(0)
สมเด็จยุคแรก หายาก สภาพสวย หลวงตาเผือด วัดมะกอก #รับประกันพระแท้






รายงานผลโหวต

จากรูปพระแท้ 0% [0]
จากรูปพระแท้แต่ข้อมูลไม่ถูกต้อง     0% [0]
จากรูปพระเก๊ 0% [0]
พระดูยากจากรูป 0% [0]

จำนวน โหวต





ชื่อพระเครื่อง สมเด็จยุคแรก หายาก สภาพสวย หลวงตาเผือด วัดมะกอก #รับประกันพระแท้
รายละเอียด หลวงตาเผือด วัดมะกอก (1)
ตามหาพระอาจารย์เก่ง ๆ
เมื่อเปิดร้านมรดกมงคลที่ตลาดพระเครื่องวงเวียนเล็กใหม่ ๆ ได้รู้จักลูกค้าคนหนึ่งชื่อเต้า ได้พูดคุยกันว่าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีพระเกจิอาจารย์เก่ง ๆ เลย ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยได้ร่ำได้เรียนทางไสยศาสตร์มา อย่างดีก็ได้อ่านจากหนังสือที่พิมพ์ขายโดยไม่มีผู้รู้คอยสั่งสอน หรือก็ได้แต่ฟังๆ เขาเล่าสืบต่อมา ไม่สามารถทำได้จริง บางท่านไม่เชื่อเลยก็มี ที่แย่ที่สุดคือไม่เชื่อแล้วยังหลอกลวงคนอื่นอีก ให้หลงเชื่อว่าเก่งกล้าวิชา คนโน้นคนนี้ได้ของไปใช้มีประสบการณ์มากมายแต่หาตัวจริงไม่เจอ มีแต่โฆษณาชวนเชื่อตามสื่อต่าง ๆ ที่ทำได้จริง ๆ ไม่ค่อยมี เต้าก็บอกว่าหลวงลุงของเขาเป็นพระที่แก่กล้าวิชาโดยเฉพาะ ปลัดขิกและเบี้ยแก้ แต่เป็นพระลูกวัดธรรมดา ไม่ใช่เจ้าอาวาส ผู้เขียนก็อยากรู้จักแต่เจ้าเต้าก็ไม่ยอมพาไปสักที จะแล้วจะอีกจนผู้เขียนเลิกสนใจ อยู่มาวันหนึ่งก็ได้คุยกันจนเกือบโกรธกัน เพราะเจ้าเต้ากลัวว่าจะเอาหลวงลุงของเขาไปโปรโมทขายวัตถุมงคล ผู้เขียนก็รับรองว่าจะไม่นำหลวงลุงมาทำการค้าแน่ ๆ เจ้าเต้าจึงได้พาไปหาหลวงลุงของเขา ผู้เขียนขอเรียกท่านว่าหลวงตาเผือด นราสโภ ท่านเป็นพระหลวงตาธรรมดา ๆ จำพรรษาอยู่ที่วัดมะกอก ถนนพุทธมณฑลสาย 1 กทม นี่เอง ไม่ได้อยู่ห่างไกลที่ไหน
หลวงตาจอมขมังเวทย์
ได้พบหลวงตาเผือดครั้งแรกก็ถูกใจ เพราะท่านเป็นพระลูกทุ่ง ตรงไปตรงมา ไม่ตุกติก ค่อนข้างสันโดษ พูดจาน้ำเสียงดุ ๆ ถามอะไรตรง ๆ ไม่มีพิธีรีตองให้วุ่นวาย อยากได้อะไรก็บอก จะให้ช่วยอะไรก็บอก ถ้าไม่บอกให้ช่วยก็จะไม่ช่อย ไม่ขอก็ไม่ให้ ให้ท่านดูท่านก็ดูให้แล้วก็เฉย ผู้เขียนเทียวไปหาทุกวันพุธซึ่งเป็นวันที่ไม่ได้เปิดร้าน เพราะยิ่งสนิทกับหลวงตาเผือดมากก็ยิ่งถูกใจ ท่านชอบพูดอะไรตรง ๆ ข้องใจอะไร อยากรู้อะไรก็จะถามตรง ๆ เมื่อรู้ว่าผู้เขียนมีความรู้เรื่องไสยศาสตร์อยู่บ้าง ท่านก็ยิ่งถูกใจและได้แลกเปลี่ยนวิชาบางอย่างที่ท่านไม่รู้จากผู้เขียนไป อย่างยันต์โสฬสสายวัดสุทัศน์ฯ ยันต์มหาระงับของหลวงปู่ใจ วัดเสด็จ และท่านก็ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาที่ท่านได้ร่ำเรียนมาให้ ยกเว้น ยางู เพราะมีข้อห้ามที่ผู้เขียนไม่สามารถทำได้ ท่านก็บ่นเสียดายอีกหน่อยคงจะสูญ หลวงตาเผือดค่อนข้างจะหวงวิชาไม่ยอมให้ใครง่าย ๆ
