(D)

แต่โบราณจะสร้างเป็นมีดดาบสำหรับพระมหากษัตริย์และแม่ทัพเพื่อออกรบทำลายอาถรรพ์ของศัตรูตำราการสร้างน่าจะถือกำเนิดในสมัยอยุธยาตอนปลาย กรรมวิธีการสร้างตามแบบโบราณนั้น สร้างยากมาก ตั้งแต่ใบดาบต้องหาวัสดุอาถรรพ์ต่างๆ นำมาหลอมและตีเป็นใบดาบ วัสดุต่างๆ ที่นำมาหล่อหลอมมีดังนี้ ตะปูโรงผีตายโหง, ตะปูสังขวานร, เหล็กยอดเจดีย์, เหล็กทิ่มผี (เหล็กที่ใช้เขี่ยศพให้ไฟได้เผาโดยทั่ว สำหรับการเผาศพกลางแจ้งในสมัยโบราณ) บาตรแตก, เหล็กน้ำพี้ ทุกอย่างเมื่อหาได้ครบแล้วต้องตั้งศาลเพียงตา บวงสรวง ต้องหาฤกษ์ยามในการตีใบมีด ต้องหาฟืนที่เป็นไม้มงคลมาสุมไฟ เบ้าหลอมก็ต้องลงยันต์และอักขระต่างๆ มีราชวัติฉัตรธง เพดานต้องดาดด้วยผ้าลงยันต์
ช่างตีต้องนุ่งขาวห่มขาว บางอาจารย์จะทำการหลอมแล้วลงถม คือหลอมแล้วตีเป็นแผ่น พระอาจารย์จะนำมาจารอักขระบนแผ่นโลหะจนทั่วแล้วนำไปหลอม ทำแบบนี้จนครบ ๙ ครั้ง หรือ ๑๐๘ ครั้ง แล้วแต่พระอาจารย์ผู้สร้าง
เมื่อตีเป็นดาบแล้วจะนำมาบรรจุของมงคลต่างๆ ที่ด้าม เช่น บรรจุผงอิทธิเจ, ผงตรีนิสิงห์เห ผงปถมัง, ผงว่านยาต่างๆ บางอาจารย์ใส่ตะกรุดลงบรรจุไว้ด้วยแล้วผนึกด้วยครั่ง เสร็จแล้วนำมาปลุกเสกอีกทีนานแค่ไหนแล้วแต่พระอาจารย์จะพอใจ, ไม้ต่างๆ ที่นำมาทำด้ามและฝักก็จะใช้ไม้อันเป็นมงคล เช่น ชัยพฤกษ์, ราชพฤกษ์, ไม้พยุง, ไม้ค้ำโบสถ์, งา, เขาสัตว์ เป็นต้น
ในปัจจุบันการทำดาบดังกล่าวข้างต้นเห็นจะเลิกกันไปแล้ว เลิกไปนานเท่าใดไม่ทราบแน่น่าจะเลิกไปตั้งแต่ร้างลาการทำสงครามด้วยดาบตำราดังกล่าวก็ได้เปลี่ยนแปลงประยุกต์เป็นการทำมีดพกในขนาดต่างๆ ขนาดใหญ่ที่สุดก็คงประมาณไม่เกินศอก แต่ก็มีจำนวนน้อยไม่แพร่หลาย เนื่องจากทำไว้ใช้เฉพาะตัว พกพาลำบาก มีดเทพศาสตราได้แพร่หลายมากในยุคสมัยของ ท่านพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม พุทธสโร) ในยุคแรกๆ ท่านทำให้ลูกศิษย์ของท่านที่ต้องรอนแรมในป่าเพื่อชักลากไม้มาสร้างศาลา สร้างโบสถ์ มูลเหตุที่ต้องสร้างมีดเทพศาสตรา
