ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ก ร ะ ทู้ เ ล็ ก ๆ ข อ ง ค น ขี้ ส ง สั ย ส ม เ ด็ จ วั ด ร ะ ฆั ง 1 0 0 ปี แ ช่ น้ำ ม น ต์



(N)
กล่าวถึงเรื่องสมเด็จวัดระฆัง รุ่น100ปี สร้างในปี2515 นอกจากพิมพ์นิยมเช่น ไข่ปลาเลื่อน เส้นด้าย ฯลฯ และก็พิมพ์ธรรมดาเช่น กลังเต่า อกใหญ่ฯลฯ แล้ว ยังมีแบบพิเศษอยู่ ซึ่งก็คือแช่น้ำมนต์
บางคนรู้จักกันมาบ้างแล้ว บางคนยังไม่ทราบว่ามีออกมา
ส่วนตัวผมได้หลงไหลสมเด็จวัดระฆัง แช่น้ำมนต์เข้าแบบเต็มๆ
ถ้าพูดถึงเรื่องความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ ในความคิดส่วนตัวผมว่าสมเด็จวัดระฆัง ศักดิ์สิทธิ์เท่ากันทุกองค์ อยู่ที่คนบูชามากกว่าครับ
แต่สิ่งที่ผมหลงไหล คือศิลปะที่เกิดจากการแช่น้ำมนต์ องค์พระจะออกสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม ทำให้ดูทรงพลัง
วัดระฆัง100ปีแช่น้ำมนต์ เท่าที่ทราบมีอยู่ในวงการแค่หลักสิบองค์เท่านั้น ผมเชื่อว่าหลายๆคนก็คงชื่นชอบ และด้วยความหายาก จึงเป็นที่ไฝ่ฝันของใครหลายๆคน
แล้ววิธีการดูแช่น้ำมนต์แท้ไม่แท้ เคยสงสัยกันมั้ยครับดูอย่างไร??
ทำไมแช่น้ำมนต์องค์พระถึงเป็นสีน้ำตาล??
ทำไมแช่น้ำมนต์ถึงมีรอยคล้ายคราบกรุติดอยู่??
ผมขอออกตัวก่อนนะครับผมไม่ได้เชี่ยวชาญโดยตรง
แต่ด้วยความหลงไหล+เป็นคนขี้สงสัย ผมเลยค้นหาข้อมูลอย่างเอาเป็นเอาตายเท่าที่พอจะหาได้ ด้วยข้อสงสัยของผมผมจึงเริ่มศึกษาประวัติ ในพิธีปลุกเสก วัดระฆังโดยทั่วๆไปจะทราบว่าออกปี2515
แต่จริงๆแล้ว วัดระฆังรุ่น100ปีนั้นสร้างก่อนหน้านั้น
ก่อนที่จะสร้างต้องมีการปลุกเสกผงมวลสารและกดพิมพ์
คือวันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2514 เป็นกำหนกการปลุกเสกผงมวลสารแล้วเริ่มกดพิมพ์
แต่จะมีพระบางส่วนถูกแยกออกบรรจุไว้ในบาตรน้ำมนต์ หมายถึงแช่น้ำมนต์นี่เอง ซึ่งมีจำนวนน้อยมากๆ
ต่อมาวันที่3 วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2515 อันเป็นวันครบรอบ 100 ปี ซึ่งเป็นวันที่ปลุกเสกอีกครั้งในพระอุโบสถและถูกนำออกมาจำหน่าย
เรามาดูข้อมูลกันต่อครับ บางคนถามว่าทำไมแบบแช่น้ำมนต์ถึงไม่มีในโบชัวร์ของวัด ในวาระครบรอบ100ปี เข้าใจว่าทางวัดจะนำออกมาจำหน่ายแค่พิมพ์ทั่วไปเท่านั้น
พระที่ถูกแช่น้ำมนต์ทางวัดตั้งใจจะใช้เป็นมวลสารสำคัญที่ใช้ปลุกเสกในพระอุโบสถเท่านั้น เหมือนกับเป็นแม่แบบในการปลุกเสก
จึงทำให้ไม่มีในโบชัวร์
ผมได้ข้อมูลจากคุณลุงท่านนึงซึ่งอยู่ที่พรานนก คุณลุงท่านนี้เล่าให้ฟังว่าท่านได้เข้าร่วมพิธีใน วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2515 ด้วย และท่านก็เห็นพระจำนวนนึงอยู่ในบาตรหน้าหลวงปู่โต๊ะซึ่งร่วมทำพิธีปลุกเสกอยู่ เป็นได้ว่าการมีอยู่ของแบบแช่น้ำมนต์นั้นมีอยู่จริง
ผมได้กล่าวถึงการกำเนิดของแบบแช่น้ำมนต์แล้ว
เรามาดูวิธีการดูดีกว่าครับ

โดยคุณ pikkared (2K)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 05:21 น.]