ถูกงูกัดมา หลวงตาเผือดช่วยที
บ้านเดิมของหลวงตาเผือดอยู่ใกล้ ๆ วัดมะกอก ท่านจึงเป็นพระที่คนพื้นที่รู้จักและได้พึ่งพาอาศัยกัน ไม่ว่าคนหรือสัตว์ถูกงูพิษกัด ถ้ามาถึงวัดได้โดยยังไม่ตายก็หายได้ทุกราย บางรายไม่สามารถมาได้ ญาติก็จะมาตามให้หลวงตาไปทำการรักษา หลวงตาก็จะสงเคราะห์ให้ไดยไม่อิดออด ไม่ต้องมีดอกไม้ธูปเทียน เงินกำนัล หรือใส่ซองให้ท่าน แต่ต้องไปซื้อเหล้าขาวหนึ่งเป็กมาด้วยทุกครั้ง วิธีรักษาของท่านก็ง่าย ๆ พิสดารไม่เหมือนใครเขา แค่เอื้อมมือไปข้างหลังหยิบใบไม้ใบอะไรก็ได้ โดยบริกรรมพระเวทย์ไปและกลั้นใจหยิบและดึงใบไม้ออกมาใส่ปากเคี้ยวไปบริกรรมพระเวทย์ไป แล้วจึงเอาใบไม้ที่เคี้ยวใส่ลงไปในเหล้าโรง และให้ผู้ถูกงูกัดดื่มหล้าโรงผสมใบไม้นั้น (แพทย์สมัยใหม่ห้ามดื่มเหล้าเด็ดขาด เพราะพิษงูจะแล่นขึ้นสู่หัวใจได้เร็วขึ้นและจะตายได้) ส่วนที่เป็นกากใบไม้ก็นำมาปิดที่ปากแผล หากเป็นงูพิษใบไม้จะดูดพิษงูออกมา สังเกตุได้จากบริเวณที่ถูกกัดจะมีอาการเต้นตุบ ๆ ของปากแผลเหมือนมีอะไรดูดเป็นจังหวะ ทิ้งไว้สักพักปากแผลที่บวมแดงก็จะค่อย ๆ หายบวม เมื่อแผลหยุดเต้น พิษก็หมดพอดี เอากากใบไม้ไปทิ้งได้ แผลก็จะหายเร็วไม่เป็นแผลเป็น ไม่พุพอง ถ้าไปหาหมอฉีดเซรุ่ม แผลอาจจะกรายเน่าเพราะรักษาพิษงูหายแต่พิษที่อยู่ที่ปากแผลไม่หาย และจะต้องใช้เวลาหลายวัน แต่ของหลวงตาเผือดเมื่อเอากากใบไม้ทิ้งก็กลับบ้านได้ ไม่ต้องมาหาอีก ใช้เวลารักษาแค่ 10-15 นาทีเท่านั้น ซึ่งน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง เคยถามหลวงตาเผือดว่าเคยรักษาใครแล้วตายบ้างไหม ท่านก็บอกว่าถ้ารักษาแล้วมีคนตายเมื่อไรก็จะเลิกรักษาให้ใครต่อใครอีก และจะคืนวิชาให้ครูให้หมด เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่าจะมีใครทำได้อีก
น้ำลายวิเศษ
ช่วงก่อนเข้าเข้าหน้าฝนอากาศจะร้อนอบอ้าวมาก คนก็จะมีเหงื่อออกมาก มีการหมักหมมมาก ช่วงนี้หลวงตาเผือดจะเหนื่อยมากเพราะจะมีคนมาให้รักษางูสวัด เริมกับหลวงตามาก บางคนไม่คุ้นเคยเพราะได้รับทราบโดยการบอกต่อ ๆ กันมา ก็จะมาหาหลวงตาและให้หลวงตาช่วยดูให้ว่าเป็นงูสวัด เจ็บปวดมากและกำลังลามขึ้นเรื่อยๆ หลวงตาก็จะดูให้และบอกว่าใช่เป็นงูสวัดจริง ๆ บางคนแพ้ก็จะอักเสบ ปวดแสบปวดร้อน ถ้าไม่แพ้ก็ไม่ปวด แล้วท่านก็จะเฉย ๆ พูดคุยถึงเรื่องอื่น ๆ โดยไม่รักษาให้ จนคนป่วยออกปากให้ช่วยรักษา ท่านถึงจะรักษาให้ ผู้เขียนเคยถามหลวงตาในเรื่องนี้ หลวงตาเผือดท่านก็ว่า ก็เขาไม่ได้ให้ช่วยรักษา จะไป ส เรื่องของเขาทำไม ครูบาอาจารย์ท่านห้ามไว้ ถือว่าไม่มีเวรไม่มีกรรมแก่กัน
