ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : รุ้งกินน้ำ เกิดจากอะไรครับ เดิมมั้ยครับท่าน



(N)


ขอความกรุณาทุกท่าน ขอบคุณครับ

โดยคุณ pharnarit (2.1K)  [อา. 23 ต.ค. 2554 - 23:21 น.]



โดยคุณ pharnarit (2.1K)  [อา. 23 ต.ค. 2554 - 23:27 น.] #1923069 (1/24)


(N)


น้ำยาหรือความร้อน เหมือนปั๊มเทพประทานพรมั้ยครับ
ทำเล่นเองได้มั้ยครับ

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [จ. 24 ต.ค. 2554 - 06:40 น.] #1923224 (2/24)
รุ้งกินน้ำ เป็นการกระจายของแสง เกิดจาก แสงขาวหักเหผ่านผิวของละอองน้ำทำให้แสงสีต่างๆ กระจายออกจากกันแล้วเกิดการสะท้อนกลับหมดที่ ด้านหลังของละอองน้ำแล้วหักเหออกสู่อากาศ ทำให้ แสงขาวกระจายออกเป็นแสงสีต่าง ๆ กัน รุ้งกินน้ำจะมี อยู่ 2 ชนิด คือ
1.รุ้งปฐมภูมิ เกิดจากแสงตกกระทบหยดน้ำ ทางขอบบน เกิดการหักเห 2ครั้งสะท้อนกลับหมด 1 ครั้ง โดยจะเห็นเป็นสีต่าง ๆ กันมีสีแดงอยู่บนและมีสี ม่วงอยู่ล่างสุด จะเกิดเป็นรุ้งตัวล่าง (มีสีเข้มกว่าตัวล่าง)
2.รุ้งทุติยภูมิ เกิดจากแสงตกกระทบหยด น้ำทางขอบล่าง เกิดการหักเห 2ครั้งสะท้อนกลับหมด 2 ครั้ง โดยจะเห็นเป็นสีต่าง ๆ กันมีสีม่วงอยู่บนและมี สีแดงอยู่ล่างสุด จะเกิดเป็นรุ้งตัวบน

ถามมา...จัดไป....อิอิ


พระสวยทั้งคู่เลยน่ะครับ

โดยคุณ แต๊ก_พิชัย (1.1K)  [จ. 24 ต.ค. 2554 - 07:38 น.] #1923285 (3/24)
เล่นพระแบบวิทยาศาสตร์ หักเห มาหาผมสักองค์นะครับ

โดยคุณ มหาเวส (3.4K)  [จ. 24 ต.ค. 2554 - 09:01 น.] #1923387 (4/24)

โดยคุณ RONADO (10.2K)  [จ. 24 ต.ค. 2554 - 09:32 น.] #1923434 (5/24)

โดยคุณ bbank (751)  [จ. 24 ต.ค. 2554 - 10:32 น.] #1923514 (6/24)
เกิดจาก อ๊อกไซด์ของเงินครับ แต่การเกิดบนผิวพระมากน้อยไม่เท่ากัน ปริมาณโมเลกุลของอ๊อกไซด์ไม่เท่ากัน ทำให้ดูดกลืนแสงไม่เหมือนกัน เกิดเป็นสีต่างๆ ถ้าทิ้งไว้นานๆกว่านี้อีกก็จะ ดำทั้งองค์ ทางที่ดีควรเลี่ยมพลาสติกครับ เพื่อให้การเกิดอ๊อกไซด์น้อยลงครับ

พระสวยมาก

โดยคุณ ภุชงค์ชัยภูมิ (461)  [จ. 24 ต.ค. 2554 - 10:42 น.] #1923539 (7/24)
เห็นรุ้งแล้ว เกิดกิเลส มาทันที

โดยคุณ ๙อุอากะสะ (3.3K)  [จ. 24 ต.ค. 2554 - 10:48 น.] #1923549 (8/24)