เนื่องจากศิษย์ของท่านยามเมื่อเข้าป่าตัดไม้มักเจ็บป่วย ถูกอาถรรพ์ป่าเล่นงาน ถูกผีป่าบ้าง นางไม้บ้าง ไข้ป่าบ้างเล่นงานมาบางครั้งช้างตกมันบังคับไม่อยู่ทำให้ควาญช้างได้รับอันตรายท่านเลยสร้างให้ลูกศิษย์ไว้พกติดตัวเพื่อป้องกันภัยแลอาถรรพ์ป่าเมื่อลูกศิษย์พกติดตัวปัญหาต่างๆ คลี่คลายลูกศิษย์ทุกคนต่างประจักษ์ในความศักดิ์สิทธิ์ของมีดเทพศาสตราที่ท่านทำร่ำลือกันปากต่อปากคนที่ทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มาขอให้ท่านทำให้จนทำแทบไม่ทันเพราะในยุคก่อนชาวบ้านส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพหาของป่าและชักลากไม้มาทำประโยชน์และนำมาจำหน่ายเพื่อหาเลี้ยงชีพเมื่อมีคนต้องการมาก กรรมการวัดจึงดำหริสร้างเพื่อให้ผู้ศรัทธาได้เช่า บูชาซะเลย เพื่อนำปัจจัยต่างๆ มาสร้างสาธารณะประโยชน์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีดเทพศาสตราของท่าน แพร่หลายอยู่มากพอสมควร ทำให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก และได้มีโอกาสศึกษาให้ความสนใจในมีดเทพศาสตรานี้
กรรมวิธีที่ท่านสร้างได้สอบถาม คนเก่าหลายท่านที่ได้รู้ได้เห็นต่างบอกตรงกันว่า ได้ว่าจ้างช่างให้ตีมีดมาส่งให้ท่าน เหล็กใบมีดนั้นแล้วแต่ช่างจะหามาตี อักขระต่างๆ บนตัวมีด ช่างจะเป็นคนนำมาขอให้หลวงพ่อเดิม เห็นชอบแล้วค่อยตอกลงบนใบมีดอีกที เสร็จแล้วจะนำมาที่วัดให้พระเณรช่วยกัน บรรจุของมงคล, แผ่นยันต์ลงในด้ามแล้วนำมาให้ท่านปลุกเสก อธิษฐานจิตอีกที มีดในยุคแรกจะเป็นขนาดใหญ่ประมาณ ๑ ศอก ฝักไม้ ด้ามไม้ แหม(แหวนรัดฝัก) อาจจะเป็นหวายถัก ต่อมาได้มีการทำเป็นฝักไม้ ด้ามงา และฝักงา ด้ามงา ตั้งแต่ ๑ ศอก, ขนาด ๙ นิ้ว (ขนาดของใบมีด), ขนาด ๖ นิ้ว, ขนาด ๕ นิ้ว และขนาดปากกา ๒.๕ นิ้ว, ๒ นิ้ว และนิ้วครึ่ง ขนาดปากกาจะทำด้วยงาทั้งหมด แหวนรัดด้ามรัดฝักนั้นทำด้วยเงิน ทำด้วย ๓ กษัตริย์ คือทองนาค เงิน ก็มี
ยุคสมัยของหลวงพ่อเดิม พุทธสโรนั้นเป็นยุคทองของมีดเทพศาสตราก็ว่าได้ ทำให้คนรู้จักมีดเทพศาสตรานี้มากขึ้น ท่านมีศิษย์ถ่ายทอดการทำมีดเทพศาสตราหลายรูปด้วยกัน เช่น หลวงพ่อกัน วัดเข้าแก้ว, หลวงพ่อจ้อย วัดศรีอุทุมพร, หลวงพ่อน้อย วัดหนองโพ,หลวงพ่อเชื้อ วัดใหม่บำเพ็ญบุญ, หลวงพ่อโอด วัดจันเสน หลวงพ่อโอน วัดโคกเดื่อฯลฯ
มีต่อคะ... 
ต้องขออนุญาติท่านเจ้าของภาพด้วยนะคะ....ขอบคุณคะ |
|