วิธีรักษางูสวัดของหลวงตาเผือดก็ง่าย ๆ ท่านจะเสกน้ำมนต์ (ไม่ใช่คาถาชินบัญชรนะครับ) แล้วพ่นไปที่บริเวณที่เป็นงูสวัด หากผู้หญิงที่เป็นในบริเวณร่มผ้าก็ไม่ต้องเปิดแผลดู หลวงตาจะพ่นทับที่ผ้าเลย หากเป็นไม่มากพ่นครั้งเดียวก็หาย ถ้าเป็นมาก ไม่เกิน 3 วัน ถ้าบ้านอยู่ไกลไปมาไม่สะดวก หลวงตาจะให้น้ำมนต์เอากลับไปทาเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งมีนายทหารเรืองและแพทย์เจ้าของไข้มาด้วย เพราะอยากทราบว่าหลวงตาทำอย่างไรคนไข้ของท่านจึงหายได้เร็วนัก (หมอปัจจุบันต้องใช้เวลารักษาหลายวัน) หลวงตาเผือดก็ยิ้ม ๆ ไม่ว่าอะไร ผู้เขียนจึงแกล้งพูดเล่น ๆ ไปว่า สงสัยน้ำลายของหลวงตาเผือดเป็นน้ำลายวิเศษ มีเซรุ่มรักษางูสวัดได้ ทุกคนเลยหัวเราะกันใหญ่
ปลัดขิกเมตตาค้าขาย
ยามว่างหลวงตาเผือดจะเหลาปลัดขิกที่ทำจากไม้เขยตายที่ท่านปลูกไว้ข้าง ๆ กุฎิ ท่านจะเหลาจนเป็นเอกลักษณ์ของท่านเหมือนกันทุกตัว และลงอักขระยันต์ครบสมบูรณ์ ยกเว้นบางตัวที่ทำไว้เฉพาะกิจก็มีบ้างแต่น้อย ส่วนใหญ่จะใส่ตะกรุดเอาไว้ด้วย เวลาเขย่าจะเกิดเสียงดัง หากมีตะกรุดจะเป็นมหาอุดด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมียันตที่ใช้ในทางเมตตามหานิยม แคล้วคลาด กันอาถรรพณ์ กันสัตว์ร้ายกัด กันงู ปลัดขลิกของหลวงตาเผือดใช้ได้สารพัดทั้งเมตตา ค้าขาย โชคลาภ แคล้วคลาด คงกระพัน มหาอุด กันสัตว์ร้ายและสามารถรักษางูสวัดในระยะแรก ๆ ได้อีกด้วย หลวงตาเผือดจะทำเอง ลงอักขระเอง เสกเอง คาถาหลาย ๆ บทใช้เฉพาะร่วมกับอักขระที่ลง และมีอานุภาพต่างกัน ปลัดขิกของหลวงตาเผือดจึงใช้ได้หลายอย่าง (ไม่ใช่คาถาหรือยันต์ไม่กี่ตัวก็ใช้ได้ทุกอย่าง) หลวงตาเผือดจะทำเองจนแน่ใจแล้วจึงมอบให้ศิษย์ ต่อไป หากมีคนเหลาปลัดขิกมาถวายท่าน ท่านจะพยายามเหลาจนเหมือนของที่ท่านทำให้มากที่สุด ต้องระวังเพราะปลัดขลิกของหลวงตาเผือดมีการทำปลอมและลอกเลียนแบบตั้งแต่สมัยท่านยังมีชีวิตอยู่แล้ว ต้องดูให้ละเอียดโดยเฉพาะลายมือ จำให้แม่น ๆ เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก
ปลัดขิก หลวงตาเผือด
คนที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงตาเผือดจะรู้ว่าต้องมีปลัดขิกและเบี้ยแก้ของหลวงตาติดตัวกันทุกคน เพราะเป็นสุดยอดเครื่องรางที่หาใครที่ทำได้อย่างท่านน้อยเหลือเกิน มีลูกศิษย์บางคนคุยกันบนกุฎิว่าหลวงพ่อองค์นั้นเก่ง องค์นี้เก่ง หลวงตาเผือดก็จะถามว่าเก่งอย่างไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง ทำเองหรือเปล่า ลงอักขระอะไร ตรงกับจุดประสงค์ที่จะให้เป็นหรือเปล่า ได้เรียนมาจริงหรือเปล่า หรือแค่ลอก ๆ ยันต์เขามา ปลุกเสกเป็นไหม ลูกศิษย์ที่ถูกถามก็จะหน้าจืดกันเป็นแถว ๆ เพราะพระสมัยนี้ไม่ได้ทำเอง ถ้ามีคนทำเป็นทำให้เสกให้ก็ยังค่อยยังชั่ว แต่ส่วนใหญ่มีคนสั่งทำตามใบสั่งแล้วก็นำไปเข้าพิธีปลุกเสกรวม หรืออาจจะไม่ได้เสกเลย เพราะไม่ใช่ของง่าย ๆ ที่จะเรียนรู้วิชาต่าง ๆ และสามารถเรียนวิชานั้น ๆ สำเร็จ ส่วนใหญ่จะเก่งในการโฆษณาชวนเชื่อซะมากกว่า