โดยคุณ pikkared (2K)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 05:32 น.] #2966944 (1/12)


(N)
การดูแบบแช่น้ำมนต์มีวิธีดูอย่างไร
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าแบบที่แช่น้ำมนต์เกิดจากการกดพิมพ์เหมือนกับแบบธรรมดาทั่วไป เพราะฉนั้นจุดตำหนิ การตัดขอบจะเหมือนกันหมด แต่ด้วยการแช่น้ำมนต์มันจะมีคราบของมวลสารน้ำมนต์ติดจึงทำให้บดบังตำหนิของพิมพ์พระได้ การดูจึงต้องใช้วิธีสังเกตต่างๆเข้าร่วมด้วย

ทำไมแช่น้ำมนต์ถึงเป็นสีน้ำตาล??
พระที่ถูกแช่น้ำมนต์ เมื่อเวลาผ่านไปน้ำจะระเหยออกไปเรื่อยๆทำให้ความเข้มข้นของน้ำมีมากขึ้น
เมื่อน้ำน้อยลงแต่มวลสารในน้ำมากขึ้นจึงทำให้มวลสารที่เข้มข้นเกาะติดอยู่กับเนื้อพระ จึงทำให้พระเกิดกลายเป็นสีน้ำตาล
ดังในรูปจะเห็นว่าสีของพระจะคนละโทนสีกับแบบทั่วไป

โดยคุณ pikkared (2K)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 05:54 น.] #2966947 (2/12)


(N)
ทำไมแบบแช่น้ำมนต์ถึงมีรอยคล้ายคราบกรุติดอยู่??แช่น้ำมนต์แท้หรือว่าแช่น้ำมนต์เทียม???
ในบาตรที่บรรจุพระแช่น้ำมนต์นั้น ได้มีการใส่ไว้ในบาตรทีเดียวจำนวนหลายๆองค์
ถ้าได้อ่านบทความด้านบน จะทราบว่า วัดระฆัง100ปีนั้นสร้างออกมาเมื่อ
วันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2514 แล้วบรรจุลงบาตรแช่น้ำมนต์
วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2515 คือวันที่นำออกมาจากบาตร
เพราะฉนั้น พระที่โดนแช่น้ำ เป็นเวลาเกือบ9เดือน
ในระหว่างพระแช่น้ำนานๆ
จึงทำให้มวลสารของพระองค์อื่นๆ หลุดออกมาผสมกับน้ำมนต์
เมื่อในน้ำมนต์มีผงของพระสมเด็จ
เมื่อเกิดการแห้งตัวของน้ำจึงทำให้มีผงคราบมวลลสารคล้ายคราบกรุเกาะติดที่องค์เนื้อพระทั่วทั้งองค์

จุดนี้ที่ผมขอนำเป็นข้อคิด วิธีการดูว่าเป็นการแช่น้ำมนต์แท้หรือว่าแช่น้ำมนต์เทียม
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสมเด็จที่แช่น้ำมนต์ เป็นแบบแช่น้ำนต์มาจากวัด หรือนำพระแท้มาแช่น้ำทีหลัง
พระที่ถูกแช่น้ำมนต์จากวัด ด้วยอายุการแช่นาน9เดือน
จะมีเม็ดผงมวลสารติดอยู่ทั่วองค์และจะเกาะเป็นเนื้อเดียวกับองค์พระ (ดังรูป)

ซึ่งจะแตกต่างจากการนำพระแท้ๆ นำมาปลอมแช่น้ำมนต์ทีหลัง
พระแท้ที่นำมาแช่น้ำทีหลังจะไม่มีผงมวลสารที่เกิดจากการหลุดของพระองค์อื่นๆที่ผสมอยู่ในน้ำมนต์
จะมีเพียงแค่คราบสีน้ำตาลจากการแห้งตัวของน้ำเท่านั้น จึงเป็นข้อแตกต่างละหว่างแช่น้ำมนต์จริงหรือแช่น้ำมนต์เทียม

โดยคุณ pikkared (2K)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 06:05 น.] #2966950 (3/12)


(N)
หลักการพิจารณา
พระที่แช่น้ำมนต์ ต้องมีคราบรอยวิ่งของน้ำซึ่งเกิดจากการแช่น้ำเป็นเวลานานๆ
ด้วยอายุการสร้างของพระผ่านมา40กว่าปี เนื้อต้องแห้งและแกร่ง
ซึ่งจุดนี้นับว่าเป็นจุดตายของการดูรุ่นแช่น้ำมนต์(ดังรูป)