โดยคุณ ข้าน้อยขอคารวะ (228)  [จ. 24 ต.ค. 2554 - 12:09 น.] #1923642 (9/24)
เกิด แล้ว สวย ครับ

โดยคุณ nonarsenal (2.5K)  [จ. 24 ต.ค. 2554 - 15:49 น.] #1923859 (10/24)

โดยคุณ Mc_Jan (1.5K)  [จ. 24 ต.ค. 2554 - 16:04 น.] #1923876 (11/24)
ปฏิกริยาเคมีระหว่างสารเคมีที่เคลือบองค์พระ,สีย้อมโลหะ เมื่อถูกแสงสว่าง,อากาศ จะทำปฏิกริยากันทำให้เกิดรุ้งที่ผิวองค์พระได้ครับ

โดยคุณ suwaluk (1.3K)(1)   [จ. 24 ต.ค. 2554 - 18:52 น.] #1924032 (12/24)
ชอบสีรุ้ง จัง เลย

โดยคุณ pharnarit (2.1K)  [จ. 24 ต.ค. 2554 - 22:42 น.] #1924400 (13/24)


(N)
ขอบพระคุณทุกท่านครับ
สรุปคือเกิดจากสารเคมีใช่มั้ยครับ พระรุ่นปี 2520 ลงไปไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้เลย
เห็นแต่ดำๆ(เหรียญปั๊ม) ถ้าเป็นเหรียญหล่อหรือกริ่งยังพอเห็นเป็นเงินยวง

ส่วนองค์นี้สร้างเองถวายหลวงปู่พระอุปัชฌาย์ผมเอง ให้ท่านแจกในงานแซยิด พอรุ้งมั้ยครับ
หล่อโบราณแต่ใช้ปูนขาวญี่ปุ่น ขึ้นจากเบ้าก็รุ้งเลย
(แจกทองแดง ส่วนเนื้อเงินแจกคนในครอบครัวครับ)

โดยคุณ thetuk (140)  [อ. 25 ต.ค. 2554 - 12:07 น.] #1924802 (14/24)

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [อ. 25 ต.ค. 2554 - 16:01 น.] #1925023 (15/24)
โดยคุณ pharnarit (438) (182.53.61.*) [24 Oct 2011 22:42] #1924400 (13/14)

(N)
ขอบพระคุณทุกท่านครับ
สรุปคือเกิดจากสารเคมีใช่มั้ยครับ พระรุ่นปี 2520 ลงไปไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้เลย
เห็นแต่ดำๆ(เหรียญปั๊ม) ถ้าเป็นเหรียญหล่อหรือกริ่งยังพอเห็นเป็นเงินยวง

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้ครับ แต่ถ้าจะบอกว่ามีรุ้งมี 2 แบบคือรุ้งธรรมชาติกับรุ้งที่เกิดจากสารเคมีน่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่า
สำหรับรุ้งแบบธรรมชาตินั้น การเกิดรุ้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ยกตัวอย่างเช่น ส่วนผสมของเงิน (ถ้ามีส่วนผสมของเงินบริสุทธิ์ในเปอร์เซ็นต์ที่สูง การเกิดออกซิเดชั่นกับอากาศจะไวกว่า หรือส่วนผสมบางตัวสามารถยับยั้งไม่ให้เกิดออกซิเดชั่นของแร่เงินได้ จึงทำให้เนื้อเงินยังคงความขาวใส แม้จะเก็บไว้นานปี) กรรมวิธีการผลิต (หล่อกับปั๊มก็แตกต่างกัน) สภาวะการเก็บ (ความชื้น อุณหภูมิ ) เป็นต้น...
แค่ที่กล่าวมาจะเห็นว่าการเกิดรุ้งแบบธรรมชาติ ใช่ว่าจะเกิดกันได้ง่ายๆ ทำให้รุ้งธรรมชาติมีรูปแบบเฉพาะตัว ไม่ซ้ำใคร และกลายเป็นของหายาก ฉุดให้มีความต้องการเพิ่มและราคาก็สูงตามไปด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงมีคนหัวใส (แกมขี้โกง..ขอบอก) คิดค้นวิธีทำให้เกิดรุ้งโดยกรรมวิธีต่างๆกันไป ตามแต่ใครจะคิดได้ .....แต่รุ้งที่ปรุงแต่งขึ้นมาโดยมือมนุษย์ แตกต่างจากรุ้งที่เกิดโดยธรรมชาติ คนที่มีความเชี่ยวชาญหรือเคยเห็นรุ้งที่เกิดโดยธรรมชาติแท้ๆแล้ว ส่วนใหญ่ย่อมสามารถแยกออกได้ว่า รุ้งแบบไหนแท้และรุ้งแบบไหนเทียม....