เบี้ยแก้ของหลวงตาเผือด นราสโภ วัดมะกอก จะต้องทำตามขั้นตอน ตั้งแต่เสกเบี้ย เสกปรอท เสกชันโรงที่ใช้อุดเบี้ยแก้ คาถากรอกปรอทใส่เบี้ย คาถาอุดชันโรงลงยันต์แปดทิศที่ตะกั่ว อีกด้านลงยันต์กุญแจทอง แล้วจึงนำแผ่นตะกั่วลงยันต์มาหุ้มเบี้ยแก้ที่อุดชันโรงไว้แล้ว ทุบให้ตะกั่วมนเป็นรูปตามเบี้ยแนบติดกับตัวเบี้ย เบี้ยแก้ของหลวงตาเผือดจึงมีน้ำหนักเบาเพราะตะกั่วที่ใช้หุ้มบางมาก แล้วจึงถึกเชือกหุ้มเบี้ยแก้ ยางตัวจะใส่ตะกรุดไว้ที่ท้องเบี้ยเพื่อใช้สอดเชือกไว้คาดเอวได้ ตะกรุดจะลงคาถาแคล้วคลาด กันปืน คงกระพันชาตรีไว้สำหรับผู้ชาย ส่วนของผู้หญิงจะไม่มีตะกรุด
เคยมีคนมาคุยกับผู้เขียนที่ร้านว่าได้เคยเอาเบี้ยแก้ของหลวงตาเผือดไปลองยิง และยิงไม่ออก ก็เกิดความสงสัยเลยมาสอบถามพร้อมกับโชว์เบี้ยแก้ของหลวงตาเผือดที่ใช้ติดตัวให้ดู ผู้เขียนจึงบอกเขาไปว่าที่เอาไปยิงไม่ใช่ลูกนี้ใช่ไหม เขาบอกว่ารู้ได้อย่างไร ผู้เขียนจึงบอกเขาไปว่า ถ้าเอาลูกนี้ไปยิงก็จะออก แต่อาจจะไม่โดน เพราะเบี้ยตัวนี้ไม่ได้ใส่ตะกรุดมหาอุดไว้ เขาจึงบอกว่าใช่และได้ขอเช่าเบี้ยแก้ที่ใส่ตะกรุดไปด้วย
เบี้ยแก้ของหลวงตาเผือดจะดีทางแก้และกันอาถรรพ์ต่าง ๆ ภูติผีปีศาจ คุ้มครองป้องกันภัยอันตราย แคล้วคลาดภัยและอาวุธ ต้องระวังของเทียมเลียนแบบ และระวังผู้แอบอ้างว่าเป็นศิษย์ที่ได้ร่ำเรียนมาจากหลวงตาเผือด เพราะหลวงตาเผือดค่อยข้างหวงวิชา ผู้เขียนเคยสอบถามท่านว่า เดี๋ยวนี้ทำไมมีศิษย์เรียนวิชากับหลวงตามากจัง คนนั้นก็บอกว่าเรียน พระก็บอกว่าเรียน หลวงตาเผือดเลยถามผู้เขียนกลับว่า มาหาท่านซื้อข้าของมาถวายท่านทุกครั้ง ปรอทที่ซื้อมาให้ก็น่าจะได้สักร้อยโล ปรนนิบัติรับใช้มากี่ปีกว่าที่ท่านจะมอบวิชาให้ ตัวท่านเองก็เช่นกันต้องปรนนิบัติรับใช้อาจารย์ต้องห้าหกปีกว่าท่านจะเมตตาสอนให้ แล้วเอ็งว่าข้าจะให้ใครง่าย ๆ
ตะกรุดใต้เบี้ยแก้
มีคนสอบถามมาหลายคนเรื่องตะกรุดที่ลงอยู่ในใต้ท้องเบี้ยแก้ของหลวงตาเผือด เพราะมีหลายคนไปลงในเน็ตว่า ตะกรุดที่ลงใส่ในใต้ท้องเบี้ยแก้เป็นตะกรุดเมตตาบ้าง ตะกรุดถอนและกันอาถรรพ์บ้าง ก็เลยอยากรู้ความจริงกันว่าเป็นตะกรุดอะไรกันแน่ ก็เลยบอก ๆ ไปหลายคนแล้ว พอมีคนมาถามกันมากขึ้นอีกก็เลยตัดสินใจลงในบทความของเราซะเลย ตะกรุดใต้ท้องเบี้ยแก้ด้านหนึ่งลงด้วยเฑาะคงกระพันชาตรี ล้อมด้วยคาถามหาอุด
ยันต์ลงกระหม่อม
ยันต์เฑาะชุดนี้หลวงตาเผือดชอบใช้สักกระหม่อมให้ลูกศิษย์ ยันต์ชุดนี้หลวงตาใช้จารในเหรียญรุ่นแรกด้วย หลวงตาเผือดบอกว่า แค่ยันต์นี้ก็คุ้มไปได้ตลอดชีวิตแล้ว ซึ่งมีลูกศิษย์ที่ได้ลงกระหม่อมไปและมีประสบการณ์กันมาก นายตำรวจและทหารหลายนายโดนยิงแต่ไม่เข้า ผมเองเคยเจอลูกศิษย์ของหลวงตาหลายคนที่มีประสบการณ์และเล่าให้ฟัง บางคนยังเคยเอาเสื้อที่โดนกระสุนปืนหรือโดนฟันแต่ไม่ได้รับอันตรายใด ๆ เลยมาให้อีกด้านหนึ่งของตะกรุดใต้ท้องเบี้ย