พระที่แช่น้ำมนต์เทียม เนื้อของพระจะไม่แห้งแกร่ง และจะไม่เห็นรอยวิ่งขอน้ำ
กลับกันบางองค์เราจะเห็นรอยปริตัว ซึ่งดูผิดธรรมชาติ เนื่องจากผ่านกระบวนการเร่งการแห้งของเนื้อพระ เช่นใช้ความร้อนเร่งพระทำให้แห้งเร็ว ซึ่งจะแตกต่างจากการแห้งตัวของพระโดยธรรมชาติ (ผมทดลองโดยน้ำมาเป่าไดร์ เนื้อพระจะออกมาแห้งด้านๆและกรอบ และมีรอยปริตัวแบบผิดธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด)

โดยคุณ pikkared (2K)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 06:11 น.] #2966951 (4/12)


(N)
คราบน้ำมนต์เป็นอย่างไร???
คราบมวลสารน้ำมนต์ เกิดจากผงของพระองค์อื่นๆที่หลุดออกมา เมื่อน้ำแห้งจึงทำให้ผงที่อยู่ในน้ำเกาะกับเนื้อพระ
จุดพิจารณา ผงที่เกิดจากคราบน้ำมนต์ต้องเกาะแน่นหนา ดูเป็นธรรมชาติและสีเดียวกับองค์พระ จะเป็นผงเม็ดเล็กๆคล้ายคราบฝุ่น ไม่หนาและใหญ่ และต้องกระจายอยู่ทั่วองค์ ไม่ใช่แค่จุดใดจุดเดียว(ดังรูป)

ของเทียมจะใช้กาวบางๆแล้วใช้ผงแต่งโรย ซึ่งจะเกาะเป็นบงจุดไม่ทั่วองค์พระและเม็ดผงจะไม่สม่ำเสมอกัน

โดยคุณ pikkared (2K)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 06:15 น.] #2966952 (5/12)


(N)
เนื้อด้านหลัง
เนื้อด้นหลังของรุ่นแช่น้ำมนต์ต้องแห้ง แกร่ง มีคราบผงเกาะติดเช่นด้านหน้า บางองค์มีตรายางหลงเหลือให้เห็น บางองค์ก็ไม่มีตรายาง บางองค์เนื้อกร่อนเกิดจากการหลุดจาการแช่น้ำ

โดยคุณ pikkared (2K)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 06:18 น.] #2966954 (6/12)


(N)
ด้านหน้า
แบบเกิดจากการสึกกร่อนจากการแช่น้ำ
จึงเป็นที่มาของผงมวลสารที่ผสมกับน้ำมนต์

โดยคุณ pikkared (2K)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 06:22 น.] #2966957 (7/12)


(N)
ภาพองค์ที่มีคราบผงพุทธคุณเกาะติด ซึ่งเป็นผงหลุดออกมาจากองค์อื่นๆที่แช่ในน้ำอยู่ในบาตรเดียวกัน
ก่อนที่น้ำจะระเหยกลายเป็นคราบเกาะติดกับเนื้อ

โดยคุณ pikkared (2K)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 06:29 น.] #2966966 (8/12)
ความรู้ที่ผมได้ศึกษาและนำมาเผยแผ่ให้เพื่อนๆสมาชิกทราบ หวังว่าอาจจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆสมาชิกท่านอื่นๆ
เพราะทุกวันนี้ข้อมูลของรุ่นแช่น้ำมนต์มีน้อยมากๆ เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษารุ่นแช่น้ำมนต์ต่อไป

ถ้าสายตรงท่านใดมีความเห็นที่แตกต่างหรือมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างจากผม หรือจะเพิ่มเติมในส่วนที่ผมไม่ทราบ หรือสิ่งที่ผมทราบอยู่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รบกวนช่วยแนะนำข้อน้อยด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ปล.ขอขอบพระคุณเจ้าของรูปที่ผมยืมมาประกอบข้อมูลด้วยนะครับ

โดยคุณ หลานดาบหัก (858)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 06:50 น.] #2966973 (9/12)
ข้อมูลสุดยอดครับท่านเป็นแนวทางการศึกษาของนักสะสม 100 ปี ต่อไปเยี่ยมครับ

โดยคุณ เอกปทุม (1.5K)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 07:44 น.] #2966998 (10/12)
สุดๆไปเลย ยอดเยี่ยมจริงๆครับ

โดยคุณ phaisan7977 (185)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 10:58 น.] #2967296 (11/12)
เยื่ยมครับท่าน

โดยคุณ pikkared (2K)  [ศ. 23 ส.ค. 2556 - 15:26 น.] #2967710 (12/12)
ขอขอบคุณท่านท่านหลานดาบหัก ท่านเอกปทุม ท่าน phaisan7977 มากครับ
ผมยังมีข้อมูลเชิงลึกของพิมพ์แขนกลม ,จุดอ่อนและจุดแข็งของวัดรฆัง100ปี,
ถ้าเพื่อนๆสมาชิกเห็นว่ามีประโยชน์ผมจะนำมาเสนอในโอกาสต่อไปครับ
ไว้ผมจะลงเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆสมาชิกได้ทราบ ในโอกาสต่อไปครับ
ขอบพระคุณมากครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www5