ขอแสดงความเสียใจและอาลัยหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม พระอริยสงฆ์ผู้ผ่องแผ้วพิสุทธิ์ด้วยศีลาจารวัตร เพียบพร้อมด้วยไตรสิกขา วิสุทธิสงฆ์ผู้ประพฤติปฏิบัติชอบ หลวงพ่อละสังขารลาจากศิษยานุศิษย์ไปแล้ว ประทีปธรรมลาลับจากวัดตาลกงไปแล้ว คงเหลือแต่คุณงามความดี บุญญาบารมีของหลวงพ่อจะสถิตอยู่ในหัวใจของพวกเราไปตลอดกาลนาน
พระครูวินัยวัชรกิจ ( หลวงพ่ออุ้น ) สุขกาโม ได้มรณภาพด้วยโรคชราภาพ ณ วัดตาลกง ในวันที่ 31 ต.ค.53 เวลา 06.09 น.
ชีวประวัติ ( หลวงพ่ออุ้น ) สุขกาโม
นามเดิม : อุ้น อินพรหม
สมณศักดิ์ : พระครูวินัย วัชรกิจ เจ้าอาวาสวัดตาลกง
อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
ชาติภูมิ : กำเนิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2459
( แรม 2 ค่ำ เดือน 4 ปี มะโรง ) เป็นบุตรคนโต
ในจำนวนพี่น้อง 8 คน คือ 1.ลพ.อุ้น 2.นายอิ่น
3.นายเอื่อน 4.นายพวง 5. นายแดง
6.นางพุด 7.นางเพี้ยน 8.นางพ้วน
ของโยมบิดา บุญ อินพรหม
โยมมารดา เล็ก อินพรหม ณ บ้านหนองหินถ่วง
ต.มาบปลาเค้า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
เริ่มการศึกษาเบื้องต้น หนังสือไทย ขอม ที่วัดไสค้าน
จนกระทั่งจบการศึกษาภาคบังคับ แล้วมาช่วยเหลือ
บิดามารดาประกอบอาชีพในด้านเกษตรกรรม
อุปสมบท : เมื่ออายุ 20 ปี วันที่ 21 ก.ค.2479
ณ พัมธสีมา วัดตาลกง โดยมีพระอธิการชัน
วัดมาบปลาเค้า เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการผิว
วัดตาลกง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการขาว
วัด อินจำปา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับสมณฉายา
ว่า " สุขกาโม "
การศึกษาพุทธาคม : ศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ อยู่รับใช้
ลพ.ผิว วัดตาลกง ซึ่งเป็นอาจารย์ที่เชี่ยวชาญไสยศาสตร์
เวทย์มนต์คาถาอาคม รุ่นราวคราวเดียว ( สหธรรมิก )
กับ ลพ.เพลิน วัดหนองไม้เหลือง ทั้งยังเก่งด้านวิปัสนา
กรรมฐาน เมตตา อยู่ยงคงกระพัน ซึ่งใกล้ชิดกับ
ลป.นาค วัดหัวหิน ทั้งเคยเดินทางไปศึกษาวิชาความรู้
จาก ลป.นาค อยู่เป็นประจำ
หลวงพ่อผิว ธมสิริ เป็นพระเกจิทรงคุณวิเศษ
ของเมืองเพชรบุรีในยุคนั้น แต่อุปนิสัยของท่านชอบ
อยุ่สันโดษ เก็บตัวเงียบ ไม่ยอมเปิดเผยว่ามีดีนานๆ
จะลง นะ ที่กระหม่อมให้ผู้ไปหาท่านสักครั้ง
ชาวบ้านวัยชราอายุ 80 กว่า เล่าให้ฟังว่า
ลพ.ผิวลง นะ ที่หัวให้ตัวเดียว มีคุณสารพัด