เป็นยันต์อุดปืน 3 บท ลงเป็นอักขระขอม 3 แถว
1. อะนิทัสสะ นะอัปปฏิ หยุดลูกปืนไม่ให้ออก
2. อะนิทัสสะ นะอัปปฏิฆา ให้ลูกปืนหยุดอยู่ในปากกระบอกปืน
3. อะนิทัสสะ นะอัปปฏิฆายะ ให้ลูกปืนอัดจนปากกระบอกปืนแตก
ตามตำราเขาว่าไว้อย่างนั้น ตะกรุดใต้ท้องเบี้ยจึงดีทางมหาอุด คงกระพันอย่างที่ลงอธิบายไว้นี้
อย่าริลอง
เท่าที่มีคนมาเล่าให้ฟังหลังจากได้ไปทดลองกันมา (แต่ผมไม่แนะนำให้ลอง มันเป็นการลบหลู่ครูอาจารย์ จะทำให้เราถือของไม่ขึ้น) หากยิงห่างประมาณ 2 เมตรขึ้นไป มักจะยิงออกแต่ไม่โดน หากยิงในระยะไม่เกิน 2 เมตร มันจะยิงไม่ออก หากยิงในระยะ 1 เมตร ปืนจะแตก และหากยิงในระยะเผาขน ปืนจะแตกและสะท้อนกลับ ทำให้คนยิงบาดเจ็บ แขนหรือไหล่หักได้ หากเชื่อผมอย่าริลอง
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
ผมเคยเจอคนที่ชอบทดลองของในแบบต่าง ๆ รวมทั้งการเอาของไปลองยิงด้วย ส่วนใหญ่จะมีปัญหาแทบทั้งสิ้นเพราะการนำของไปทดลอง มันเป็นการลบหลู่ครูบาอาจารย์ ถ้าเราไม่เชื่อก็อย่าไปยุ่งกับเขา ถ้าเราเชื่อเราศรัทธา เราก็เอาของ ๆ เขามาใช้ มาบูชา คนที่เชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง มักจะถือของไม่ขึ้น คือใช้ของแล้วไม่ได้ผล เหตุที่ไม่มีความมั่นใจ เพราะเมื่อเราต้องการทดลองใช้อะไรสักอย่างหนึ่ง นั่นหมายความว่าเรายังไม่มีความเชื่อมั่นในสิ่งนั้น ๆ
ความสงสัยไม่หายไปไหน
เมื่อเราไม่มีความเชื่อมั่น ต่อให้เราทดลองแล้ว เห็นผลกับตาของตัวเองแล้ว เราก็จะเกิดความสงสัยอย่างอื่น ๆ ต่อไปอีก แล้วเราก็จะเลิกศรัทธาของสิ่งนั้น หรืออาจารย์องค์นั้น ของที่เรามี ของที่เราใช้ก็จะไม่มีอานุภาพอะไรเลย เพราะตัวเราเองขาดความศรัทธา ขาดความเชื่อมั่น อานุภาพของวัตถุมงคลจึงไม่เกิด หรือไม่ให้ผลกับเรา เหมือนวิทยุหรือโทรทัศน์ดี ๆ แต่เราไม่เปิดเครื่อง แล้วจะรับอะไรจากเขาได้ เสียของเปล่า ๆ
ตะกรุดในปลัดขลิกของหลวงตาเผือด
หลายคนสงสัยและสอบถามมา บางคนถึงกับตัดสินใจไม่ถูกเมื่อรู้วิธีใช้และอานุภาพของตะกรุดในปลัดขลิก เพราะคนที่ไม่รู้และซี้ซั้วบอก (มโนไปเอง) ว่าเป็นตะกรุดเมตตาบ้าง ตะกรุดโภคทรัพย์บ้าง จึงขอบอกให้รู้ไว้เลยว่าเป็นตะกรุดมหาอุด ของสายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท ที่หลวงตาได้เรียนสืบต่อมาจากอาจารย์ผ่อน ฆราวาสจอมขมังเวทที่อยู่แถว ๆ นั้น
สืบต่อสายวิชา
