(N)
มีเรื่องมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการทำงานของไปรษณีย์เมืองไทยครับ ผมคงโดนเข้ากับตัวแล้วล่ะครับ คือผมส่งพระมาออกบัตรตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. ป่านนี้ยังไม่ถึงเลยครับในนั้นมีทั้งพระและเงิน ผมเช็คทั้งจากต้นทางบอกว่าส่งมาตั้งแต่วันแรกและบอกให้เช็คกับปลายทาง ปลายทางบอกยังไม่มีมา เช็คสถานะยังอยู่ที่ต้นทาง เจ้าหน้าปลายทางแนะนำว่าอาจหายระหว่างทาง แนะนำให้ผมทำเรื่องสอบสวนกับทางไปรษณีย์ต้นทาง ซึ่งก็คงได้รับค่าชดใช้เป็นเงิน 300 เนื่องจากส่งแบบลงทะเบียนเนื่องจากผมฝากใช้ให้เด็กไปส่งให้และลืมบอกให้ส่งแบบ EMS ซึ่งถ้าเป็น EMS ก็จะได้ค่าชดใช้เป็นเงิน 1000 บาท ซึ่งมันไม่อาจแทบเท่าได้กับมุลค่าของราคาพระที่หายไป กรณีนี้ผมสงสัย(แค่สงสัยครับไม่ได้โทษ)ว่าเจ้าหน้าที่นไปรษณีย์ที่ต้นทางซึ่งรู้จักชื่อผมกันทุกคนเนื่องจากที่บ้านผมจะใช้บริการที่ไปรษณีย์โดยตลอด และก็รู้ว่าที่ผมมาส่งประจำคือพระ และคงอ่านหน้าซองก็คงรู้ว่าในซองคืออะไรซึ่งต้องจุดนี้เองที่อาจทำให้คนที่เห็นเกิดกิเลศขึ้นมาก็เป็นได้ ซึ่งผมคิดว่าการส่งพระมามาออกบัตรที่สำนักงานทุกวันนี้เสี่ยงมากๆครับกับการสูญหายตรงนี้ผมมองว่า การที่เราจ่าหน้าซองถึง "สำนักงานนิตรสารการันตีพระ" ตรงนี้แหละครับที่อาจเป็นจุดสนใจของคนที่ได้เห็นได้อ่าน ทำให้เกิดการอยากรู้อยากเห็นของไปรษณีย์บางคนจึงนำมาซึ่งการหายไป ไม่เป็นไรครับฟาดเคราะห์ไปผมคงต้องได้แต่ทำใจแล้วละครับ(แต่ก็ยังหวังอยู่ลึกๆว่าคงได้คืน) เอาเป็นว่าผมมีความเห็นอย่างนี้นะครับเป็นไปได้มั้ยครับที่เราจะเปลี่ยนชื่อในการจัดส่งพระมาออกบัตรที่สำนักงานการันตีพระ จากที่เราจ่าหน้าซองถึง "สำนักงานนิตรสารการันตีพระ" ให้เปลี่ยนมาใช้ชื่อใครสักคนที่อยู่ในสำนักงานจะได้มั้ยครับเพื่อป้องกันการสูญหายระหว่างทางนะครับ พี่ๆว่ายังไงบ้างครับ หรือใครมีไอเดียอะไรดีแนะนำบ้างครับ ขอบคุณมากครับพี่น้อง |