่วัตถุมงคลที่สร้างขึ้น เชื่อกันว่าวัตถุมงคลที่สร้างและเสกด้วยวิชาโสฬสมหาพรหมนี้ มีอานุภาพเหลือคณานับ สามารถนำพาจิตใจศัตรูให้กลับกลายมาเป็นมิตร ผู้ใดประสบเคราะห์ร้ายเพียงนำพระจุ่มลงในน้ำ น้ำนั้นก็จะกลายเป็นน้ำมนต์สามารถนำมาดื่มกินและอาบแก้เคราะห์นั้นได้ ซึ่งด้วยเหตุที่กว่าจะเสกให้สำเร็จจนเกิดเป็นอานุภาพขององค์พระได้สำเร็จ หลวงพ่อสาครได้ใช้เวลาในการเขียนผงและลบผงสะสมเรื่อยมาเป็นเวลานานมากกว่าสิบปี
กล่าวโดยภาพรวมแล้ว "พระปิดตาโสฬสมหาพรหม" ที่หลวงพ่อสาครได้สร้างขึ้นครั้งนี้ ถือได้ว่ามีความหลากหลายและลงตัวตามเคล็ดเฉพาะของวิชาอีกรุ่นหนึ่ง เหมือนดั่งที่หลวงพ่อสาครเคยพูดกับลูกศิษย์ที่มาขอเรียนวิชาเสมอๆ ว่า "การเสกพระ ก็เหมือนกับการทำอาหารนั่นแหละ รู้จักสูตร รู้จักปรุง อาหารก็อร่อย"
ขอเชิญลูกศิษย์ลูกหาร่วมมุทิตาสักการะ และร่วมบุญบูชาวัตถุมงคลโดยพร้อมเพรียงกัน
ที่มา: http://www.khaosod.co.th/ |
|
|