อาจารย์ผ่อนเป็นศิษย์ผู้พี่ของอาจารย์ไสว พรหมอินทร์ อาจารย์ฆราวาสอีกท่านหนึ่งที่มีชื่อเสียงในย่านพุทธมณฑลสายหนึ่ง อาจารย์สองท่านนี้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อโชติ วัดตะโน ซึ่งหลวงพ่อโชติท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่ศุขอีกต่อหนึ่ง ตะกรุดมหาอุดนี้ลงอักขระแค่ 3 ตัว แต่เสกเป็นหน้ากระดาษ เป็นคาถาที่เสด็จในกรมหลวงชุมพรนับถือมากและมีจารึกอยู่ที่รูปหล่อเสด็จในกรมหน้าวิทยาลัยแถว ๆ นางเลิ้ง สนใจก็ไปดูกันได้
มาหาใคร มาทำไม
ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่เข้าใจผิด คิดว่าหลวงตาเผือด นราสโภ วัดมะกอกเก่งทางคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า แคล้วคลาดอันตรายต่าง ๆ หรือยิงไม่ออกนั้นเป็นอานุภาพบางส่วนของวัตถุมงคลของท่าน เพราะเวลาคนไปหาใหม่ ๆ หลวงตาไม่รู้จัก ท่านมักจะถามคนนั้นว่า มาหาใคร มาทำไม มีอะไร น้ำเสียงของท่านก็ดุ ๆ หน้าก็ไม่ยิ้ม บางคนกลัวจนพูดไม่ถูก บางคนกลับไปเลยก็มี
กูไม่ใช่ตัวประหลาด
ผมเคยเจอและหัวเราะจนทนไม่ไหวต้องถามหลวงตาเผือดว่า หลวงตาทำไมถึงได้ดุอย่างนั้น หลวงตาก็มองหน้าแล้วบอกว่า เสียงกูก็อย่างนี้แหละ กูถามมัน มันจะได้บอกกูถูกว่าจะเอาอะไร หรือจะให้กูทำอะไรให้ ไม่งั้นพอคนมาหากู ๆ ไม่พูดกับมันแล้วจะรู้เรื่องอะไร มันมาผิดที่หรือเปล่า มาหาพระมาหาเจ้า ดอกไม้สักดอกก็ไม่มี แล้วก็จะรู้ได้ยังไงว่ามันตั้งใจมาหากูหรือเปล่า หรือว่ามันจะเอาอะไร จะให้ช่วยอะไร กูไม่ใช่ตัวประหลาดนะ มาดู ๆ แล้วก็ไป
หลวงตาเผือดใจดี
โดยปกติลูกศิษย์ของหลวงตาเผือดจะรู้ว่าท่านใจดี มีอะไรก็บอกท่าน ไม่ต้องมีพิธีรีตรอง ไม่ต้องพูดไพเราะอะไร ไม่ต้องพนมมือไหว้ไปพูดไป อยากได้วัตถุมงคลก็บอกท่าน จะให้ช่วยอะไร ถ้าท่านช่วยได้ท่านก็จะช่วย ไม่มีเงินเช่าวัตถุมงคล หากท่านเห็นว่าไม่เคยได้รับวัตถุมงคลรุ่นนั้นมาก่อน ท่านก็จะให้ฟรี ๆ แต่มีข้อแม้ว่าต้องเอ่ยปากขอ หากไป 3 คน 5 คน แต่ขอคนเดียวท่านก็จะให้แค่คนเดียว หากไปถวายของ ถวายสังฆทาน ท่านรับแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี หลวงตาก็จะไม่มีวัตถุมงคลแจก ถ้าอยากได้ก็ต้องขอ
หลวงตาของศิษย์
หากหลวงตาเผือดรับของใครมา หรือใครนำภัตราหารเพลไปถวายท่านแล้วท่านฉันของนั้น หรือไปหาท่านบ่อย ๆ เอาของไปถวายบ่อย ๆ ท่านก็จะเกรงใจคน ๆ นั้น หากเขาขออะไรหลวงตาก็จะให้ ถึงแม้บางครั้งไม่มีหรือหมดไปแล้ว หลวงตาก็จะทำให้เป็นพิเศษ พอไปหาท่านอีกครั้งท่านก็จะให้ บางคนท่านดูว่าไม่ค่อยมีเงินแล้วนำเงินนำของมาถวายท่าน ๆ ก็จะดุ แล้วบอกว่ามาหาท่านเฉย ๆ ก็ได้ไม่ต้องซื้อของมาเปลืองตังค์ ของที่คนมาถวายท่าน ๆ ก็มักแจกจ่ายไปให้ทั้งลูกศิษย์ลูกหลานท่าน และเด็กนักเรียนที่โรงเรียนข้างวัด
สิ่งที่หลวงตาเผือดหวง