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [อ. 25 ต.ค. 2554 - 16:13 น.] #1925029 (16/24)


(N)
คราวนี้ลองมาดูว่า รุ้งธรรมชาติเกิดได้อย่างไร

เริ่มจากสิ่งที่ทำให้ตาเรามองเห็นรุ้งก่อน....นั่นคือแสง แสงที่ตามนุษย์สามารถรับสัมผัสได้ด้วยตาสองข้างคือ "แสงขาว" ในแสงขาวประกอบด้วยคลื่นแสงที่มีความยาวแตกต่างกันตั้งแต่ 400 - 900 นาโนเมตร โดยประมาณ
เซอร์ ไอแซค นิวตัน ค้นพบว่า ถ้าให้แสงขาวส่องผ่านเข้าไปในปริซึม และตกกระทบบนฉากหลัง จะแยกออกเป็นสีต่างๆ มากมายคือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง แล้วแต่ใครจะเรียก สีแต่ละสีที่ตามนุษย์เห็นนั้น แตกต่างกันที่ความยาวของคลื่นแสง ถ้าดูที่รูป สีม่วงจะเกิดจากคลื่นแสงที่มีความยาว 400 - 430 นาโนเมตร เป็นต้น

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [อ. 25 ต.ค. 2554 - 16:21 น.] #1925038 (17/24)


(N)
ต่อมาเราต้องรู้ว่า แสงมีคุณสมบัติในการสะท้อนได้บนพื้นผิวของวัตถุ (ความจริงแสงมีคุณสมบัติอื่นๆอีก เช่น ส่องผ่าน กระเจิง หักเห และยังเปลี่ยนเป็นอนุภาคได้ด้วย)

การสะท้อนของแสง กล่าวง่ายๆคือ แสงส่องกระทบพื้นผิววัตถุและสะท้อนกลับในมุมที่เท่ากัน (ดูเพิ่มเติมที่รูปครับ)

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [อ. 25 ต.ค. 2554 - 16:24 น.] #1925045 (18/24)
ขอกลับไปต่อที่บ้านครับ

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [พฤ. 27 ต.ค. 2554 - 09:38 น.] #1927163 (19/24)


(N)
ต่อครับ นอกจากแสงจะมีคุณสมบัติการสะท้อนแล้ว วัตถุยังสมามารถดูดกลืนแสงได้ด้วย
อธิบายง่ายๆคือ สีของวัตถุที่เราเห็นนั้นคือช่วงแสงที่วัตถุนั้นๆไม่สามารถดูดกลืนแสงเข้าไปได้นั่นเอง

ตัวอย่างรูป วัตถุสีม่วงที่ตาเห็น เกิดจากวัตถุนั้นดูดกลืนคลื่นแสงสีส้มไว้ แล้วสะท้อนคลื่นแสงสีอื่นมาที่ตาของเรา

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [พฤ. 27 ต.ค. 2554 - 09:56 น.] #1927192 (20/24)
คราวนี้มาดูคุณสมบัติของโลหะเงิน เป็นโลหะทรานสิชั่น สีขาวมันวาว มีคุณสมบัติในการสะท้อนแสงได้ดีที่สุด โลหะเงินในสภาวะปกติสามารถเกิดออกไซด์ หรือสนิมกับออกซิเจนในอากาศได้เป็น Ag2O