อยู่ยงคงกระพันจนวันตาย คนเก่าๆแถวท่ายาง
ต่างประจักษ์ในความคงกระพันชาตรีมาแล้วหลายราย
ก่อนนี้มีไอ้หนุ่มวัยรุ่นมาติดพันสาวมาบปลาเค้า
เข้าไปกราบนมัสการ ลพ.ผิว ขอให้ท่านลงนะที่
กระหม่อมให้ ครั้นต่อมาไม่นานเขากลับมามาบปลาเค้า
อีกครั้ง ถูกนักเลงเจ้าถิ่นแทงด้วยมีด ตีหัวด้วยท่อนไม้
ไม่ยักเป็นไร เลยฮึดสู้หนึ่งต่อสาม เล่นเอานักเลง
เจ้าถิ่นต้องเปิดหนีกันจ้าละหวั่นไปเลย
หลวงพ่ออุ้น เป็นที่โปรดปรานของ ลพ.ผิวมากๆ
ได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาให้จนหมดสิ้น
ในพรรษาต่อมา ลพ.อุ้่นเดินทางไปกราบนมัสการ
ลพ.ทองศุข วัดโตนดหลวง ถวายตัวเป็นศิษย์เพื่อ
เล่าเรียนฝึกปฏิบัติสมธกรรมฐาน วิปัสนากรรมฐาน
พุทธาคม โดยเรียนฝึกวิชากสิณจนชำนาญในกสิน 10
รวมทั้งตำรับตำราการทำผงเมตตาชั้นสูงด้วย
หลวงพ่อทองศุข เห็นความมานะพยายามของ ลพ.อุ้น
ประจวบกับ ลพ.ผิว ก็มีความคุ้นเคยกับ ลพ.ทองศุข
มาก่อนแล้ว ท่านจึงรับไว้เป็นศิษย์ถ่ายทอดสรรถวิชา
ให้อย่างเต็มกำลัง
อันที่จริงศิษย์ของ ลพ.ทองศุขมีหลายรูป
ล้วนแต่มีชื่อเสียงทั้งสิ้น เช่น ลป.คำ วัดหนองแก
ลพ.ยิด วัดหนองจอก ลป.นิ่ม วัดเขาน้อย
ลพ.พิมพ์มาลัย วัด หุบมะกล่ำ ลพ.อบ วัดถ้ำแก้ว
ลพ.แผ่ว วัดโตนดหลวง ลพ.แล วัดพระทรง เป็นต้น
ก่อนที่จะศึกษาเล่าเรียนวิชา ลพ.ทองศุขได้ดู
ฤกษ์ยามก่อน แล้วนัดกำหนดวันให้ ลพ.อุ้น
เดินทางไปทำพิธีขึ้นครู หรือการยกครูมีขันธ์ 5
ดอกไม้ ธูปเทียน บายศรี ทำพิธีขึ้นครู กล่าวได้ว่า
ลพ.อุ้น เป็นศิษย์ผู้สืบทอดพุทธาคมจาก ลพ.ทองศุข
โดยตรงอีกรูปหนึ่งอย่างแท้จริง
ไม่ใช่เป็นการกล่าวอ้างครูบาอาจารย์อย่างเลื่อนลอย
การเรียนวิชาอาคม ของ ลพ.อุ้น ต้องเดินทาง
จากวัดตาลกงไปเรียนที่วัดโตนดหลวง ครั้งหนึ่ง
พักอยู่ 15 วัน ไปกลับอย่างนี้เป็นประจำ ทั้งยังออก
ปริวาสกรรมร่วมกับหลวงพ่อทองศุข ขึ้นเขา
ไปบำเพ็ญเพียรในป่าช้าก็บ่อยครั้ง มีอยู่ครั้้งหนึ่ง
ได้พบกับ หลวงพ่อจัน วัดมฤคทายวัน
ซึ่งเป็นญาติกับ ลพ.ทองศุข
ลพ.จัน เก่งวิชาสะกดชาตรี คือวิชาสะกดสัตว์ร้าย
อยู่กับที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวไ้ด้ เรียนมาจาก
พระภิกษุธุดงค์ชาวเขมร
หลวงพ่อจัน ได้ถ่ายทอดวิชาสะกดชาตรีให้กับ
ลพ.อุ้นเช่นกัน สำหรับวิชาที่โดดเด่นมากของ
ลพ.ทองศุข ยากที่ศิษย์ผู้ใดจะได้รับการถ่ายทอด
คือ " วิชาการทำผงพระจันทร์ครึ่งซีก "
วิชา การทำผงพระจันทร์ครึ่งซีกเป็นอย่างไร ?