หลวงตาเผือดใจดี แต่ก็หวงวิชามาก ๆ มีคนมาขอเรียนนั่นเรียนนี่ ท่านก็มักจะหัวเราะ พอโดนตื๊อมาก ๆ ท่านก็ถามว่า พอรู้เรื่องอักขระเลขยันต์ไหม คาถาบทนั้น คาถาบทนี้รู้ไหม ชินบัญชรได้ไหม พอคนที่อยากเรียนก็จะบอกท่านว่ารู้ครับ ท่านก็จะบอกว่าใช้ได้ บทนี้แหละใช้ได้ บางคนถามว่ายันต์หน้าปลัดขลิกว่าอย่างนี้หรือเปล่า ท่านก็บอกว่าใช้ได้ ที่ว่าใช้ได้แต่ไม่ใช่ที่ท่านใช้ ส่วนใหญ่คุณมงคล วัดสุทัศน์เขียนขึ้นในใบบอกของวัตถุมงคลที่จำหน่าย ซึ่งไม่ใช่ของหลวงตาเผือด แต่เป็นของคุณมงคล
จะขออะไรต้องรู้ใจ
หลวงตาเผือดเป็นพระลูกทุ่งพูดตรง ๆ ไม่อ่อนหวาน ไม่เรื่องมาก ไม่มีพิธีรีตรอง หากไปหาท่านแล้วเจอตอนที่ท่านนั่งดูมวยตู้อยู่ละก็ อย่าเพิ่งขออะไรเด็ดขาด ต้องคอยจนท่านดูจบแล้ว ค่อยบอกท่านว่าอยากได้อะไร หรือยิ่งถ้าหากมีความรู้เรื่องมวย เรื่องนักมวย คุยกับท่านได้ละก็ยิ่งคุยกันสนุก อยากได้อะไรพอมวยจบก็บอกท่าน ของบางอย่างที่หวง ๆ ยังให้ แม้กระทั่งลายสักยันต์บางยันต์ที่ท่านหวงยังให้เลย
อยากได้ลายสัก
หลวงตาเผือดเก่งเรื่องสักยันต์ต่างๆ จึงมีวัยรุ่นและไม่รุ่นมาหาท่านมาก มาขอยันต์บัว ยันต์มงกุฏพระเจ้า ยันต์ขนมเปี๊ยะ ยันต์เก้ายอด และยันต์รูปสัตว์ต่าง ๆ หลวงตามักจะถามคนหน้าใหม่ ๆ ที่ไม่เคยสักมาก่อนว่า แน่นะ เจ็บนะ สักแล้วต้องสักจนเสร็จนะ หลาย ๆ คนพอโดนเข็มสักเข้าก็หน้าเบ้ เพราะท่านจะสักแบบโบราณและแทงเข็มค่อนข้างแรง พอสักใหม่ ๆ ก็จะโอดครวญหน่อย ส่วนพวกซาดิสต์ที่สักบ่อย ๆ แล้วบอกว่าสบาย ส่วนใหญ่หลวงตาจะสักตัวเฑาะไว้ที่หัว ท่านว่าแค่นี้พอแล้ว ไม่ต้องสักมากมายให้เจ็บตัว
สุดยอดลายสัก
มีคนสอบถามกันมากมากเหมือนกันว่า สุดยอดของหลวงตาเผือดคือลายอะไร เท่าที่รู้มาก็จะเป็นพวกนารายณ์แผลงฤทธิ์ แต่ท่านก็ไม่ค่อยยอมสักให้ใคร บางครั้งท่านก็บอกว่าแม่พิมพ์หายไปแล้ว บางคนอยากได้มาก ๆ ก็บอกว่าจะทำให้ใหม่ท่านก็ไม่เอา เพราะแม่พิมพ์ของท่าน ๆ จะทำแบบโบราณโดยแกะลายสักไว้ในแผ่นไม้ด้วยมือของท่านเอง ท่านจึงค่อนข้างจะหวง แม่พิมพ์ของท่านมีคนขอเอาไปถ่ายพิมพ์บ้างก็มี ซึ่งท่านก็บ่นว่าพวกมันยืมไปแล้วไม่ค่อยจะได้คืน ท่านจึงให้ยืมเฉพาะยันต์ที่ท่านไม่ค่อยหวงนัก
ปลัดบิน
มีคนเคยท้ากับผมว่า ตัวไหนที่หลวงตาห่วงมาก ๆ ผมได้ทุกตัว ก็เลยบอกเขาว่าก็ดีแล้วนี่ หลวงตาท่านเมตตาก็ดีแล้ว แต่พอถามว่าแล้วที่หน้าขาน่ะสักอะไร เขาก็บอกว่าไม่มี พอรู้ว่ามียันต์ที่ลงตรงบริเวณหน้าขาเข้าเท่านั้น ตอนนี้เลยมาตื๊อถามว่ายันต์อะไร ไปถามหลวงตา ๆ ก็เฉย ๆ เลยไม่รู้ เมื่อมารบกวนที่ร้านมาก ๆ ก็เลยรำคาญ ก็เลยบอกให้ว่าสุดยอดยันต์ของหลวงตาเผือดวัดมะกอกต้องปลัดบิน ถ้าเจ๋งจริงต้องได้ทั้งสองข้าง คือหน้าขาขวาและหน้าขาซ้ายคู่กัน
อานุภาพปลัดบิน