ที่ผิวด้านนอกของโลหะเงินซึ่งสัมผัสกับความชื้น (ความชื้น = น้ำ ซึ่งมีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ) และอากาศ (ซึ่งก็มีก๊าซออกซิเจนเป็นองค์ประกอบเช่นกัน) จึงเกิดเป็นออกไซด์เคลือบที่ผิวด้านนอกไว้

โดยทั่วไป ออกไซด์ของเงิน จะมีสีน้ำตาลเข้มปนดำ ดังนั้นเงินบริสุทธิ์ เมื่อสัมผัสกับอากาศนานๆ มักมีสีดำ

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [พฤ. 27 ต.ค. 2554 - 10:27 น.] #1927216 (21/24)
อ้าว...แล้วอย่างนี้ผิวพระที่เกิดสีรุ้งล่ะ???

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
โดยคุณ bbank (253) (58.11.70.*) [24 Oct 2011 10:32] #1923514 (6/20)

เกิดจาก อ๊อกไซด์ของเงินครับ แต่การเกิดบนผิวพระมากน้อยไม่เท่ากัน ปริมาณโมเลกุลของอ๊อกไซด์ไม่เท่ากัน ทำให้ดูดกลืนแสงไม่เหมือนกัน เกิดเป็นสีต่างๆ ถ้าทิ้งไว้นานๆกว่านี้อีกก็จะ ดำทั้งองค์ ทางที่ดีควรเลี่ยมพลาสติกครับ เพื่อให้การเกิดอ๊อกไซด์น้อยลงครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ชัดเจนครับ
1. เกิดจาก อ๊อกไซด์ของเงิน
2. แต่การเกิดบนผิวพระมากน้อยไม่เท่ากัน ปริมาณโมเลกุลของอ๊อกไซด์ไม่เท่ากัน
3. จากข้อ 2. ทำให้ดูดกลืนแสงไม่เหมือนกัน
4. จากข้อ 3. ทำให้เกิดเป็นสีต่างๆ


โดยคุณ โก้ตัดเก้า (1K)  [พฤ. 27 ต.ค. 2554 - 12:26 น.] #1927328 (22/24)
หากเป็นทองคำ เกิดเป็นผิวรุ้งรูปแบบการเกิดเหมือนกันไหมครับ

โดยคุณ AnanBhangananda (2.2K)  [พฤ. 27 ต.ค. 2554 - 12:44 น.] #1927347 (23/24)
ทองคำเป็นโลหะธาตุที่มีความเสถียรมากครับ โดยปกติจะไม่เกิดออกซิเดชั่นกับออกซิเจน
นี่เป็นเหตุผลให้ทองคำสามารถคงสภาพความเป็นทองไว้ได้โดยไม่เปลี่ยนสภาพ แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร....เป็นกรณีของทองคำบริสุทธิ์น่ะครับ

แต่ถ้าทองคำมีส่วนผสมของโลหะอื่นๆที่สามารถเกิดออกไซด์ได้ คล้ายเงินที่อธิบายไว้ข้างต้น ก็มีความเป็นไปได้ครับที่จะเกิดผิวคล้ายเนื้อเงิน แต่สีรุ้งที่เกิดน่าจะต่างกันเพราะทองคำสะท้อนแสงสีเหลืองออกมา และดูดกลืนช่วงแสงสีม่วง น้ำเงิน และแดงไว้ครับ ต่างจากเงินที่สะท้อนทุกช่วงสีออกมา (เราจึงเห็นเงินเป็นสีขาวครับ)

โดยคุณ ไทยดวงเดือน (1.1K)  [ศ. 28 ต.ค. 2554 - 09:57 น.] #1928387 (24/24)
ได้ความรู้ครับ...ความรู้ความสามารถของท่านสมาชิกแต่ละท่านนำมาโยงกับวัตถุมงคลแล้วได้ความรู้มีสีสัน ชอบและสนับสนุนครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5