ผงพระจันทร์ครึ่งซีก เป็นผงเมตตามหานิยม
มีพุทธคุณอมตะล้ำลึกแต่ท่านยังไม่เคยนำเอาวิชา
มาทำผงเลย เพราะสัจจะกฎสำคัญมากนอกจากนั้น
ยังได้รับการถ่ายทอดการทำผงอิทธิเจ ผงปถมัง
ผงมหาราช และผงหน้าพระภักษ์ อันเป็นตำรับ
สุดยอดของ พระผงวัดนก จังหวัดอ่างทอง
สำหรับตำราผงหน้าพระภักษ์ รู้ว่าปัจจุบัน
ได้สูญหายไปจากวงการไสยศาสตร์นานแล้ว
หากมีอยู่หรือเป็นมรดกแก่ผู้ใดบ้างก็คงมีน้อย
เต็มที ที่จะรู้ได้
อีกวิชาหนึ่ง ที่ได้รับการถ่ายทอด
จากหลวงพ่อทองศุข คือ การสักยันต์คงกระพัน
ชาตรี หลวงพ่ออุ้นเคยสักยันต์ใ้ห้ลูกศิษย์ไปหลายคน
ล้วนแล้วแต่อยู่ยงคงกระพันชาตรี ภายหลังลูกศิษย์
ของท่าน ( บางคน ) มีนิสัยเกเร
สร้างความเดือดร้อนใจให้ผู้อื่น ท่านมาพิจารณาดูแล้ว
เห็นเป็นการส่งเสริมให้คนประกอบมิจฉาชีพผิดคดีโลก
คดีธรรม ตั้งแต่นั้นท่านเลิกสักยันต์โดยเด็ดขาด
ส่วนใครที่อยากได้รับประสิทธิ์ประสาทอักขระเลขยันต์
จากท่าน ก็เมตตาทำให้เพียงเป่ากระหม่อม หรือเจิม
หน้าผากด้วยผงพุทธคุณเพื่อความเป็นศิริมงคล
สำหรับ วิชา นะปัดตลอด นั้น ลพ.อุ้น
ได้รับการถ่ายทอดเช่นเดียวกัน วิชานี้จะสังเกตุ
ได้ถึงวัตถุมงคลสำนักวัดโตนดหลวง
มียันต์นะปัดตลอด และ นะ ปถมังปรากฎ
อย่างชัดเจน รวมทั้งวัตถุมงคลศิษย์สาย
หลวงพ่อทองศุขทุกรูป
หลังจากนั้น ลพ.อุ้นได้ไปกราบนมัสการ
พระอธิการชัน วัดมาบปลาเค้า เพื่อขอศึกษา
วิชาไสยศาสตร์ ด้านอยู่ยงคงกระพัน เสกลิงลม
ขับคุณไสย วิชาทำตะกรุด ครูบาอาจารย์ของท่าน
มิใช่จะมีแต่บรรพชิตเท่านั้น แม้คฤหัสถ์ผู้ิเชี่ยวชาญ
อาคม ท่านก็ยังขอเล่าเรียนเช่นกัน อย่างเช่น
อาจารย์โม หมอสักชาวเพชรบุรีมีชื่อเสียงโด่งดัง
ทีสุดในยุคนั้น
หลวงพ่ออุ้น ได้ไปขอเรียนวิชาจากอาจารย์โม
แม้ ลพ.ไสว วัดปรีดาราม ( มรณภาพไปแล้ว )
ก็เคยไปเรียนวิชาการสักยันต์มาเหมือนกัน
จากนั้น ลพ.อุ้นไปเรียนวิชาทำสีผึ้งเมตตามหานิยม
วิชาลงเลขยันต์ ลงสมุนไพร ตำราสมุนไพรจากหมอฉ่ำ
หมอไสยศาสตร์ ชาวท่ายาง
อันที่จริงโยมพ่อบุญ อินพรหม บิดาของ ลพ.อุ้น
ก็เชี่ยวชาญเป็นหมอไสยศาสตร์ มีความรู้เรื่องยาโบราณ
ทั้งตำรายาโบราณที่ตกทอดมาแต่ยุคก่อนจำนวนมาก
โดยเฉพาะตำราทำผงยาเพชรบุรี ซึ่ง ลพ.อุ้น
ได้รับสืบทอดมาด้วยเช่นกัน
ว่ากันว่า ผงยาเพชรมณีหรือเพชรจินดา
เป็นตำรายาหัวใจ ยาลม ยาอายุวัฒนะที่ดีมาก
มีคุณสมบัติพิเศษไม่แตกต่างกับผงยาจินดามณี
ของหลวงปู่บุญมากนักหรืออาจเป็นตำราสูตรเดียวกัน
มาแต่โบราณก็เป็นได้
ปฏิปทาศีลวัตร
หลวงพ่ออุ้น เป็นพระที่มีอัธยาศัยไมตรีเปี่ยมด้วยเมตตา
ถือสัจบารมีเป็นที่ตั้ง ปฏิปทาศีลวัตรงดงามบริสุทธิ์
เสมือนทองทั้งแท่ง ท่านใฝ่ใจในเรื่องที่เป็นวัฏสงสาร
การเกิดแก่เจ็บตาย บุญกรรมสิ่งลี้ลับ ธรรมชาติ
โดยเฉพาะเรื่องเวทมนต์ถาถาอาคมอักขระเลขยันต์
เป็นพิเศษ ซึ่งมีอุปนิสัยใจคอมาตั้งแต่วัยเด็ก
จึงเป็นแรงจูงใจให้ใฝ่ศึกษาเล่าเรียนรู้แล้วปฏิบัติ
ให้เข้าถึงรู้แจ้งเห็นจริง ผู้ใกล้ชิดหลวงพ่ออุ้น
ต่างรุ้กันดีว่าท่านไม่ใช่พระธรรมดาหรือเป็นพระธรรมดา
ที่ยิ่งกว่าธรรมดา มีญาณสมาบัติสูง มีสมาธิจิตแก่กล้า
หยั่งรู้อนาคต แม้กรวดหินแร่ธาตุต่างๆท่านหยิบผ่านมือ
แล้วมอบใ้ห้แก่ใครก็มีอานุภาพพุทธคุณอย่างน่าอัศจรรย์
 |
|