หลวงตาเผือดจะไม่ค่อยยอมสักปลัดบินให้ใครนัก ท่านจะดูว่าเป็นคนดีหรือเปล่า เจ้าชู้หรือเปล่า ถ้าผ่านขั้นตอนที่ว่านี้ได้ และไปหาท่านบ่อย ๆ พูดจาถูกใจ นิสัยดี เป็นคนหนุ่มและท่านกำลังอารมณ์ดี ท่านก็จะยอมสักให้ มีบางคนได้รับการสักปลัดบินไปถึงกับร้องโอดครวญในตอนหลังว่า ผมไม่น่าสักเลยเพราะอานุภาพปลัดบินนั้นดีทางเมตตา ทางผู้หญิงและมีโชคลาภด้วย แต่ที่ลำบากที่สุดคือ เวลาจะไปว่ายน้ำในสระน้ำ คนจะมองกันตรึมเพราะมีรูปปลัดขลิกตัวเบ่อเริ่มอยู่ที่หน้าขา ต้องใส่กางเกงว่ายน้ำแบบยาวปิดไว้
อานุภาพปลัดขิก
มีหลายคนอยากรู้ว่าปลัดขิกของหลวงตาเผือดใช้ได้ดีหลาย ๆ ด้านจริงหรือ ขอบอกว่าจริง ถ้าเราเชื่อกันตามพระเวทย์วิทยาคมที่ลงอยู่ในปลัดขิกของหลวงตาเผือด ซึ่งไม่เหมือนกับที่อื่น ๆ ส่วนใหญ่ที่อื่นจะใช้คาถาแค่บทสองบท บางครั้งไม่มีความหมายเกี่ยวกับปลัดขิกเลย โดยปกติปลัดขิกนั้นจะต้องมีอานุภาพทางกันสัตว์ที่มีเขี้ยว เล็บ งา กันอาถรรพ์ ถอนพิษต่าง ๆ เพราะสมัยก่อนเขาให้เด็กใส่ ห้อยผูกติดเอวเด็กกันภัยอันตราย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะหาได้ยากจากปลัดขิกทั่ว ๆ ไป
ลงอะไรไว้บ้างบนปลัดขลิก
ปลัดขิกของหลวงตาเผือดส่วนใหญ่จะลง
1. นะมหานิยม ไว้ที่หน้าประธานปลัดขิก เพื่อเป็นเมตตามหานิยมให้คนเมตตารักใคร่
2. นะสาริกา ไว้ตรงกลางปลัดขิก ล้อมด้วยหัวใจสตรีเพื่อเป็นเสน่ห์กับผู้หญิงทั่วไป
3. คาถากำราบสัตว์ ไว้ตรงด้านหลังส่วนปลาย ไว้กันสัตว์ร้ายต่าง ๆ
4. หัวใจโจรเต็มสูตร ที่ลงไว้ด้านข้างปลัดทั้งสองข้าง ไว้กันภัยอันตราย
5. พระชัย 8 ประการ ไว้บริเวณด้านล่างไว้ปราบศัตรู และชนะศัตรู
6. คาถาผูกมัดปากสัตว์ ไม่ให้อ้าปากขึ้น เพื่อกันไม่ให้สัตว์กัดได้
7. คาถาเพชรหลีก เพื่อให้เป็นแคล้วคลาดภัยอันตรายต่าง ๆ
8. ตะกรุดมหาอุด ใส่ไว้ในปลัดขลิกเขย่าจะมีเสียงดังเหมือนกริ่ง
บางตัวก็อาจจะมีคาถาบทอื่นเพิ่มเติมแล้วแต่คนขอให้ท่านเติมให้ และหลวงตามจะเสกคาถาถอนงูสวัดไว้ให้ด้วย ปลัดของท่านจึงใช้ถอนพิษงูสวัดได้ ผมเชื่อว่าพระอาจารย์ที่มีความอุตสาหะทำของดี ๆ ไว้ให้ลูกศิษย์ด้วยตัวเองทุกขั้นตอน แจกฟรีหรือจะเช่าบูชาในสมัยนั้นแค่หนึ่งร้อยบาท คงจะหายากแล้วในปัจจุบัน
ขอบคุณที่มา
http://www.moradokmongkol.com/lpphued-2/
ราคาเปิดประมูล 450 บาท
ราคาปัจจุบัน 500 บาท (!!! ปิดประมูลแล้ว !!!)
เพิ่มขึ้นครั้งละ 50 บาท
วันเปิดประมูล พ. - 11 มี.ค. 2569 - 11:25:14 น.
วันปิดประมูล อ. - 17 มี.ค. 2569 - 14:51:30 น. (ปิดประมูลแล้ว)
ผู้ตั้งประมูล แดนชัย (58)(1)


(0)
 
ราคาปัจจุบัน :     500 บาท
เพิ่มขึ้นครั้งละ :     50 บาท

!!! ปิดประมูลแล้ว !!!

ผู้ชนะประมูล    Oogusbk (1.6K)

 
(0)
  ประวัติการเสนอราคา
 ผู้เสนอราคาราคาเวลา
  Oogusbk (1.6K) 500 บาท จ. - 16 มี.ค. 2569 - 14:51:30 น. (ถึงราคาขั้นต่ำแล้ว)

www5
Copyright ©G-PRA.COM